วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561 11:19 น.

การเมือง

“แจ็ค หม่า”บุกไทย รุกกินรวบซื้อขายออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561, 12.05 น.

 

“แจ็ค หม่า”บุกไทย
รุกกินรวบซื้อขายออนไลน์

 

 

ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบาเข้าเยี่ยมคารวะรองนายกรัฐมนตรี

 

 

วันนี้ (19 เมษายน 2561) เวลา 10.00 น. นายแจ็ค หม่า (Jack Ma) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบาและคณะผู้บริหาร เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนไทย ณ ห้องนารี 2 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญดังนี้

 


 

 

รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบาต่างยินดีที่ได้มาหารือกันอีกครั้ง และยินดีที่การมาเยือนไทยครั้งนี้ของอาลีบาบานับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและการลงทุนที่เป็นรูปธรรมระหว่างไทยกับกลุ่มบริษัทอาลีบาบาที่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวางแผนลงทุนก่อตั้ง Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC การส่งเสริม SMEs ไทยให้เข้าสู่ระบบ E-commerce ของอาลีบาบาอย่างครบวงจร ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบายังกล่าวชื่นชมในศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีการพัฒนาอย่างมาก จึงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันมากขึ้นในอนาคต

 


  รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเข้ามาลงทุนในไทยของอาลีบาบา นอกจากจะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับ E-commerce การพัฒนาระบบการชำระเงินออนไลน์ และส่งเสริมศักยภาพให้แก่ SMEs ในประเทศไทยแล้ว ในอนาคต เมื่อการเชื่อมโยงระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านสมบูรณ์มากขึ้น อาลีบาบาจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านของไทยได้อีกด้วย ซึ่งประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบายินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาดังกล่าว

 

โดยคาดว่าจะมีการหารือถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและอาลีบาบา กรุ๊ป ในการประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี กว่า 11,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและส่งเสริมบุคลากรไทยในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถด้านดิจิทัล-อีคอมเมิร์ซ โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูกับกระทรวงอุตสาหกรรม 4 ฉบับ และจะมีการแนะนำการซื้อขายข้าวไทยผ่าน ‘Tmall.com’ โดยมีนายสมคิด และนายแจ็ค หม่า เป็นสักขีพยาน

 


ทั้งนี้ อาลีบาบาได้ศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค และเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และโครงการอีอีซีของรัฐบาลที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยคาดว่าปี 2561 ไทยจะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สูงถึง 113,000 ล้านบาท และในปี 2565 อาจเพิ่มเป็น 186,000 ล้านบาท

 

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการพบหารือกับนายแจ๊ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบาว่า เป็นการหารือถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย ไม่ใช่การหารือในเรื่องของการดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะวันนี้ต้องช่วยกันพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาคน การสร้างระบบทางเศรษฐกิจ โดยตนเองได้เน้นย้ำ เรื่องการดูแลผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทยก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะมีบทบาทนำ ดังนั้นไทยจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทอาลีบาบา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เน้นการใช้เทคโนโลยี กับดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริม ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่คนไทยต้องสร้างความเข้าใจ

 

อย่างไรก็ตามในระหว่างการหารือได้เน้นในเรื่องของสหกรณ์และเกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ เพื่อส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางอาลีบาบาพร้อมที่จะสนับสนุนสินค้าเกษตรของไทย ยืนยันความร่วมมือดังกล่าวประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบ โดยจะต้องพูดคุยในเรื่องผลประโยชน์ร่วมกัน

 

โดยในการพูดคุยวันนี้ มีเรื่องการลงนามระหว่างกัน ซึ่งบันทึกความเข้าใจนี้จะครอบคลุมในด้านต่างๆ และสิ่งสำคัญคือต้องเน้นการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของไทยและส่งเสริมการลงทุน ด้านดิจิทัลฮับ ในอีอีซีของไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าความร่วมมือจะเชื่อมโยงกันทั้งหมด ส่วนการส่งเสริมสินค้าข้าวของไทย ทางอาลีบาบาจะนำไปจำหน่ายผ่านทางเว๊บไซต์ของอาลีบาบา ทั้งนี้ความร่วมมือต่างๆ ที่ได้ตกลงร่วมกัน จะเร่งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในหนึ่งปี

 

 

หน้าแรก » การเมือง