วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562 01:34 น.

การศึกษา

'วีระ'หวั่นพระต้องปาราชิก!'บิ๊กแดง'ชวนทหารบวชลงใต้

วันพุธ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562, 11.23 น.

'วีระ'หวั่นพระต้องปาราชิก!'บิ๊กแดง'ชวนทหารบวชลงใต้
พระสงฆ์ที่นราธิวาสออกบิณฑบาตตามปกติ

 

 

วันที่ 23 ม.ค. 62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหาร(ผบ.ทบ.) มีแนวคิดต้องการรับสมัครทหารสมัครใจบวช กระจายตามวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เอาทหารขนส่ง มาเป็นผบ.ทบ. ก็อย่างนี้แหละ จะให้พระถือปืนยิงโจรได้ พระก็ปาราชิกกันหมดวัด ไม่ได้เรียนรู้พระธรรมวินัยของพระสงฆ์กันเสียเลย แก้กันปลายเหตุ ต้องแก้ที่ต้นเหตุแท้จริงของปัญหา"

 


ทางด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อดีตที่เคยปฏิบัติกันมาคือการรวบรวมพระสงฆ์จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศส่งไปประจำอยู่ที่วัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนพระสงฆ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งทำให้พระสงฆ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกอุ่นใจว่า ไม่ถูกทอดทิ้งแต่ยังมีพระสงฆ์อีกมากมายที่พร้อมที่จะไปอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งแนวทางดังกล่าวดำเนินการราว 10 กว่าปีก่อน โดยพล.อ.ณพล บุญทับ อดีตรองสมุหราชองครักษ์ ส่วนที่ถามว่าทำไมถึงหายไปนั้น ก็เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

 


พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดรับสมัครทหารมาบวชเป็นพระตามที่ผบ.ทบ.ระบุนั้น อาตมาสงสัยว่าจะเป็นทหารในราชการหรือนอกราชการที่จะมาบวช และมาบวชเพื่อทำหน้าที่ทหารหรือทำหน้าที่พระ เพราะถ้าเป็นพระ จะต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและต้องปฏิบัติศาสนกิจของพระ ซึ่งไม่สามารถจับอาวุธหรือต่อสู้ได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามาบวชเพื่อเป็นพระจริงๆ โดยปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและศาสนกิจของพระ ก็เป็นเรื่องดี สร้างความอุ่นใจได้ เรื่องสถานะของทหารที่จะบวชเป็นพระ ต้องเอาให้ชัด ไม่เช่นนั้นอาตมาหวั่นวิตกว่าจะกลายเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเกิดความสงสัยว่าพระที่บวชอยู่ เป็นทหารหรือผู้ที่ถูกส่งตัวมาสืบหาข่าวทางการทหารในลักษณะสายลับ ก็จะเกิดความสงสัยคลางแคลงใจได้ว่าพระสงฆ์ที่อยู่ตามวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพระจริงๆ หรือเป็นทหารในคราบพระกันแน่ ฝ่ายก่อการร้ายก็อาจปรับแผนที่รุนแรงขึ้นซึ่งจะเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงและพระสงฆ์จะตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น

 

 

'อนาคตใหม่'แนะใช้การเมืองแก้ความขัดแย้งชายแดนใต้

 

พลโทพงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  กล่าวว่า เหตุรุนแรงล่าสุด เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการบริหารจัดการปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ ทั้งๆที่งบประมาณที่ถูกใช้ไปในการแก้ไขปัญหาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จากปี 2547-2561 จำนวนกว่า 3 แสนล้านบาท ถูกใช้ไปโดยไม่เกิดประโยชน์ และยังเป็นการสร้างเครือข่ายผลประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งทับถมปัญหาให้เลวร้ายไปยิ่งกว่าเดิม

 


พล.ท.พงศกรกล่าวต่อว่าสำหรับปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าต้องแก้ไขด้วยวิถีทางทางการเมือง เดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ต่อ ภายใต้ยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหาร เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะนำความสงบสุขกลับมาสู่พื้นที่ได้ ควบคู่ไปกับการทำให้การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ทำได้จริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ยับยั้งการโจมตีเป้าหมายอ่อน หรือเป้าหมายที่เป็นพลเรือน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเดินหน้าเจรจาประสบความสำเร็จก็คือการมีรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีความชอบธรรมทางการเมืองมากกว่า รวมถึงสามารถเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่นร่วมได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ซึ่งถูกทอดทิ้งมานาน ทั้งๆที่ชายแดนใต้เป็นพื้นที่ๆมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมนมแพะ ซึ่งควรได้รับการส่งเสริม โดยพรรคอนาคตใหม่เห็นว่าเศรษฐกิจสามารถเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างสันติภาพได้ เพราะเมื่อประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความไม่พอใจของประชาชนย่อมลดลง เอื้อให้บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นได้

