วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561 07:56 น.

การเมือง

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับที่ 4 มีผลบังคับใช้แล้ว

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 12.34 น.

 

 

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับที่ 4 มีผลบังคับใช้แล้ว

 


โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมจากพระภิกษุ ซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรเหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์

 

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 มีใจความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ 15 ก.ค.2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน

 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา คือพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561” ทั้งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

โดยเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก และตามโบราณราชประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านานนั้น พระมหากษัตริย์ทรงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมทั้งทรงทำนุบำรุงสังฆมณฑลให้เจริญมั่นคงเป็นไปตามแบบแผนอันเรียบร้อยตลอดมา เพื่อให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองถาวรเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชน ซึ่งจะก่อให้เกิดการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม มีความร่มเย็นผาสุกแก่ประชาชนและเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ สมควรบัญญัติกฎหมายให้เป็นการสืบทอดและธำรงรักษาไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามโบราณราชประเพณี จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.นี้

 

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว คือ มาตรา 3 ที่บัญญัติว่า เพื่อให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตลอดจนการดูแลการปกครองคณะสงฆ์เป็นไปเพื่อส่งเสริมการเผยแพร่หลักพระพุทธศาสนาให้เกิดการพัฒนาจิตใจ และปัญญา และมีการรักษาพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้องดีงาม โดยเคร่งครัด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป พระมหากษัตริย์จึงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์และแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ขณะที่องค์ประกอบของมส.ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราชซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควรและจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองสงฆ์ ซึ่งการแต่งตั้งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้ ทั้งนี้ กรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ กรรมการ มส.ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 1. มรณภาพ 2. พ้นจากความเป็นพระภิกษุ 3. ลาออก 4. พระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการให้ออก

 

ขณะที่ การแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค หากมีพระราชดำริเป็นประการใด ให้ดำเนินการไปตามพระราชดำรินั้น สำหรับการแต่งตั้งและถอดถอนพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่น ให้ดำเนินการไปตามพ.ร.บ.นี้ เว้นแต่จะมีพระราชดำริเป็นประการอื่น ให้กรรมการมส.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งกรรมการมส.ขึ้นใหม่ ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2506 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.นี้

 

ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี