วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561 14:49 น.

การเมือง

พท.ชี้อย่าฉกฉวยหาประโยชน์จากนโยบายของคนอื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.10 น.

พท.ชี้อย่าฉกฉวยหาประโยชน์จากนโยบายของคนอื่น

 

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำปฏิญาณตนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เนื้อหาของคำกล่าว เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ว่า เอกสารคำปฏิญาณตนที่เผยแพร่ออกมา ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าจริงไม่แน่ใจว่าผู้จัดทำมีเจตนาแอบแฝงอย่างไร ความจริงคนรู้กันทั้งประเทศ กองทุนหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นในยุคของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เพื่อให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนด้วยทรัพยากร ภูมิปัญญา การมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ สร้างศักยภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน ควบคุม ตรวจสอบ ติดตามประเมินผลความคืบหน้าด้วยตนเอง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนหลายประเทศนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศ 

 

ดูได้จากหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการปล่อยกู้ในสถาบันการเงินทั่วไป สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการกองทุนและควบคุมด้วยตนเอง แม้ว่าจะถูกโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม แต่หลายปีที่ผ่านมาก็ไม่มีรัฐบาลไหนกล้ายกเลิก ไม่อยากให้นำกองทุนหมู่บ้านไปฉกฉวยหาประโยชน์ในการหาเสียงล่วงหน้า การพูดว่าเราจะประสานพลังประชารัฐ ซึ่งบังเอิญตรงกับชื่อพรรคการเมืองและมีบุคคลที่สื่อมวลชนคาดหมายว่าเป็นแกนนำในการจัดตั้งพรรคนี้ ไปอยู่ในคำกล่าวปฏิญาณตนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองน่าจะไม่เหมาะสมหรือไม่ รัฐบาลคสช.ต้องแยกแยะให้ออก จะไปบอกว่าบังเอิญเป็นคำที่ตรงกันคงฟังได้ยากหรือไม่ ดังนั้นถ้าจะหาเสียงอะไรควรหาเสียงจากผลงานที่ตนเป็นคนคิดขึ้นมาเอง อย่าไปฉกฉวยเกาะกระแสหาประโยชน์เล็กๆน้อยๆในการหาเสียงล่วงหน้าด้วยการแอบอ้างนโยบายของคนอื่นเขาเอามาเป็นของตัวเอง จะมีศักดิ์ศรีกว่าหรือไม่


      

ทั้งนี้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กล่าวในการเป็นประธานเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐว่า จะเปิดให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ ยื่นโครงการที่เป็นการประกอบธุรกิจในชุมชนภายใต้วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 3 แสนบาท เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาทในปี 2560
          


ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านฯ มีทั้งสิ้น 79,595 กองทุน สมาชิกประมาณ 13 ล้านคน สามารถยกระดับขึ้นเป็นสถาบันการเงินชุมชนได้ 2,560 แห่ง มีเงินหมุนเวียน 3 แสนล้านบาท เป็นการจัดสรรจากภาครัฐทั้งสิ้น 2 แสนล้านบาท โดยโครงการตามแนวทางประชารัฐ ในปี 2559-2560 ที่รัฐจัดสรรวงเงินลงไปรวม 5 หมื่นล้านบาท ทำให้เกิดโครงการโดยกองทุนหมู่บ้านฯ ทั้งสิ้น 120,000 โครงการ เงินหมุนเวียน 4 หมื่นล้านบาท ได้กำไรเป็นผลตอบแทน 4,000 ล้านบาท
          


ขณะที่ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า การเติมงบประมาณลงไปในกองทุนหมู่บ้านดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 ที่วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท หรือกองทุนละ 1 ล้านบาท แต่ที่เป็นลักษณะให้เงินลงไปเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชนและพัฒนาหมู่บ้านเริ่มในปี 2559 วงเงิน 35,000 ล้านบาท ปี 2560 วงเงิน 15,000 ล้านบาท และปีนี้อีก 2 หมื่นล้านบาท จะเป็นการต่อยอดโครงการเดิมที่ได้ดำเนินการที่ชุมชนต้องการ
 

หน้าแรก » การเมือง