วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561 02:15 น.

การเงิน หุ้น

SME Development Bankหนุนเก็บสต๊อก“สับปะรด”

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 10.18 น.

SME Development Bankหนุนเก็บสต๊อก“สับปะรด”

ปรับเกณฑ์ให้สินเชื่อสำรองวัตถุดิบเกษตรสูง 9 เท่าของยอดขาย

 
 
SME Development Bank ปรับเกณฑ์ให้สินเชื่อเพื่อใช้สต๊อกวัตถุดิบเกษตรจากไม่เกิน 3 เท่าของยอดขายต่อเดือนเป็น 9 เท่า มุ่งลดปริมาณสินค้าเกษตรล้นตลาด โดยเฉพาะ “สับปะรด”และ “กล้วย” เชียร์ผู้ปลูกพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ยกระดับขึ้นแท่นเอสเอ็มอีภาคเกษตร
 
 
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.) เปิดเผยว่า ธนาคารดำเนินการปรับเกณฑ์การให้สินเชื่อเพื่อการเก็บตุน (stock) วัตถุดิบเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูปจากไม่เกิน 3 เท่าของยอดขายต่อเดือนเป็น 9 เท่าของยอดขายต่อเดือน  เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มโรงงานอาหารแปรรูป สินค้าเกษตรแปรรูป และห้องเย็น เป็นต้น มีเงินทุนมากยิ่งขึ้น สำหรับนำไปซื้อวัตถุดิบเกษตรต่างๆ  ซึ่งเวลานี้ ล้นตลาด โดยเฉพาะ “สับปะรด”และ “กล้วย”ช่วยพยุงราคาสินค้า ลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินไป  และเพิ่มโอกาสการระบายสินค้าแก่เกษตรกร  ในขณะเดียวกัน  ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบการเกษตรจำนวนมากๆ ได้ซื้อวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาถูก  เป็นการลดต้นทุน และยังมีวัตถุดิบเก็บตุนไว้แปรรูปจำนวนมาก ช่วยให้ธุรกิจไม่สะดุด
 
 
 
ทั้งนี้ สินเชื่อที่ธนาคาร ปรับเกณฑ์ ล้วนแต่เป็นกลุ่มสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ  ได้แก่   สินเชื่อเถ้าแก่4.0สำหรับนิติบุคคล คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 7 ปี  ไม่ต้องใช้หลักประกัน   เปิดโอกาสให้รายย่อยที่มีปัญหาทางการเงินสามารถกู้ได้ (แม้เคยปรับโครงสร้างหนี้ หรือผ่อนชำระไม่ต่อเนื่องมาก็ตาม)ให้ชำระแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียวปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 3 ปีผ่อนชำระเพียง 410 บาทต่อวันเท่านั้นและสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว สำหรับกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลประเภทธุรกิจเกษตรแปรรูปธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงต่อเนื่องรวมทั้งผู้ประกอบการใหม่มีนวัตกรรม ธุรกิจผลิตหรือบริการต่างๆในชุมชน  จะพาเข้าใช้บริการ คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3%   คงที่ 3 ปีแรกผ่อนนาน 7 ปี ไม่มีหลักประกัน สามารถใช้บสย.ค้ำประกันฟรี 4 ปีแรกโดยกู้ 1 ล้านบาทผ่อนเพียง 460 บาทต่อวันเท่านั้น โดยการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ จะมุ่งใช้ “เกณฑ์” กับ“คุณสมบัติ” เป็นหลักสำคัญซึ่งจะทำให้การพิจารณาเกิดความเท่าเทียม และรวดเร็ว  สามารถรู้ผลการพิจารณาได้ในเวลาเพียง 7 วันเท่านั้น
 
 
นายมงคล กล่าวเสริมว่า สำหรับเกษตรกรที่เดิมเคยแต่ปลูกและขายวัตถุดิบเท่านั้น หากต้องการยกระดับธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป หรือต่อยอดทำธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถเข้ามาใช้บริการสินเชื่อดังกล่าวข้างต้นได้เช่นกัน  ซึ่งในระยะยาวจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนเพราะสามารถทำธุรกิจด้านเกษตรได้ครบวงจร เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายตลาดได้กว้างไกลทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญ หลีกเลี่ยงปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ  
 
 
“ผมอยากให้เกษตรกร นำปัญหาที่เกิดขึ้น มาพลิกให้กลายเป็นโอกาส ในการยกระดับตัวเอง จากผู้เพาะปลูกสินค้าเกษตรสู่การเป็นเอสเอ็มอีภาคเกษตร  มีการต่อยอดเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ  ทั้งการแปรรูป เชื่อมโยงการท่องเที่ยว  โดย SME Development Bank พร้อมจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูก ควบคู่กับความรู้  รวมถึงช่องทางการตลาดด้วย” นายมงคล กล่าว