วันเสาร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562 05:40 น.

การเงิน หุ้น

GSC เคาะราคาเสนอขาย IPO 1.70 บาท เปิดจองซื้อ 27 ก.พ. ถึง 6 มี.ค. พร้อมเทรด mai มี.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 15.57 น.

GSC เคาะราคาเสนอขาย IPO 1.70 บาท

เปิดจองซื้อ 27 ก.พ. ถึง 6 มี.ค. พร้อมเทรด mai มี.ค.นี้

 
 
 
 บมจ.โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC) ผู้ให้บริการธุรกิจศูนย์บริการข้อมูล และธุรกิจติดตามและทวงถามหนี้ แต่งตั้ง บล.เออีซี เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO จำนวน 90 ล้านหุ้น เคาะราคาขายหุ้นละ 1.70 บาท เปิดให้ผู้ถือหุ้น ACAP  ที่มีสิทธิจองซื้อ (Pre-emptive) จองซื้อระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2562 และนักลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 4 - 6 มีนาคม 2562 นี้ พร้อมดีเดย์ เข้าทำการซื้อขายตลาด mai เดือนมีนาคม 2562 มั่นใจจะได้ผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้านผู้บริหารระบุมั่นใจในศักยภาพการดำเนินธุรกิจกว่า 14 ปี มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กรขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมนำเงินจากการระดมทุนขยายธุรกิจ เพิ่มเสริมศักยภาพการให้บริการแข็งแกร่งในอนาคต
 
 
นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) (AEC) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Lead Underwriter) ของบริษัท โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GSC ผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจศูนย์บริการข้อมูล (Call Center Service) และธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ (Collection Service) เปิดเผยว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ของ GSC ที่ ราคา 1.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน โดยมีระดับ P/E ที่ระดับ 30.51 เท่า เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีระดับ P/E ที่ระดับ 23.22 เท่า ซึ่ง GSC มีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 36 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วนซึ่งจะมีการเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นของ บมจ.เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป (ACAP) ที่มีสิทธิจองซื้อ (Pre-emptive) จำนวนไม่เกิน 27 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จะเสนอขายในครั้งนี้ และเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป จำนวนไม่เกิน 63 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จะเสนอขาย
 
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นของ ACAP ที่มีสิทธิจองซื้อ (Pre-emptive) จะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ถึง 1 มีนาคม 2562 และส่วนที่เหลือจากการเสนอขายผู้ถือหุ้นของ ACAP จะเสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป สามารถจองซื้อในวันที่ 4 - 6 มีนาคม 2562 โดยผู้จองซื้อทั้ง 2 ประเภท สามารถจองซื้อในราคาเดียวกันที่ 1.70 บาท/หุ้น
 
โดยผู้จองซื้อส่วนที่ 1 ผู้ถือหุ้นของ ACAP ที่มีสิทธิจองซื้อ (Pre-emptive) สามารถจองซื้อผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) (Lead Underwriter)  เท่านั้น ผู้จองซื้อส่วนที่ 2 ประชาชนทั่วไป สามารถจองซื้อได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Co-Underwriter) หุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
 
ส่วนการเข้าซื้อขายในตลาดนั้น คาดว่าจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในเดือนมีนาคมนี้ ในหมวดอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งเชื่อว่าการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก
 
ด้านนายอนุชัย วิทย์นลากรณ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACAP ในฐานะบริษัทแม่ กล่าวว่า การกำหนดราคา IPO ที่ระดับราคา 1.70 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของ GSC และมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 14 ปี โดยมีการให้บริการแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในหลากหลายภาคธุรกิจ อาทิ กลุ่มธุรกิจการเงิน สื่อสารโทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ GSC ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้าด้วยรูปแบบการบริการที่ยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองและคำนึงถึงประโยชน์ และความต้องการที่ลูกค้าจะได้รับมากที่สุด
 
 สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้สำหรับการขยายสาขา รวมถึงปรับปรุง พัฒนาอุปกรณ์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการดำเนินงาน และนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ ตามแผนขยายงานในอนาคต โดยเฉพาะการขยายสาขาทั้งภายในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อเพิ่มกำลังการให้บริการ และเป็นการกระจายความเสี่ยงทั้งในด้านของการจัดหาพนักงาน และการเป็นศูนย์การให้บริการสำรอง (Back-up Site) ในกรณีที่สาขาอื่นๆ เกิดเหตุที่ไม่สามารถทำงานได้ โดยบริษัทฯ จะจัดตั้งขยายสาขาในกรุงเทพเพิ่มเติมอีก 1 สาขา คาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนที่นั่งสูงสุด 300 ที่นั่ง และมีแผนขยายสาขาเพิ่มในต่างจังหวัด อีก 2 สาขา อาทิ ราชบุรี และสุพรรณบุรี เป็นต้น
 
 
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนปรับปรุงและพัฒนาอุปกรณ์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ ระบบปฏิบัติการ Avaya ระบบปฏิบัติการ 3CX ระบบบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการของบริษัทฯให้มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแผนการขยายงานดังกล่าว จะเป็นการสอดรับกับนโยบายและวิสัยทัศน์ ของ GSC ที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำ การให้บริการงาน Outsource ต่างๆ ที่ครบวงจร ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 

ขณะที่ นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า GSC มีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งจากผลการดำเนินงานในปี 2559 มีรายได้จากการให้บริการ จำนวน 135.38 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้จากการให้บริการ จำนวน 151.53 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2561 มีรายได้จากการให้บริการ จำนวน 153.88 ล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์และศักยภาพของฝ่ายบริหาร จะสามารถนำพา GSC ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้อย่างแน่นอน