วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562 01:44 น.

การเมือง

'บิ๊กตู่'โพสต์เตือน!'แชร์-เสพข่าว'อย่างมีสติ

วันอาทิตย์ ที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.31 น.

'บิ๊กตู่'โพสต์เตือน!'แชร์-เสพข่าว'อย่างมีสติ


วันที่ 9 ธ.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” และทวิตเตอร์ @Prayutofficial ระบุว่า “ช่วงนี้มีการแชร์ข้อมูลที่เป็นข้อมูลเก่า ไม่ใช่ข้อมูลที่สามารถสะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันได้เลย ปัญหาความเหลื่มล้ำเป็นปัญหาที่มีอยู่จริง ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ผมและรัฐบาลได้ยกปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนและบรรจุไว้ในแผนปฎิรูประยะยาวแล้ว การแก้ไขในปัจจุบันก็มีแล้วเช่นการจัดสรรที่ดินบนที่ของรัฐใน 61 จังหวัดและอีกหลายมาตรการ ผมขอให้ประชาชนทุกคน อ่านข่าว ฟังข่าว หรือแชร์ข่าวอย่างมีสติ ระมัดระวัง อย่าตกเป็นเครื่องมือของบุคคล หรือกลุ่มคนที่ไม่หวังดี เราทุกคนควรร่วมกันพัฒนาเพื่อผลักดันบ้านเมืองเราให้ก้าวไปข้างหน้า”

 

ทั้งนี้วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ได้ประมวลไว้ว่า สติ แปลว่า ความระลึกได้ ความนึกขึ้นได้ ความไม่เผลอ ฉุกคิดขึ้นได้ การคุมจิตไว้ในกิจ หมายถึง อาการที่จิตนึกถึงสิ่งที่จะทำจะพูดได้ นึกถึงสิ่งที่ทำคำที่พูดไว้แล้วได้ เป็นอาการที่จิตไม่หลงลืม ระงับยับยั้งใจได้ ไม่ให้เลินเล่อพลั้งเผลอ ป้องกันความเสียหายเบื้องต้นยับยั้งชั่งใจไม่บุ่มบ่าม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความไม่ประมาท

 

สติ เป็นธรรมมีอุปการะมาก คือทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นเจตสิกชนิดหนึ่ง สตินั้นหากนำมาใช้กับทางโลกทั่วไปก็ย่อมมีประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการงาน ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ การคิดอ่านย่อมเป็นระบบ จิตย่อมมีสมาธิในการทำกิจการงานใด ๆ อารมณ์มักจะเป็นปกติ ไม่ค่อยโกรธ เครียด หรือทุกข์ใจอะไรมาก ๆ กล่าวโดยรวมคือย่อมเกื้อกูลชีวิตประจำวันทางโลกได้อย่างดีซึ่งเป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจน ถ้ารู้เนือง ๆ มาก ๆ เข้าจนเป็นมหาสติ ก็จะได้ประโยชน์จากทางธรรมด้วย การที่เรามีสติอยู่เนือง ๆ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ทำอย่างติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็เพื่อให้สติเกื้อกูลต่อการ “เห็นความจริง” ความจริงนี้เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือกายกับใจจุดหมายของการรู้ก็เพื่อให้เห็นความจริง อันได้แก่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่ากายและใจของเรานั้นเป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวเรา

 

สติ เป็นคุณธรรมที่เกิดเองไม่ได้ ต้อง ทำให้เกิดขึ้นด้วยการฝึกฝนรวบรวมจิตใจให้นิ่งแน่วด้วยวิธีต่างๆ เช่นการเจริญวิปัสสนาคือการฝึกตามมหาสติปัฏฐานสูตร ทำสมาธิ สวดมนต์ ภาวนาคือให้มีความรู้สึกตัวผ่านอายตนะทั้ง 6

 

สติ มีใช้ในอีกหลายความหมาย เช่น กำหนดรู้ ตระหนักรู้ ระลึกรู้ สัมผัสรู้ รู้สึกตัว และอื่นๆ ที่ใช้ในความหมายการทำความกำหนดรู้สึกตัวในปัจจุบันต่อผัสสะใดๆที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้กำหนดรู้เฉพาะหน้า ให้เท่าทันต่อสัมผัสตามความเป็นจริงต่อสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา ให้จิตเป็นอิสระต่อสิ่งที่มากระทบในฐานะเป็นเพื่อผู้เฝ้ารู้เฉย ด้วยการเพิ่มการรับรู้ทางประสาทสัมผัส โดยลดการคิดนึกปรุงแต่งความรู้สึกอื่นๆ

 

สติใช้เพื่อที่จะรู้เท่าทันในสังขาร 3

 

รู้เท่าทันในการเคลื่อนไหว(กายสังขาร) ในอันที่จะการสร้างกรรมใดๆ นั่นคือศีล
รู้เท่าทันในอารมณ์ที่ปรุงแต่งจิต(จิตสังขาร) จนจิตเป็นอิสระจากอารมณ์ นี่คือสมาธิ
รู้เท่าทันความคิดทั้งหลาย(มโนสังขาร) ว่าความคิดเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่(โยนิโสมนสิการ) นี้คือปัญญา