วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561 17:12 น.

การเมือง

ชาวกระบี่-เทพาแถลงขีดเส้นตาย 13 กพ.ต้องล้มโรงไฟฟ้าถ่านหิน

วันศุกร์ ที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 13.08 น.

ชาวกระบี่-เทพาแถลงขีดเส้นตาย 13 กพ.ต้องล้มโรงไฟฟ้าถ่านหิน

 

เครือข่ายประชาชนกระบี่-เทพา ออกแถลงการณ์จี้รัฐบาลยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขีดเส้นตาย 13 ก.พ. ครม.ต้องมีมติล้มโครงการ จวกโครงการเป็น "มาตรการเงียบ" ทำลายชีวิตชาวบ้านจำนวนมาก ซัดรัฐบาลเอาหูไปนาเอาตาไปไล่เปิดทางคนทำร้ายประเทศชาติ

 

 

วันที่ 9 ก.พ. ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายประชาชนกระบี่-เทพา รักษาสองฝั่งทะเลภาคใต้ ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกระบี่-เทพา รักษาสองฝั่งทะเล หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยะระบุว่า "การย้ายขนานใหญ่จากแผ่นดินเกิดจะมีขึ้นที่แผ่นดินเทพา การผลัดพรากจากแผ่นดินเกิดเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยาย ทั้งโรงเรียน ปอเนาะ มัสยิด  วัด กุโบร์ และบ้านเรือนกว่า 200 หลัง การพรากสิ่งเหล่านี้ออกจากแผ่นดินเกิดเพียงเพื่อกำไรของพ่อค้าถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย รัฐบาลยังยินยอมทำร้ายคนประเทศตัวเอง รัฐบาลกำลังหลับตาข้างหนึ่งเพื่อมองไม่เห็นว่าไฟล้นเกินจนไม่จำเป็นต้องผลิตเพิ่ม รัฐกำลังหลับตาข้างหนึ่งมองไม่เห็นว่าไฟฟ้าสามารถผลิตได้จากพลังงานอย่างอื่นโดยไม่ทำร้ายใคร  รัฐยินดีหลับตาเพียงเพื่อกำไรของพ่อค้า บนการทำร้ายประชาชาชนในชาติ

 

 

ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอีกนับหมื่นคนจะได้รับผลกระทบขั้นสูงสุดจากกระบวนการผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน ฆาตรกรเงียบที่ทำลายผู้คนมาแล้วทั่วโลกและไม่มีเทคโนโลยีใดจัดการมลพิษได้ จนประเทศในยุโรปและอเมริการัฐบาลต้องประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทยแล้วประชาชนต้องมาตรากตรำเรียกร้องเพื่อให้รัฐยุติโรงไฟฟ้า จะเห็นได้ว่ารัฐไทยนอกจากไม่ก้าวหน้าแล้ว ยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพ่อค้าถ่านหิน จึงเกิดความขี้ขลาดในการตัดสินใจ

 

แม้แผ่นดินที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามระดับโลก เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ รัฐบาลยังปล่อยให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินได้  จนฝรั่งทั้งโลก ตกใจว่า คนไทยคิดอะไร จึงเอาโรงไฟฟ้าถ่านหินมาไว้ในจังหวัดกระบี่ แผ่นดินและทะเลอันงดงามที่คนทั้งโลกต้องมาเยือน  เพราะเพื่อผลประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหิน รัฐบาลนี้ิยินดีเมินเฉยต่อชีวิตประชาชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนประโยชน์ของคนในชาติปล่อยให้พังทลายยังไม่เป็นไร เฉพาะการท่องเที่ยวในอันดามันปีละ๕แสนล้านรัฐบาลนี้ยังเมินเฉยได้เพียงเพื่อรักษาประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหินเอาไว้

 

นี่คือรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จุดยืนนี้มั่นคงตลอดมาจนถึงบัดนี้และประชาชนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลุกขึ้นมาปกป้องสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนกันเอง วันนี้ประชาชนต้องมารวมตัวกัน เพราะรัฐนั้นเห็นแก่ประโยชน์ของพ่อค้าพลังงานงาน  กระบี่และเทพาจึงขอประกาศว่า เราจะต่อสู้จนกว่ารัฐบาลจะยอมยุติโรงไฟฟ้าทั้งสองโรงและรับซื้อพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพการผลิตจำนวนมากในขณะนี้  เพื่อการรักษาแผ่นดินแล้วเราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะยืนหยัดถึงที่สุด ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

 

การตัดสินใจนั่งลงตรงนี้เพื่อยืนยันว่าเราจะปกป้องสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนถึงที่สุด เรานั่งตรงนี้เพื่อจะบอกกับโลกว่าคนไทยทำตามที่สหประชาชาติเรียกร้องว่าด้วยการลดโลกร้อน เพื่อจะบอกกับคนใต้ทั้งภาคว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะลุกขึ้นมาปกป้องภาคใต้ ภารกิจปกป้องสองฝั่งทะเล เป็นภารกิจร่วมของคนใต้ทุกคน การปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดเราจะให้เวลารัฐบาลอีก 4 วันหวังว่าวันที่ 13 ก.พ.วันประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐบาลจะตัดสินเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

หน้าแรก » การเมือง