วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561 16:00 น.

การเมือง

“พุทธิพงษ์” เข้าทำเนียบฯพบ "บิ๊กตู่" รับงานรองเลขาฯ

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.28 น.

“พุทธิพงษ์” เข้าทำเนียบฯพบ "บิ๊กตู่" รับงานรองเลขาฯ

 

“พุทธิพงษ์” รายงานตัวนายกฯรับมอบหมายงานรองเลขาฯ ยันทำหน้าที่พีอาร์ผลงานรัฐบาล หวังคน ปชป.เข้าใจ ไม่ปฏิเสธลงเลือกตั้งส.ส.พรรคบิ๊กตู่หรือไม่ แต่บอกไม่ลงเลือกตั้งส.ส.ค่าย ปชป.แล้ว

 

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 12 ก.ย. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. ที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เข้ารายงานตัวและรับมอบหมายงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 50 นาที

 

นายพุทธิษ์ เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงานให้ 1.ติดตามผลงานที่รัฐบาลได้ทำไว้แล้ว ซึ่งมีมากพอสมควร จึงอาจจะมีการเพิ่มเติมเรื่องการสื่อสารในบางส่วนว่ารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอย่างไร ถึงขั้นตอนใดและจะใช้เวลาเท่าใด 2.ประสานงานแก้ไขปัญหาการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในทุกรูปแบบ ทั้งทางศูนย์ดำรงธรรม และอื่นๆหากปัญหาใดมีความเร่งด่วนก็จะสรุปส่งนายกรัฐมนตรี โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ทำงานกับท่านโดยตรง ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.เป็นต้นไป

 

ในการแต่งตั้งครั้งนี้ อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเรื่องการเมือง หรือเตรียมการเลือกตั้ง เพราะการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับการเมือง มีเพียงการทำงานก็เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีผลงานจำนวนมาก แต่อาจยังไม่มีการสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจเพียงพอ จึงต้องมาสร้าง ความรับรู้ความเข้าใจให้ประชาชน แต่ไม่ถึงขั้นเป็นโฆษกประจำตัวนานกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งนี้เคยมีมาแล้วในรัฐบาลก่อนๆ

 

อย่างไรก็ตามได้พูดคุยกับคนในประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มา 18 ปี มีความผูกพันธ์กันมาก และการมาครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหาผิดใจอะไรกัน แต่เอาเรื่องงานเป็นตัวตั้ง ซึ่งทางพรรคมีความเข้าใจเพราะเป็นทางที่ตนเลือกแล้ว

 

ส่วนกรณีที่ตัวเองเป็นแกนนำ กปปส.และมีคดีความด้วยนั้น นายพุทธิพงษ์ ยืนยันเรื่องของคดีความทุกอย่างยังเป็นไปตามกระบวนการปกติ ซึ่งตนได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยศาลชั้นต้นได้นัดตรวจสอบพยานปีหน้า ไม่มีเรื่องใดที่จะมาทำให้ตนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะวันนี้ยังถือว่าตนบริสุทธิ์ จึงไม่มีความกังวล เหมือนกับที่หลายๆคนยังทำงานปกติ เมื่อศาลยังไม่ตัดสิน

 

“การรับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขผูกติดอะไรกับการที่พวกเราเป็น กปปส. ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณเอง อดีตเลขา กปปส. ก็ไปตั้งพรรคกรวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งไม่มีชื่อพวกผม เมื่อภารกิจของ กปปส. หมดไป ทุกคนแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง และการมาครั้งนี้ก็ไม่ได้ปรึกษานายสุเทพ โดยมีบุคลากรของรัฐบาลเป็นผู้ติดต่อมา อาจมองว่าเราทำงานการเมืองมา 18 ปี และ 2-3 ปีมานี้ ผมก็ถอยจากกิจการของพรรคไปมาก เพื่อไปอยู่กับครอบครัว ไม่ได้ออกมาพูดจาให้สื่อมวลชนได้นำเสนอ ผมจึงใช้เวลาพิจารณาอยู่สักเวลาหนึ่ง"

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อตนมีตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงไม่กลับไปสมัคร ส.ส. เขต กับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองที่สนุนพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่หากตนสามารถพัฒนาแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง ทำงานด้วยกันอย่างเต็มกำลังถึงค่อยมาตัดสินใจในอนาคต

หน้าแรก » การเมือง