วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 07:22 น.

“บิ๊กเข้” ปลื้มผลประเมินธรรมาภิบาล สสส.ดีขึ้นสวยหรู

วันอาทิตย์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560, 16.41 น.

“บิ๊กเข้” ปลื้มผลประเมินธรรมาภิบาล สสส.ดีขึ้นสวยหรู

 

“บิ๊กเข้” ปลื้มผลประเมิน สสส ใน 5 ประเด็นหลัก สูงขึ้นทั้งผลงานและธรรมาภิบาล รับใบประกาศจากนายกฯ การันตี สสส. “คุณธรรม-โปร่งใส”

 

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สสส. ครั้งที่ 3/2560 ว่า ที่ประชุมรับทราบ รายงานผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment – ITA) ประจำปีงบประมาณ 2559 ที่ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งได้ประเมินองค์กรของรัฐกว่าสองร้อยแห่งใน 5 ประเด็นหลัก คือ ความโปร่งใส ความพร้อมรับผิด ความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร และคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน โดยประเมินจากหลักฐานการดำเนินงาน และสุ่มตัวอย่างประเมินจากผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคีเครือข่าย สสส. โดย สสส. เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับเกียรติบัตรองค์กรที่มีผลคะแนนอยู่ในระดับสูงมาก โดยได้รับคะแนน 81.41 และได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  นอกจากนั้นได้รับทราบรายงานประเมินผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพจากคณะกรรมการประเมินผล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีตามข้อเสนอจากกระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2559 ตามกรอบชี้วัดองค์กร 5 ด้าน ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเงิน การปฏิบัติการ และทุนหมุนเวียน มีผลการดำเนินงาน 4.56 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนนซึ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

 

รศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการประเมินผลฯ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการอิสระ กำหนดกรอบในการประเมิน 7 ประเด็นหลัก อาทิ ทิศทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ 10 ปี การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ บทบาทตามพันธกิจ และมีคณะทำงานอิสระจำนวน 11 ชุด ที่เป็นผู้พิจารณาผลประเมินด้านต่างด้วยตัวชี้วัดกว่าสามร้อยตัว พบว่า ผลการดำเนินงานในภาพรวมขององค์กรปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 เกือบทุกด้าน โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาวะ การบูรณาการด้านเป้าหมาย ภาคี กลุ่มผู้รับประโยชน์ การประเมินผลความคุ้มค่าระดับแผนงาน/โครงการ เพื่อให้สังคมเข้าใจบทบาทและการดำเนินงานของ สสส. ว่าสามารถป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพของคนไทยได้อย่างไร ซึ่งยอมรับว่าการประเมินในส่วนนี้เป็นเรื่องยากเพราะผลลัพธ์ต่อสังคมไม่ใช่ตัวเงินผลกำไร ที่จะนำมาเปรียบเทียบกับเม็ดเงินลงทุน แต่คณะนักวิชาการเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขคณะใหญ่กำลังพัฒนาคู่มือการประเมินความคุ้มค่าของโครงการโดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ ของ สสส. ซึ่งคาดว่าจะนำใช้ประเมินได้ในปีต่อไป

 

“ส่วนการประเมินผลลัพธ์ตามหลักธรรมาภิบาลของ สสส. โดยประเมินจากการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ความรับผิดชอบต่อผลงาน การมีส่วนร่วม ความโปร่งใส หลักนิติธรรม และความถูกต้องชอบธรรมที่คณะกรรมการประเมินผลของ สสส ได้ริเริ่มพัฒนาตัวชี้วัดและประเมินมาต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ โดยปีนี้ได้ยกระดับจากการประเมินภาพรวมไปประเมินในสามกระบวนการสำคัญขององค์กรคือการวางแผน การสนับสนุนทุนและการประเมินผล พบว่า สสส. ได้คะแนนรวมเฉลี่ยร้อยละ 87.8”  รศ.ดร. วรากรณ์กล่าว