วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 15:56 น.

การตลาด

วอลล์สตรีท ฯ คาดรายได้ 2,000 ล้านบาท

วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 12.18 น.

วอลล์สตรีท ฯ   คาดรายได้ 2,000 ล้านบาท

 
 
วอลล์สตรีท อิงลิช สถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำของโลกที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีมากกว่า 400 สาขา ใน 28 ประเทศ และมีผู้เรียนมากกว่า 3 ล้านคนที่ได้มาเรียนภาษาอังกฤษกับวอลล์สตรีทอิงลิช โดยสัดส่วนทางการตลาดของวอลล์สตรีทอิงลิช อยู่ที่ 44% โดยในประเทศไทยมี 14 สาขา ตั้งเป้าภายใน 2 ปี ขยายเพิ่ม 28 สาขา หวังรายได้รวม 2,000 ล้านบาท

 

 
 
แมทธิว กิจโอธาน ประธานกรรมการ วอลล์สตรีท อิงลิช ประเทศไทย กล่าวว่า “ตอนนี้วอลล์สตรีท อิงลิช มีอยู่ทั้งหมด 14 สาขาในประเทศไทย รวมถึงการการเปิดสาขาใหม่ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ซึ่งเราก็ยังคงมาตรฐานทุกๆ อย่าง ภายใต้แบรนด์ วอลล์สตรีท อิงลิชไว้เป็นอย่างดี ในปีนี้เราได้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 3 สาขา และวางแผนไว้ว่าในอีกไม่เกินสองปีข้างหน้าเราจะมีสาขาเพิ่มอีกให้ได้ 28 สาขา ขยายไปทั่วประเทศไทย คาดรายได้ในช่วง 2 ปีข้างหน้า จะมีมูลค่ารวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งแผนการขยายสาขาในอนาคตนี้ จะเป็นรูปแบบที่บริษัทดำเนินการเองและขยายสาขารูปแบบแฟรนไชส์ในต่างจังหวัด โดยผู้ร่วมลงทุนสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 ถึง 3 ปี เนื่องจากยังคงมีผู้ต้องการมีทักษะความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ด้วยหลักสูตร MULTIMETHOD® เอกสิทธิ์เฉพาะของวอลล์สตรีท อิงลิช ที่มีระบบการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอนผ่านการรับรองผลจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผสานรูปแบบการเรียนรู้ที่ได้รับการพิสูจน์ว่าเมื่อมาเรียนแล้ว ต้องได้ผลอย่างแน่นอน ซึ่งหลักสูตรนี้มีใช้เฉพาะที่วอล์ลสตรีท อิงลิช เพียงแห่งเดียว  เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพจากหลักสูตรเจ้าของภาษา”
 
 
 
 
“การขยายตัวของเออีซีและโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมทั้งการที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ การเป็นฮับโลจิสติกส์ ดึงดูดให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานทัพการค้า การลงทุน ทำให้การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม หากเราไม่มีการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ ก็อาจจะทำให้เสียโอกาสการแข่งขันทางการค้าและแรงงานให้ต่างชาติ” แมทธิวกล่าว
 
ด้าน โอฬาร พิรินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วอล์ลสตรีท อิงลิช ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพราะเราเป็นแบรนด์สอนภาษาระดับพรีเมียมอันดับ 1 ของประเทศไทย เราจึงมุ่งมั่นที่จะทำให้วอล์ลสตรีทอิงลิช ประเทศไทย จะไม่ใช่แค่สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษา แต่จะเป็น ‘English Learning and Lifestyle Center’ หรือ แหล่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีสไตล์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกมิติให้กับผู้มาเรียน โดยมีครูเจ้าของภาษาคอยดูแล โปรแกรมภาษาอังกฤษของวอลล์สตรีท อิงลิช ได้รับการออกแบบสำหรับทุกระดับของผู้เรียน โดยมีระดับที่แตกต่างของคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ  20 ระดับ ตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นจนถึงผู้เชี่ยวชาญ ผู้เรียนได้ฝึกการใช้ภาษาในสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรและใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้นภายในเซ็นเตอร์ มีการบูรณาการคลาสเรียนต่างๆ ให้ทันสมัย เช่น พานักเรียน เพื่อนๆ และครอบครัว เปลี่ยนบรรยากาศการเรียนในห้องเรียน ไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ ตามแนวความคิด “ทุกที่คือแหล่งเรียนรู้ สนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษได้แบบมีสไตล์” เรามีการพัฒนาโปรแกรม MyStudy (มายสตาดดี้) ซึ่งเป็นโปรแกรมติดตามการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง ทุกที่ทุกเวลา สามารถจองคลาสเรียน เช็คตารางเรียน ดูประวัติการเรียนของตนเองผ่านระบบมือถือ เพื่อวางแผนการจัดการในการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ง่าย สะดวก ตรงตามระดับชั้น ตอบสนองความต้องการให้กับนักเรียนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี นักเรียนของวอลล์สตรีท อิงลิชจะจัดแบ่งตามช่วงอายุ 3 ช่วง ได้แก่ 15–22 ปี 23 – 29 ปี และ 30 ปีขึ้น ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของเรามีด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นคนรุ่นใหม่ที่เห็นความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษและเลือกที่จะมาฝึกภาษากับวอลล์สตรีทอิงลิช ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการเรียนในต่างประเทศ รวมถึงกลุ่ม “นิว มิลเลนเนียล” ที่มองว่าภาษาอังกฤษจะช่วยให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้น กลุ่มที่สองเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานในธนาคาร บริษัทส่งออก บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ผู้มีประสบการณ์การทำงาน และเจ้าของธุรกิจที่อยากจะพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งทุกกลุ่มให้ความสนใจในการมาเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษกับเรา เนื่องจากคอร์สเรียนที่ราคาสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพียง 5,000 บาทต่อคอร์ส ก็สามารถมาเรียนได้โดยไม่ต้องบินไปเรียนถึงเมืองนอก”

หน้าแรก » การตลาด