วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 04:04 น.

การเมือง

"พงศ์พร"ชี้วัดรับงบจากพศ.แล้วถ่ายเทเข้าข่ายผิดฐานฟอกเงิน

วันพุธ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 17.23 น.

"พงศ์พร"ชี้วัดรับงบจากพศ.แล้วถ่ายเทเข้าข่ายผิดฐานฟอกเงิน

 


วันที่ 20 มิ.ย.2561 ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อัมพร อมฺพโร) เสด็จมาทรงเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) โดยกรรมการมส. และพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม เข้าร่วมการประชุม  

 

หลังเสร็จสิ้นการประชุมมส.พ.ต.ท.พงศ์พร ได้มาแถลงข่าวด้วยตนเองในรอบ  2 เดือน โดยกล่าวว่า ข่าวลือเรื่อง พศ.จัดการบัญชีทรัพย์สินวัด พศ.ขอยืนยันว่า ไม่มีอำนาจเป็นอำนาจของปกครองคณะสงฆ์ ความจริงแล้วพศ.ต้องการเพียงวัดตัวอย่าง ต้องการศึกษาว่า วัดที่ไม่จับเงินทำได้หรือไม่เพียงใด ใส่ร้ายก่อให้เกิดความแตกแยกได้ ในฐานะชาวพุทธ ควรพิจารณา สำหรับตัวอย่างวัดที่ไม่จับเงิน พศ.มีแล้วบางส่วน อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดยขอยังไม่เปิดเผยว่า มีวัดใดบ้าง แต่ทั้งนี้ ไม่อยากให้ชาวพุทธตีความ แต่อยากให้กลับไปอ่านพระธรรมวินัย และต้องให้ถามคณะสงฆ์

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากเป็นวัดที่สังกัดฝ่ายธรรมยุตทั่งหมดจะมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว โดยพระภิกษุสามเณรจะปฏิเสธการรับเงินโดยตรงอยู่แล้ว แต่จะให้ฆราวาสถวายใบปวารณาบัตรแทนเงิน

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องพระไม่รับเงิน จะต้องหารือต่อมหาเถรสมาคม หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า  เรื่องดังกล่าวยังไม่ต้องถึงมส. ส่วนกรณีเงินทอนล็อตที่ 4นั้น ตามขั้นตอนการแจ้งความร้องทุกข์ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมายัง พศ.ก่อน  ตนขอทำความเข้าใจว่าการกระทำความผิดและการดำเนินดคีแยกเป็น  2ส่วน คือ1.การจัดสรรงบประมาณโดยมิชอบ ผู้ต้องรับผิด คือ เจ้าหน้าที่ และบุคคลอื่น ได้แก่ บรรพชิต ฆราวาส จะผิดในฐานะผู้สนับสนุน เป็นเรื่องของป.ป.ช. ชี้มูลความผิด

 

2.เรื่องการฟอกเงิน เมื่อพศ.โอนเงินให้วัดและมีการยักย้ายถ่ายเทเงินไปที่อื่น ก็จะเป็นไปตามกฎหมายฟอกเงิน ผู้ที่กระทำผิดฐานฟอกเงิน คือ พระ เนื่องจากเงินไปที่วัดแล้ว คนที่ยักย้ายถ่ายเท ก็คือ ผู้ที่อยู่ในวัดผู้ที่กระทำผิดคือ ผู้ที่รับเงินไปจากพศ. ซึ่งที่เจ้าหน้าที่กองปราบดำเนินการ ก็คือ กฎหมายการฟอกเงิน จึงขอให้ทุกฝ่ายแยกอย่าสับสน ส่วนเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด ถูกไล่ออกแล้วหลายหลาย และอดีตผอ.พศ.ที่หลบหนี้ ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 


วันเดียวกัน ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน พร้อมนายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายความและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมเครือข่ายชาวพุทธ มายื่นหนังสือกราบทูลต่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อัมพร อมฺพโร) ขอให้พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร แจ้งข้อกล่าวหาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) จากกรณีทำให้พระสงฆ์ต้องถูกจับกุมและถูกสึก โดยที่ยังไม่ได้ชี้แจงข้อกล่าวหา เพื่อขอให้ออกประกาศเพื่อให้พระสงฆ์ปฏิบัติพร้อมกัน 

 

ดร.จรูญ กล่าวว่า ครั้งนี้มายื่นหนังสือร้องขอให้มหาเถรสมาคมออกประกาศเพื่อให้พระสงฆ์ทั่วประเทศได้ปฏิบัติพร้อมกัน ดังนี้ 1. ให้เจ้าอาวาสหรือตัวแทนเจ้าอาวาสไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจท้องที่ว่า เงินงบประมาณที่ได้รับจากพศ.นั้น อาจเป็นงบประมาณผิดประเภท ผิดจากวัตถุประสงค์ที่ขอไป หากมีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางวัดว่าใช้งบประมาณผิดประเภท หรือเงินทอนวัด หรือ ฟอกเงิน ทางวัดจะแจ้งความดำเนินคดีกับพศ. และผอ.พศ.จนถึงที่สุด และให้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไว้ก่อน แล้วให้ตำรวจทุกท้องที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วเก็บสำเนาลงบันทึกประจำวันนั้นไว้ พร้อมทั้งประกาศให้พระเณรภายในวัด หรืออุบาสกอุบาสิกาของวัดทราบและเป็นพยานบุคคลไว้ 

 

2.ให้เจ้าอาวาสหรือตัวแทนเจ้าอาวาสไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุกจริตจังหวัด หรือ ปปช.จังหวัดไว้ทุกจังหวัด โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณดังกล่าวที่ทางวัดได้มาต่อปปช.จังหวัดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อปปช.จังหวัดจะได้กันวัดไว้เป็นพยาน และเป็นผู้เสียหายในคดีต่อไป และให้ดำเนินคดี กับข้าราชการ สำนักพุทธ ที่รับเงินทอนจากวัดทั่วประเทศ ในข้อหาฉ้อโกงเงินวัด
 

หน้าแรก » การเมือง