 

 

พระสงฆ์ที่นราธิวาสออกบิณฑบาตตามปกติ

 


ผู้สื่อข่าวรายงานถึงมาตรการ การดูแลความปลอดภัย วัดและพระสงฆ์ว่า จากการไปสังเกตการณ์ที่ วัดปริมังคลาวาส ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี พบเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.สุไหงปาดี จำนวนหนึ่ง ได้หมุนเวียนกันเดินทางเข้ามาตรวจดูความสงบเรียบร้อยเป็นระยะๆ สอบถาม ร.ต.อ.ณพล แก้วยศกุล รอง สวป.สภ.สุไหงปาดี ทราบว่า ได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัด จัดชุดลาดตระเวน หมุนเวียน สับเปลี่ยนกันมาดูแลความสงบเรียบร้อยภายในวัดกันเป็นระยะๆ โดยให้ลงชื่อในสมุดบันทึก ไว้เป็นหลักฐานด้วย
          

 

ส่วนที่อำเภอบาเจาะ พระสมุห์ จิรพนธ์ ธรรมจาโร เจ้าอาวาสวัดอุไรรัตนาราม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นำพระลูกวัด 4 รูป ออกเดินทางบิณฑบาตภายในตลาดบาเจาะ และชุมชนน้ำตกปาโจ เป็นวันแรก หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าอาวาสและพระลูกวัด มรณภาพ 2 รูป และบาดเจ็บ 2 รูปนั้น ทำให้คณะสงฆ์มีมติให้พระงดออกบิณฑบาต งดออกบิณฑบาตอย่างไม่มีกำหนดเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอันตรายนั้น โดยเจ้าอาวาสวัดอุไรรัตนาราม ได้นำพระลูกวัดออกบิณฑบาตแล้ว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะ และเจ้าหน้าที่ทหารชุดพัฒนาสันติ กว่า 20 นาย เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น
          

 

ขณะที่บริเวณสองข้างทางได้มีชาวบ้านไทยพุทธมายืนรอทำบุญใส่บาตรค่อนข้างบางตา เนื่องจากเหลือครอบครัวไทยพุทธอยู่ไม่ถึง 10 ครอบครัว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินกองทัพเรือ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะ และเจ้าที่ทหารชุดพัฒนาสันติ กระจายกำลังกันมาดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาเช่นกัน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
          

 

สำหรับการสกัดกั้นคนร้ายในคดี เหตุกราดยิงพระครูโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ และพระสมุห์ อรรถพร กุศลจิตโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดรัตนานุภาพ มรณภาพ 2 รูป และยังมีพระลูกวัด ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 มกราคมนั้น พบว่า ที่บริเวณแม่น้ำสุไหงโก-ลก เส้นแบ่งพรมแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กับ อ.ปาเสมัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ด้านฝั่งของประเทศไทย มีกำลังจากกองร้อยป้องกันชาย แดนที่ 3 กระจายกำลังกัน คอยตรวจค้นผู้สัญจรข้ามไป-มา ระหว่างพรมแดน กันเป็นจุดๆ แต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

 


ขณะที่นายกิจจา จันทสิโร ประธานสมาพันธ์พุทธสมาคม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ประชาชนในพื้นที่ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ต่างตื่นตัวกับเหตุความรุนแรง หลังเกิดเหตุยิงถล่มวัดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเห็นพ้องว่าต้องร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงในทุกกรณี ทั้งนี้ จากการสอบถามพระสงฆ์ที่เป็นคนในพื้นที่นั้น ไม่มีพระสงฆ์รูปใดต้องการขอย้ายออกจากพื้นที่ และต่างยืนยันที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป ส่วนในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น อยากให้มีการปรับปรุงให้รัดกุมละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวมองว่ากลุ่มขบวนการที่ก่อเหตุต้องการสร้างความแตกแยก และกดดันให้ชาวไทยพุทธออกนอกพื้นที่