วันพุธ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562 11:15 น.

ประกัน

เอไอเอชี้องค์กรในไทยต้องสูญเสียผลผลิตถึงปีละ73วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.56 น.

เอไอเอชี้องค์กรในไทยต้องสูญเสียผลผลิตถึงปีละ73วัน

จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า6ล้านต่อปีจากปัญหาสุขภาพของพนง.

 

เอไอเอ ประกาศผลสำรวจของโครงการ “Healthiest Workplace by AIA Vitality” ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นโครงการสำรวจด้านสุขภาพบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยได้สำรวจพนักงานจำนวน 7,539 คน จาก 146 องค์กรในประเทศไทย ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพและการมีความเครียดสูงส่งผลต่อการสูญเสียเวลาการทำงานของพนักงานสูงถึง 73 วันต่อคนต่อปี จากการขาดงานและการมาทำงานแต่ไม่มีประสิทธิภาพของพนักงาน เทียบกับ 49 วันในออสเตรเลีย และ 74 วันในประเทศอื่นในเอเชีย ส่งผลให้องค์กรในประเทศไทยสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยกว่า 6,169,237  บาทต่อองค์กรต่อปี

 

ทั้งนี้การศึกษานี้เปิดเผยว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตนับเป็นปัญหาสำคัญสำหรับพนักงานในประเทศไทย ส่งผลให้ศักยภาพในการทำงานในสถานที่ทำงานลดลงและเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นปัญหาเรื้อรังได้ โดยพบว่า พนักงานในองค์กรร้อยละ 39 มีการออกกำลังน้อยกว่า 150 นาทีใน 1 สัปดาห์ และร้อยละ 45 นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง เทียบกับร้อยละ 10 และ 27 ในออสเตรเลียตามลำดับ นอกจากนี้ พนักงานในประเทศไทยร้อยละ 1.2 ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 14 ยูนิตต่อสัปดาห์ (1 ยูนิตเท่ากับเบียร์ 1 กระป๋องหรือ 1 ขวดขนาด 275-330 มล. ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 3.5% หรือน้อยกว่า หรือไวน์ 1 แก้วขนาด 100 มล. ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 12.5% หรือวิสกี้ ขนาด 25 มล. ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 40%) ในขณะที่เกือบร้อยละ 7 สูบบุหรี่ และมากกว่าร้อยละ 84 รับประทานอาหารที่ไม่สมดุลตามหลักโภชนาการ การสำรวจยังพบข้อมูลในส่วนของสุขภาพจิตว่า พนักงานในประเทศไทยจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งที่ถูกสัมภาษณ์ในการสำรวจนี้มีความเครียดจากการทำงานอย่างน้อย 1 เรื่อง และร้อยละ 5 มีความวิตกกังวลและมีความเครียดในระดับสูง โดยกว่าร้อยละ 27 มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินอย่างมาก

                

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยว่า ประเทศไทยมีรายงานตัวเลขของพนักงานในเรื่องสุขภาพเชิงคลินิก (Clinical Health) ต่ำกว่าออสเตรเลีย และประเทศอื่นในเอเชีย โดยพนักงานร้อยละ 7.3 ที่ถูกสัมภาษณ์เป็นโรคอ้วน (มีดัชนีมวลร่างกาย (BMI) เท่ากับหรือมากกว่า 30) ซึ่งนับว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียและออสเตรเลียที่มีจำนวนร้อยละ 17.4 และ ร้อยละ 17.6 ตามลำดับ ในขณะที่ 8 ใน 10 (ร้อยละ 83) ของพนักงานในประเทศไทยมีอาการเจ็บป่วยอย่างน้อย 1 อาการเกี่ยวกับปัญหาด้านระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เทียบกับร้อยละ 84 ในประเทศอื่นในเอเชีย โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการปวดไหล่และคอ นอกจากนี้ พนักงานในประเทศไทย ร้อยละ 24 เป็นโรคเรื้อรังอย่างน้อย 1 โรค อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เทียบกับร้อยละ 30 และ 37 ในประเทศอื่นในเอเชียและออสเตรเลีย ตามลำดับ

 

อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ได้ชี้ว่า องค์กรในประเทศไทยมีความตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงาน โดยองค์กรร้อยละ 93 มีโปรแกรมหรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานให้กับพนักงานอย่างน้อย 1 โปรแกรม ในขณะที่พนักงานร้อยละ 56 เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่องค์กรจัดขึ้นในสถานที่ทำงานอย่างน้อย 1 โปรแกรม และเห็นด้วยว่ากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของตน

 

มร. ตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่องค์กรต่างๆ เห็นความสำคัญและเข้าร่วมในโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยเล็งเห็นประโยชน์ของการพัฒนาสุขภาพของพนักงานของตน การสำรวจนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของพนักงานในองค์กรในเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพกายรวมทั้งสุขภาพจิต ที่ส่งผลให้องค์กรต่างๆ ต้องสูญเสียผลผลิต ผลการสำรวจนี้ชี้ชัดว่า องค์กรควรเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อปรับปรุงและวางกลยุทธ์และแผนการส่งเสริมสุขภาพต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการทำงานให้กับพนักงานของตน อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาขีดความสามารถในการสร้างผลผลิตที่เพิ่มขึ้นให้กับองค์กร”

 

นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “สุขภาพของพนักงานคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์สถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพและช่วยกระตุ้นให้พนักงานทำงานด้วยความกระตือรือร้น  เอไอเอจึงได้จัดโครงการและกิจกรรมด้านสุขภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าองค์กรของเรา  รวมถึงโครงการ AIA Vitality ที่มุ่งสร้างแรงจูงด้วยการให้ผลตอบแทน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรหันมาดูแลสุขภาพ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถในการทำงานของตน  ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของเอไอเอ “Healthier, Longer, Better Lives” ที่มุ่งสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”

 

โครงการ Healthiest Workplace by AIA Vitality จัดทำโดยกลุ่มบริษัทเอไอเอ ตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท RAND Europe โดยสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดทางคลินิก สุขภาพจิต ความเครียด และความกังวลใจด้านอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการประเมินถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องต่อสุขภาพและศักยภาพในการทำงาน สำหรับการสำรวจในปี 2561 เอไอเอได้ดำเนินการศึกษาครอบคลุมประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย และไทย โดยมีองค์กรเข้าร่วมกว่า 340 องค์กร สำรวจพนักงานรวมทั้งสิ้น 24,187 คน โดยผลสำรวจของประเทศไทยได้รับการเปรียบเทียบกับฮ่องกงและมาเลเซีย (ซึ่งเรียกรวมเป็น “ประเทศอื่นในเอเชีย”) และออสเตรเลีย

 

นอกจากนี้ องค์กรที่เข้าร่วมโครงการ Healthiest Workplace by AIA Vitality ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัลองค์กรสุขภาพเป็นเลิศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ รางวัลสถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพที่สุด (Healthiest Workplace) รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด (Healthiest Employer)  และรางวัลองค์กรที่พนักงานมีสุขภาพดีที่สุด (Healthiest Employee)  โดยแบ่งองค์กรเป็น 3 ขนาด ตามจำนวนพนักงาน คือ ขนาดเล็ก (พนักงาน 20–249 คน) ขนาดกลาง (พนักงาน 250–999 คน) และขนาดใหญ่ (พนักงาน 1,000 คนขึ้นไป)