วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 04:11 น.

การเงิน หุ้น

“มงคล ลีลาธรรม” อัดเต็มสูบปล่อยสินเชื่อคนตัวเล็ก ส่ง“รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEs ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น”

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 17.00 น.

“มงคล ลีลาธรรม” อัดเต็มสูบปล่อยสินเชื่อคนตัวเล็ก

ส่ง“รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEs ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น”

 

เอสเอ็มอีแบงก์ ใช้กลยุทธ์บุกเคาะประตูธุรกิจ ไมโครเอสเอ็มอี ทั้ง บุคคล และนิติบุคคล ที่มีกว่า 2.7 ล้านรายทั่วประเทศ  ส่ง“รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEs ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น” ช่วยเสริมสภาพคล่อง ปล่อยกู้ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยถูกช่วยสร้างความยั่งยืนธุรกิจในระยะยาว พร้อมใช้ แอพพลิเคชั่น “SME D BANK”  ยื่นขอสินเชื่อเพิ่มความสะดวกลูกค้า รับดิจิตอล แบงก์  

 

 

 

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME Development Bank หรือ ธพว.) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินงานครึ่งปีหลัง ว่า  จากนี้ไปจะรุกหนักในการเข้าไปช่วยด้านสินเชื่อให้กับ SME ขนาดเล็ก (ไมโคร เอสเอ็มอี ) ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 5 คน เพื่ออนุมัติสินเชื่อให้รายละ ไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย1% ต่อปี ทั้ง บุคคล และนิติบุคคล โดยทาง  SME Development Bank  จัดตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEs ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น”  เข้าไปให้สินเชื่อถึงแหล่งที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กเหล่านี้ ตั้งอยู่

 

เพราะจากการทำวิจัยร่วมกับทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่า มีจำนวน SMEs ขนาดเล็กอีกกว่า 2.7 ล้านราย ไม่มีการจดทะเบียนในการทำธุรกิจอย่างเป็นทางการ และไม่มีการทำระบบบัญชี กว่า 60%ใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้เงินนอกระบบ มาทำธุรกิจ และมีความคิดว่ามาขอสินเชื่อกับทางธนาคารก็จะไม่ได้รับการอนุมัติ  ดังนั้น  หน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEs ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น” ของธนาคารจะใช้การให้บริการเชิงรุก เข้าไปเก็บข้อมูล เพื่อใช้พิจารณาสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้

 

 

“ธนาคารต้องการช่วยเหลือ SMEs ขนาดเล็กเหล่านี้ แต่ปัญหาของเจ้าของธุรกิจคือคิดว่าจะไม่ได้รับการปล่อยสินเชื่อ เพราะเอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ทำระบบบัญชี  ธนาคารจึง ใช้แผนการปล่อยสินเชื่อเชิงรุก เข้าไปเก็บข้อมูล  ดูขนาดธุรกิจ  คุณสมบัติการขอกู้ ของลูกค้า โดยมีเกณฑ์ 12 ข้อ มาประเมินการปล่อยกู้ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ ดำเนินธุรกิจได้  และต่อยอดไปยังการหาตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างธุรกิจให้อยู่รอด ยั่งยืน ในระยะยาว”

 

โดย หน่วยบริการเคลื่อนที่  รถม้าเติมทุนฯให้บริการแล้วกว่า 400 คัน และในเดือนกรกฏาคม 2561 นี้ จะเพิ่มอีก 200 คัน  สิ้นปี 2561 นี้ ตั้งเป้าจะมีรถม้าเติมทุนฯ ออกให้บริการสินเชื่อ ทั้งสิ้น 1,000 คันและตั้งเป้าหมาย ของการให้บริการสินเชื่อของรถม้าเติมทุน จะสามารถปล่อยสินเชื่อ5-10 ราย ต่อคันต่อเดือน

 

 

นายมงคล  กล่าวต่อว่า และเพื่อยกระดับการบริการของธนาคารก้าวสู่ยุคดิจิตอล ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้อนุมิติให้ธนาคาร สามารถใช้ แอปพลิเคชั่น “SME D BANK”  ยื่นขอสินเชื่อให้เอสเอ็มอีรายย่อยได้ เพื่ออำนวยความสะดวกจะเริ่มเปิดให้บริการ อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฏาคมนี้  จะช่วยเพิ่มความสะดวก ให้เอสเอ็มอี รายย่อยติดต่อกับทางธนาคารง่ายขึ้น  อนุมัติสินเชื่อเร็ว  ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของลูกค้าด้วย   

 

 

“บริการที่เข้าถึงท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดของหน่วยรถม้าเติมทุนฯ จะช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน   เกิดผลสู่การสร้างงานสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและ  สร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ  สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเติบโตจากเศรษฐกิจภายในประเทศ  อย่างยั่งยืน”

         

สำหรับการดำเนินโครงการสินเชื่อตามนโยบายภาครัฐต่างๆ ของ ธนาคาร เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  ข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐจากกระทรวงอุตสาหกรรม วงเงิน 10,000 ล้านบาท  สนับสนุนผู้ประกอบการไปแล้วจำนวน 1,923 ราย วงเงิน 8,006.51 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อสินเชื่อฟื้นฟูและเสริมศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำหรับ SMEs คนตัวเล็ก   ซึ่งเริ่มโครงการเมื่อเมษายนที่ผ่านมา  วงเงิน 8,000 ล้านบาท ผลงานอนุมัติ 329 ราย วงเงิน 294.20 ล้านบาท

 

ในปี 2560 ธนาคาร เข้าไปส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งการอบรม สัมมนา และให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจอย่างต่อเนื่องจำนวน 6,548 ราย มากกว่าปี 2559ที่เข้าไปพัฒนา จำนวน 4,536 ราย รักษาการจ้างงานได้ 142,813 คน สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจกว่า 55,127.20 ล้านบาท

 

 

 สะท้อนให้เห็นว่า ธพว. ยึดปฏิบัติภารกิจตามนโยบายรัฐบาล ในการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ไม่เน้นแสวงหากำไรสูงสุด โดยมุ่งพัฒนาและคอยอยู่เคียงข้างสนับสนุน   เอสเอ็มอีไทยให้เติบโตแข็งแรง มั่นคงและยั่งยืน

         

ส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) สัดส่วนลดลง เหลืออยู่ที่ 17%ประมาณ 16,900 ล้านบาท จากปี 2559 อยู่ที่ 19% ประมาณ 18,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาที่เคยมีสัดส่วนกว่า 40% หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้จากสินเชื่อใหม่ ตั้งแต่ปี 2558-2560 อยู่ที่ 3.32% ประมาณ 3,280 ล้านบาท

 

และตั้งแต่ปี 2559-2560 อยู่ที่ 1.32% ประมาณ 891 ล้านบาท ผลจากการเข้าไปบริหารจัดการหนี้เสียเดิมและปล่อยสินเชื่อใหม่ที่มีคุณภาพ  และเมื่อรวมกับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศ ธปท.แล้ว บ่งบอกสถานะของแบงก์  ขณะนี้มีมั่นคงและแข็งแรง

 

โดยตั้งเป้าว่าปีนี้ 2561จะขยายสัดส่วนสินเชื่อนโยบายรัฐเพิ่มเป็น 52% และลดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เหลือ 10%

หน้าแรก » การเงิน หุ้น