วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562 11:53 น.

การเมือง

'อุตตม'แย้มมีพูดคุย! กับพรรคอื่นตั้งรัฐบาลกันแล้ว

วันเสาร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562, 13.41 น.

"อุตตม" ย้ำจุดยืน พรรคใดรวมเสียงได้มากเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แย้มมีการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการกับพรรคอื่นแล้ว แต่ยังไม่จับมือเป็นรัฐบาล ย้ำต้องรอผลเลือกตั้ง 24 มีนาออกมาก่อน  แนะ "ทุกพรรคการเมือง"ยอมรับผลเลือกตั้ง -อย่าสร้างเงื่อนไข หวั่นเกิด "ปฏิวัติ" 

วันที่ 23 มี.ค.2562 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า โค้งสุดท้ายผู้สมัครของพรรคมั่นใจว่า จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัย วานนี้ ได้กระแสตอบรับดี พร้อมย้ำจุดยืนในการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคยังคงหลักการเดิม คือพรรคที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ยอมรับว่า ได้พูดคุยกับพรรคพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นแล้ว อย่างไม่เป็นทางการ แต่ยังไม่ได้เจรจาหรือ เชิญร่วมรัฐบาล ส่วนหลังปิดหีบเลือกตั้งแล้วจะสามารถฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลได้ทันทีหรือไม่ ต้องรอดูผลคะแนนก่อน และเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีส่วนร่วมด้วย 

นายอุตตม กล่าวว่ส ยังไม่ได้มีการตัดสินใจในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคต้องการเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นด้วยความสงบ ตามความคาดหวังของประชาชน  พรรคพลังประชารัฐยังไม่เคยปฏิเสธจับมือพรรคไหน แต่พรรคก็มีกฎเกณฑ์ คือ อุดมการณ์และนโยบายต้องสอดคล้องกับพรรค  การเจรจาต่อรองทางการเมืองถือเป็นเรื่องธรรมชาติ และไม่คิดว่าพรรคพลังประชารัฐ จะถูกพรรคการเมืองอื่นๆโดดเดี่ยวทางการเมือง ขอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน


 แนะ "ทุกพรรคการเมือง"ยอมรับผลเลือกตั้ง -อย่าสร้างเงื่อนไข หวั่นเกิด "ปฏิวัติ" 
 
 นายอุตตม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสโจมตีพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฐานะบุคคลที่พรรคสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมจูงใจให้ประชาชนไม่เลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ว่า เป็นวาทะกรรมทางการเมืองที่พรรคพลังประชารรัฐเผชิญมาต่อเนื่อง ซึ่งตนมองว่าเป็นการสร้างวาทะกรรมที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองและสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้  ทั้งที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐต้องการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศเดินหน้าและให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ผ่านการเสนอบุคคลที่มีศักยภาพลงสมัครรับเลือกตั้ง และเน้นการทำงาน รณรงค์หาเสียงในพื้นที่เข้าถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 "วาทะกรรมทางการเมืองเพื่อมุ่งสร้างความขัดแย้ง ผมไม่ให้ความสำคัญ และอยากขอให้ทุกพรรคนำเสนอตัวเองเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนมากกว่าการพูดถึงแบ่งขั้ว แบ่งฝ่ายซึ่ง​ไม่เป็นประโยชน์กับใคร" นายอุตตม กล่าว

นายอุตตม ยังกล่าวถึงการท้วงติงความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ว่าใช้ตำแหน่งราชการช่วงสร้างคะแนนนิยมให้พรรค ด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนนิเดตนายกฯของพรรคย่อมถูกจับตาเป็น ที่ผ่านมาตนยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อเอื้อสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคพลังประชารัฐ และไม่เคยพาดพิงถึงพรรคช่วงลงพื้นที่ตรวจราชการ และส่วนที่คะแนนนิยมของพรรคสูงขึ้นช่วงใกล้เลือกตั้ง ตนมองว่ามีปัจจัยจากนโยบาย, ผู้สมัคร ส.ส. และการทำงานในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ พรรคจะควบคุมหรือกำกับให้อยู่ภายใต้แนวทางและนโยบายของพรรคได้อย่างไร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เชื่อว่าจะเดินไปทิศทางเดียวกัน เพราะก่อนแกนนำพรรคพลังประชารัฐเชิญพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนนิเดตนายกฯ ได้นำกรอบนโยบายใหญ่ให้พิจารณา และท่านรับทราบดี ดังนั้นตนมั่นใจว่าพรรคกับพล.อ.ประยุทธ์จะจูนกันได้ดี ไม่มีปัญหา  ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกครั้ง จะยังใช้อำนาจแบบสั่งการเด็ดขาดนั้น ตนมองว่าจะเป็นสิ่งที่ดี ที่ต้องการผู้นำที่เด็ดขาดและเฉียบขาดในการตัดสินใจ เพราะอย่าลืมว่าหลังการเลือกตั้งรัฐบาลที่จะบริหาร จะเป็นรัฐบาลผสม จากหลายพรรคการเมือง ดังนั้นจึงต้องการผู้นำรัฐบาลที่มีความเฉียบขาด

 "หลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่คนที่จะถูกมองว่าเป็นเผด็จการอีกต่อไป เพราะท่านคือนายกฯที่มาจากการเลือกของประชาชน  และพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้ที่นำความสงบ ความผาสุขที่แท้จริงสู่ประเทศไทย ให้ประเทศเดินหน้าไปสู่อนาคตอย่างมีความหวัง" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

นายอุตตม กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าพรรคยืนยันจะยึดแนวทางของการสร้างความสงบของประเทศ เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชน ดังนั้นไม่ว่าผลเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร พร้อมยอมรับผลเลือกตั้ง และทุกฝ่ายต้องยอมรับ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล และทุกฝ่ายไม่ควรสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งเหมือนอดีต และปัญหาการเมืองต้องวนกลับมาสู่การแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหารอีก โดยตนไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีก.
 
 

หน้าแรก » การเมือง