วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 19:31 น.

การศึกษา

เปลี่ยนขยะเป็นทอง ! ม.รังสิตเจ๋ง ค้นพบเปลือกเงาะทำเครื่องสำอางได้ดี

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 09.00 น.

 เปลี่ยนขยะเป็นทอง ม.รังสิตเจ๋ง ค้นพบเปลือกเงาะทำเครื่องสำอางได้ดี

 

         

อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิจัยสารสกัดจากเปลือกเงาะ สามารถพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ นำไปสู่การพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ปลอดภัย ลดการนำเข้าสารเคมี และเครื่องสำอางจากต่างประเทศ

 

         

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรานอม ขาวเมฆ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า    ผลไม้ซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด รวมถึงอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ในประเทศไทย มีการนำผลไม้หลายชนิดมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพิ่มมากขึ้น ผลพลอยได้จากการแปรรูปคือ เปลือก เยื่อผิว และเมล็ดของผลไม้ ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้ผลิตปุ๋ยชีวภาพ และเลี้ยงสัตว์ ทำให้มีมูลค่าลดลง การนำกลับมาใช้ใหม่ของผลพลอยได้นี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ ขึ้นอยู่กับชนิดและวัตถุประสงค์การนำไปใช้ จากงานวิจัยที่ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบทางเคมี การศึกษาคุณสมบัติของการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การศึกษาสมบัติการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และการผลิตครีมบำรุงผิวของสารสกัดจากเปลือกเงาะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ปลอดภัยต่อไป ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าสารเคมี และเครื่องสำอางจากต่างประเทศ

 

         

"จากงานวิจัยพบว่า เมื่อนำสารสกัดในส่วนต่างๆ จากเปลือกเงาะ มาทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ โดยใช้วิตามินซีและวิตามินอีเป็นสารเปรียบเทียบพบว่า สารสกัดจากเปลือกเงาะ มีค่า IC50 อยู่ในช่วง  0.01 ถึง 0.13  ppm  ส่วนวิตามินซี และวิตามินอี มีค่า IC50 เท่ากับ 1.52 และ 0.59 ppm ตามลำดับ ซึ่งจะพบว่าสารสกัดจากเปลือกเงาะ ให้ผลในการต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าวิตามินซีและวิตามินอีค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ยังพบว่าสารสกัดจากเปลือกเงาะเหล่านี้ยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวมีสีหมองคล้ำ จากการศึกษาองค์ประกอบ ทางเคมีพบว่า สารประกอบที่น่าจะเป็นสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพนี้คือ ascorbic acid, 3,4-dihydroxybenzoic acid และ 3,4-dihydroxybenzaldehyde จากการค้นข้อมูลโดยใช้ฐานข้อมูล Science Direct ยังไม่พบว่ามีงานวิจัยใดสามารถแยก ascorbic acid ได้จากสารสกัดของเปลือกเงาะ

 

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าครีมบำรุงผิวที่ผสมสารสกัดหยาบจากเปลือกเงาะ เมื่อนำไปทดสอบการระคายเคืองผิว และทดสอบความชุ่มชื้นต่อผิวในอาสาสมัคร 25 คน เป็นเวลานาน 30 วัน พบว่า ไม่เกิดอาการระคายเคืองหรืออาการแดงต่อผิวหนัง ผลการทดสอบความชุ่มชื้นพบว่า ครีมบำรุงผิวที่ผสมสารสกัดจากเปลือกเงาะสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดี โดยมีความชุ่มชื้นอยู่ในช่วง 36.2 ± 0.1 ถึง 61.0 ± 0.1 % ส่วนครีมที่ไม่ได้ผสมสารสกัดจากเปลือกเงาะมีความชุ่มชื้นอยู่ในช่วง 31.1 ± 0.1 ถึง 57.7 ± 0.1% สารสกัดจากเปลือกเงาะจึงมีศักยภาพที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรานอม กล่าวเสริม

หน้าแรก » การศึกษา