วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 16:59 น.

"มาร์ค"ซัดการเมืองคือรากเหง้าของปัญหาของชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 18.14 น.

"มาร์ค"ซัดการเมืองคือรากเหง้าของปัญหาของชาติ

 

 

“มาร์ค” หารือลูกพรรคนานกว่า 2 ชม. ก่อนเข้าพบ ป.ย.ป.สร้างงานปรองดองชาติ ชี้รากเหง้าปัญหาอยู่ที่การเมืองต้องยกเครื่องครั้งใหญ่ ระบุ 10 ประเด็นแม้ครอบคลุมทุกเรื่องแต่ยังขาดความชัดเจนเรื่องการกระจายอำนาจ

 

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดหารือสมาชิกพรรคจำนวน 10 คน เพื่อเตรียมเข้าพบกับคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในวันที่ 17 ก.พ. โดยใช้เวลาหารือ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 10 ประเด็นที่ทางอนุกรรมการฯเสนอมา เพื่อให้การนำเสนอสมบูรณ์ที่สุด เพราะเราจะดูจากประสบการณ์ การวิเคราะห์ปัญหาแต่ละด้าน การมองไปข้างหน้าว่า ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นมีอะไร และจะป้องกันแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ อยากให้การนำเสนอเห็นได้ชัดว่า มีหลักคิดในการสร้างความปรองดอง ซึ่งจากการหารือเราได้แลกเปลี่ยนอย่างเต็มที่ คิดว่าการนำเสนอน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคณะกรรมการฯ

       

เมื่อถามว่า ใน10 ประเด็น พรรคยังยืนยันหลักการเดิม โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าประเทศไทยเดินไปข้างหน้าต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในหลักนิติธรรม ในรายละเอียดของหลักการเหล่านี้จะสามารถแปรออกมาได้หมด เช่น ด้านสื่อสารมวลชนจะทำอย่างไร การจัดการทรัพยากรธรรมชาติจะทำอย่างไร รวมทั้งการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจะสอดคล้องกันทั้งหมด เพราะเราไม่อยากให้เขาแยกส่วนว่า มี 10 คำถามแล้ว ต้องแยกว่า เรื่องนี้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ไม่เห็นภาพรวม ที่สำคัญคือ ถึงแม้ทุกเรื่องสำคัญ ประเด็นที่เกี่ยวกับปมความขัดแย้งและความปรองดอง น้ำหนักคงเท่ากันไม่ได้ ความกังวลใหญ่จะอยู่ที่ระบบหลัก คือ การเมือง ฉะนั้นทุกอย่างต้องให้ความสำคัญกับตรงนั้นเป็นพิเศษ

   

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่อยากวิจารณ์ข้อเสนอของแต่ละฝ่าย ที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทหลายวัน และไม่ต้องมาเผชิญหน้าและโต้แย้งกัน ดังนั้นจึงคิดว่าควรที่จะช่วยเขาทำงานก่อน ใครอยากเสนออะไรก็ว่าไป อย่าเพิ่งมาวิจารณ์กัน ให้ป.ย.ป. ประมวลความเห็นให้หมด และจัดทำข้อเสนอมา จากนั้นค่อยมาแลกเปลี่ยนกัน บรรยากาศเริ่มต้นตอนนี้ค่อนข้างที่จะไปได้อยู่ เพราะแสดงให้เห็นว่า เขาก็พร้อมที่จะรับฟังเต็มที่ และไม่ต้องการให้ใครมาเถียงกัน

     

เมื่อถามย้ำว่า ประเด็นหลักคือ ควรจะแก้ที่การเมืองใช่หรือหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเมืองเป็นหัวใจ ที่ผ่านมาก็คือการเมืองเป็นหลัก จึงต้องแก้ที่การเมือง และบทบาทของฝ่ายการเมืองก็สำคัญในแง่ที่ต้องเป็นตัวแทนประชาชน เพื่อบริหารประเทศ นโยบายและการตรวจสอบ น้ำหนักที่เกี่ยวข้องกับการเมืองจึงมีมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ เห็นว่า เรื่องปรองดองไม่มีใครบังคับให้ใครเห็นตรงกัน หรือเชื่อตรงกันได้ แต่หากได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นว่า น่าจะเป็นทางที่ทำให้ความขัดแย้งลดน้อยลง ตนคิดว่าทุกคนก็พร้อมที่จะพิจารณาอยู่แล้ว

    

นอกจากข้อเสนอ 10 ข้อแล้ว พรรคฯจะเสนออะไรเพิ่มเติมพิเศษอีกหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 10 ข้อก็กว้างมาก และครอบคลุมทุกเรื่องแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่ตั้งใจจะไปพูดนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นคำตอบใน 10 ข้อได้แล้ว ตนมองว่าสิ่งที่ตกไปคือ บทบาทภาพรวมการกระจายอำนาจ และท้องถิ่น ที่ไม่ได้รับชัดเจน แต่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในทุกเรื่องอยู่แล้ว นอกจากนี้ เรื่องการเสนอปลดล็อคการทำกิจกรรมพรรคการเมืองนั้น เรื่องนี้พูดมามากแล้ว ตนพยายามพูดว่าอย่าบอกว่าปลดล็อค หรือไม่ปลดล็อค เพราะถึง

 

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองก็ควรที่จะเตรียมตัวสำหรับหลาย ๆ เรื่อง มิเช่นนั้นเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองออกมาก็มีปัญหา ถ้าบอกว่าไม่ให้พรรคการเมืองทำอะไรเลย แล้วพรรคการเมืองจะทำตามกฎหมายใหม่ได้ทันเวลาได้อย่างไร ขณะเดียวกันถ้าเห็นว่า มีความไม่เหมาะสมที่จะให้ทำกิจกรรมบางประเภทที่อาจกระทบต่อบรรยากาศบ้านเมือง คิดว่าทุกคนก็รับได้อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงควรแยกแยะ ควรที่จะคุยกันว่า อะไรบ้างที่พรรคการเมืองควรมีส่วนในการเตรียมประเทศเข้าสู่ระยะที่ 3 และอะไรบ้างที่พรรคการเมืองต้องรอไปก่อน เพื่อให้บ้านเมืองมีบรรยากาศที่ดีสำหรับสถานการณ์