วันศุกร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 00:52 น.

ไอที

อีริคสัน ร่วมกระทรวง DE จัดแสดง Ericsson 5G Lab ในพื้นที่ EEC

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 15.25 น.

อีริคสัน ร่วมกระทรวง DE 

จัดแสดง Ericsson 5G Lab ในพื้นที่ EEC 

 
 
  อีริคสันประเทศไทยร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนำโดยคุณวุฒิชัยวุฒิอุดมเลิศหัวหน้างานฝ่ายเน็ตเวิร์คโซลูชั่นส์บริษัทอีริคสันประเทศไทยจำกัดจัดแสดงเทคโนโลยี5G ในโอกาสร่วมลงพื้นที่เตรียมความพร้อมของสนามทดสอบ5G Testbed ณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชาโดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยี5G เส้นทางสู่การสร้างรายได้จาก5G ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โมเดลการทำธุรกิจใหม่ๆรวมไปถึงคลื่นความถี่ที่เหมาะสมสำหรับ5G พร้อมกันนี้ยังได้นำอุปกรณ์ที่พร้อมรองรับเทคโนโลยี5G ของอีริคสันมาแสดงในงานแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสนับสนุนผู้ให้บริการและภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่ยุค5G 
 
 
โดยอีริคสันได้นำซอฟท์แวร์5G Radio Access Network (RAN) ที่สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ได้และได้รับการรับรองตามมาตรฐาน3GPP 5G New Radio (NR) เป็นรายแรกของโลกพร้อมสถานีฐานแบบใหม่ที่เรียกว่าStreet Macro มานำเสนอเพื่อตอบโจทย์ผู้ให้บริการที่มีข้อจำกัดในการหาสถานที่ตั้งสถานีฐานในเขตเมืองเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างไร้รอยต่อจาก4G ไปยัง5G  โดยStreet Macro จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างสถานีฐานแบบMacro และMicro โดยสถานีฐานชนิดใหม่นี้สามารถไปติดตั้งในพื้นที่ที่จำกัดตามตึกสูงในเมืองได้เหมือนแบบMicro แต่สามารถให้การครอบคลุมของสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนแบบMacro นอกจากนี้ Street Macro ยังมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีระบบ Active Antenna ฝังอยู่ภายในสถานีฐาน และประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลกที่ทางอิริคสันนำเข้ามาติดตั้ง
 
นอกจากนี้อีริคสันยังได้นำเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์สถานีฐานแบบใหม่ของ Massive MIMO Technology ซึ่งจะช่วยการพัฒนาเครือข่าย4G เดิมเข้าสู่5G โดยตอบสนองความต้องการในการเพิ่มความเร็วขึ้นทั้งนี้ระบบสถานีฐานของอิริคสันที่มีการติดตั้งตั้งแต่ปี2558สามารถอัพเกรดเป็น5G NR โดยการติดตั้งซอฟท์แวร์จากทางไกลได้โดยการผสมผสานของผลิตภัณฑ์ใหม่ของอิริคสันรวมทั้งการสนับสนุน5G บนสถานีฐานที่ติดตั้งไปแล้วจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าสู่ยุค5G ได้อย่างยืดหยุ่นและสร้างโอกาสใหม่ๆสำหรับแอพพลิเคชั่นส์ในอุตสาหกรรมอื่นๆได้
 
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ขยายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นเข้าถึง5G แบบend-to-end ซึ่งรวมไปถึง5G NR Radio ครั้งแรกในอุตสาหกรรมระดับโลกอีริคสันยังเป็นเจ้าแรกในตลาดสำหรับโซลูชั่นส์ที่จะเปลี่ยนถ่าย4G สู่5G ได้อย่างราบรื่นโดยใช้แพลทฟอร์ม5G ใหม่ของอีริคสันผนวกกับCore และRadio use cases ซึ่งแพลทฟอร์มใหม่นี้ประกอบไปด้วย5G Core, Radio และTransport portfolios ทำงานร่วมกับระบบดิจิทัลบริการด้านการเปลี่ยนถ่ายและความปลอดภัย
 
 
ในอนาคตอุตสาหกรรมการผลิตหรือโรงงานต่างๆจะต้องใช้5G เพื่อพัฒนาตนเองไปสู่ยุคIndustrial 4.0โรงงานในอนาคตจะต้องมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสู่กระบวนการผลิตซึ่งจะเกิดขึ้นได้โดยการผ่านการเชื่อมโยงโครงข่าย5G ระบบการสื่อสารภายในโรงงานจะต้องผ่านเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและผ่านการยอมรับโดยภาคอุตสาหกรรมการเชื่อมโยงด้วยโครงข่ายที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายในขั้นตอนการผลิตได้ทั้งนี้ด้วยการเชื่อมโยงที่ได้มาตรฐานจะต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆเช่นWireless Sensor เข้าไปตามสายการผลิตในโรงงานซึ่งสามารถทำได้อย่างง่ายดายและทันทีโดยไม่จำเป็นต้องไปขัดจังหวะขั้นตอนการผลิตหรือการนำหุ่นยนต์ทั้งแบบประจำที่หรือแบบเคลื่อนที่เข้าไปยังสายการผลิตก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีการลากสายให้ยุ่งยากเหมือนโรงงานในปัจจุบันทั้งนี้5G จะมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆในโรงงานแล้วนำข้อมูลนั้นๆมาวิเคราะห์และสั่งการหุ่นยนต์ที่อยู่ในสายการผลิตโดยผ่านระบบคลาวด์การควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์จะเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดเมื่อนำเข้ามาสู่สายการผลิตจริงโดยจะต้องมีLatency ที่น้อยกว่า1มิลลิวินาทีโดยในการสาธิตนี้จะแสดงให้เห็นถึงการควบคุมแขนกลของหุ่นยนต์ที่สามารถควบคุมผ่านการขยับมือของผู้ควบคุมบนโครงข่าย5G
 
 
 
อีกหนึ่งตัวอย่างที่อีริคสันนำมาสาธิตคือรถตักดินที่ควบคุมระยะไกลผ่านโครงข่าย5G เป็นการสาธิตการนำ5G HF (High Frequency หรือความถี่สูง) มาใช้งานโดยข้อมูลการควบคุมรถตักดินนี้จะถูกสั่งการจากแท่นควบคุมไปยัง5G Core Network ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปที่แขนกลของหุ่นยนต์ผ่านโครงข่าย5G NR ในแบบRealtime โดยหุ่นยนต์จะตอบสนองต่อการควบคุมในแบบต่างๆได้อย่างหลากหลายเช่นการเคลื่อนไปข้างหน้าการหมุนซ้ายขวาหรือการตักดินเป็นต้นรถตักดินที่ควบคุมระยะไกลผ่านโครงข่าย5G จะเป็นการสาธิตการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เครื่องจักรในภาคสนามเช่นการทำเหมืองแร่โดยการควบคุมจากระบบปฏิบัติการหลังบ้านแบบReal time การควบคุมระยะไกลจะทำให้การปฏิบัติงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงเนื่องจากอุบัติภัยในการทำงานได้อีกด้วยสำหรับชุดสาธิตนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโครงข่าย5G ที่มีLow Latency รวมทั้งมีความมั่นคงและเชื่อถือได้สามารถทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับเครื่องจักรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตการควบคุมระยะไกลผ่านโครงข่าย5G จะถูกนำมาใช้ในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอันตรายเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานนอกจากนี้ชุดสาธิตนี้ยังแสดงให้เห็นการเชื่อมโยงของ5G URLLC (Ultra reliability and Low latency communication) โดยการเปรียบเทียบรถตักดินสองคันโดยที่คันหนึ่งมีการเชื่อมโยงผ่านโครงข่าย5G NR ในขณะที่อีกคันหนึ่งมีการเชื่อมโยงผ่านโครงข่าย4G  LTE หลังจากที่ได้ทำการทดสอบแล้วผู้สังเกตุการณ์จะเห็นได้ว่ารถตักดินคันที่เชื่อมโยงผ่านโครงข่าย5G NR จะสามารถเคลื่อนที่ตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเทียบกับอีกคันที่เชื่อมโยงผ่านโครงข่าย4G LTE ซึ่งยังมีการตอบสนองที่ช้าอยู่
 
“เทคโนโลยี5G จะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการได้สูงขึ้นถึง2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ22 ของรายได้ที่คาดการณ์ไว้ภายในปี2569 โดยอุตสาหกรรมการผลิตอุตสาหกรรมด้านพลังงานและสาธารณูปโภคและความปลอดภัยด้านสาธารณะจะเป็นภาคส่วนที่ผู้ให้บริการสามารถสร้างรายได้จาก5G ได้มากที่สุดอย่างไรก็ตามผู้ให้บริการจำเป็นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับ5G เพื่อประโยชน์ของคนในประเทศไทยต่อไป”วุฒิชัยกล่าว

หน้าแรก » ไอที