วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560 02:25 น.

การเมือง

เตรียมสรรหากกต.ใหม่2-3คน!หลังกม.ลูกผ่านสนช.

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 14.22 น.
tags : กกต.

เตรียมสรรหากกต.ใหม่2-3คน!หลังกม.ลูกผ่านสนช.


สนช.รับร่างกฎหมายลูกกกต. พิจารณา ด้าน "สมชาย"  ชี้ กกต.2-3คนพ้นตำแหน่งหลังพ.ร.ป.ประกาศใช้ "ทวีศักดิ์" หวั่นผู้ตรวจการเลือกตั้งสู้กกต.จังหวัดไม่ได้ เหตุเป็นคนนอกพื้นที่ไม่มีความคุ้นเคย
 

 


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 เม.ย.2560 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีมติสมควรรับหลักการร่างพะราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เสนอ ด้วยคะแนน 201 ต่อ 0 งดออกเสียง 2  เสียง ทั้งนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 31 คน  และกำหนดระยะเวลาดำเนินงานภายใน 45 วัน   
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ชี้แจงว่า ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดในมาตรา 267 ให้กรธ.อยู่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อจัดทำพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับ ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สนช.พิจารณาเห็นชอบต่อไป บัดนี้ กรธ. จัดทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกกต.ฯเสร็จสิ้นเรียบร้อย ซึ่งในส่วนของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกกต.ฯนั้น ทางกรธ.ได้ให้องค์กรอิสระต่างๆเสนอความคิดเห็นมา และกรธ.ได้ใช้ร่างขององค์กรอิสระเหล่านั้นในการพิจารณา โดยใช้หลัก 3 ประการ คือ 1. สิ่งใดที่ร่างมาและดีอยู่แล้วก็ให้คงไว้ตามนั้น 2. สิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องก็จะดำเนินการเพิ่มให้สมบูรณ์ขึ้น และ 3. สิ่งใดที่ต้องเพิ่มเข้ามาใหม่ เพื่อให้องค์กรอิสระมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล นอกจากนี้กรธ.ยังได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย
 

“ในส่วนของสนช. ได้มีการตั้งคณะกรรมาการฯขึ้นมาศึกษาควบคู่กันไป และได้ส่งข้อคิดเห็นมายังกรธ.เป็นระยะ โดยหลายกรณี สะกิดให้กรธ.พบข้อบกพร่อง ทำให้มีการโต้แย้งกันว่า จะทำอย่างไรถึงจะเหมาะสม ซึ่งความพยายามของกรธ. พยายามทำให้กลไกที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ คือ กกต.ให้จัดการเลือกตั้งด้วยความเที่ยงธรรม ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง ดังนั้นในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯต่อจากนี้ไป ถ้าพบเห็นว่ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่องอย่างไร ก็ย่อมเป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการฯที่จะแก้ไขปรับปรุง ซึ่งทางกรธ.ก็พร้อมจะรับฟังและชี้แจงให้เห็นว่า ทำไมถึงเขียนอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม หากมีข้อขาดตกบกพร่องส่วนใด กรธ.ก็น้อมรับเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์” ประธาน กรธ.กล่าว
            

จากนั้นที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปราย ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนในหลักการ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตในรายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าว นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. อภิปรายว่า ภาพรวมเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามสนช.ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาตัวร่างฉบับกรธ.มาล่วงหน้าแล้ว โดยเห็นข้อดีหลายเรื่อง เช่น การมีมาตรการคุ้มครองพยานในกรณีที่การเลือกตั้งในพื้นที่มีการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาคนที่เป็นพยานมักไม่ได้กลับไปอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของบุคคลที่จะได้เป็นส.ส. เป็นต้น
                

นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่ยังไม่ตกผนึกมี 3 เรื่อง คือ ประเด็นแรกกรธ.ได้ตัดกกต.จังหวัด ออก และให้กำหนดรูปแบบผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นแทน ซึ่งไม่แน่ใจว่ารูปแบบดังกล่าวจะใช้ได้หรือไม่ เพราะใช้คนนอกพื้นที่ ขณะที่กกต.จังหวัดมีความผูกพันและคุ้นเคยกับพื้นที่ได้ดีกว่า ประเด็นที่สอง เรื่องการดำรงตำแหน่งของกกต.ก่อนที่ร่างกฎหมายจะประกาศใช้ ซึ่งในร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดคุณสมบัติเข้ม จนอาจจะมีกกต.บางคนต้องพ้นตำแหน่ง ซึ่งจะกระทบสิทธิกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ หากมองตามหลักกฎหมายทั่วไป ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆต้องได้รับการสรรหาถูกต้องทุกอย่าง และสละอาชีพของตนเองเพื่อเข้ามารับการสรรหา ก็ควรให้อยู่ครบวาระ โดยเรื่องนี้จะต้องมีการหารือต่อไปในชั้นกมธ. และประเด็นที่สาม มีหนังสือที่เป็นข้อร้องเรียนจากพนักงานกกต.เกี่ยวกับเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เห็นว่า พนักงานจะต้องมีสิทธิประโยชน์ไม่ควรที่จะน้อยกว่าการเป็นข้าราชการ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับขวัญและกำลังใจ
                

ด้านนายสมชาย แสวงการ กล่าวตอนหนึ่งถึงการดำรงตำแหน่งของกกต.ชุดปัจจุบัน ว่า จากการพิจารณาของสนช.ในเบื้องต้น พบว่าจะมีกกต. จำนวน 2-3 คน ขาดคุณสมบัติตามร่างกฎหมายดังกล่าว ดังนั้นจึงขอเรียนถามอย่างตรงไปตรงมาว่า หากสนช.แปรญัตติไม่เห็นด้วยกับกรธ. เนื่องจากสมาชิกสนช.มองเป็น 2 มุม คือ กฎหมายไม่ควรรอนสิทธิเพราะเขาก็ได้รับการสรรหา ดังนั้นกกต.ชุดปัจจุบันจึงสมควรดำรงตำแหน่งจนครบวาระ อีกมุมหนึ่งมองว่า การยกร่างครั้งนี้มีเจตจำนงเพื่อเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นการปฏิรูปหรือปฏิวัติองค์กรอิสระให้มีที่มา หากแก้ไขหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กรธ.ยกร่างมานั้น จะนำไปสู่ชั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
                

นายมีชัย ชี้แจงภายหลังว่า ข้อกังวลที่ระบุว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งจะไม่ชำนาญเหมือนกกต.จังหวัดนั้น ขออนุญาตเรียนว่าขณะสมาชิกนั่งอยู่ในสภายังรู้เลยว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปัจจุบันการสื่อสารรวดเร็วจึงไม่จำเป็นต้องลงไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของผู้ตรวจการเลือกตั้งจะเป็นคนในพื้นที่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ในสำนักงานกกต.จังหวัดน่าจะบอกเบาะแสได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล
                

“เป็นหลักปกติที่เราจะต้องสร้างมือไม้ให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งทำงาน แต่ไม่ใช่มอบหมายหรือมอบอำนาจให้คนอื่นไปทำ และนี่ก็จะเป็นหลักใช้ตลอดไปในทุกองค์กรอิสระ ที่สำคัญเมื่อตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด มันจะเป็นรูปกรรมการ การทำงานก็จะเป็นคณะซึ่งไม่น่าจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการตรวจสอบการเลือกตั้ง แต่ถ้าเป็นรูปแบบผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาจะสามารถทำงานลำพังและรายงานกลับสู่ส่วนกลางด้วยตัวเขาเอง หลักนี้จะเป็นหลักที่สอดคล้องที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรคสุดท้ายที่บอกว่าให้หลีกเลี่ยงการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการมากที่สุด เพราะการทำงานระบบคณะกรรมการหาผู้รับผิดชอบยาก และอุ้ยอ้าย ต้องมีประชุม มีลงมติ ซึ่งการตรวจสอบการเลือกตั้งไม่สามารถนั่งรอประชุมได้ แต่ต้องไปด้วยตัวเองตามลำพัง” ประธานกรธ. กล่าว
                

นายมีชัย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นใจความสำคัญมีเพียงว่าก่อนตรากฎหมายขอให้ฟังประชาชน แต่วิธีการรับฟังก็สุดแต่ลักษณะกฎหมาย ถ้าสามารถรับฟังตามจุดต่างๆได้ก็ไป แต่ถ้าไม่ได้จะใช้เทคโนโลยีให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลก็ได้ ขณะนี้ในคณะกรรมการกฤษฎีกาตกลงกันว่าจะใช้ระบบไอทีในการรับฟังความคิดเห็น โดยให้มีช่องระบุความคิดเห็นได้ นอกจากนี้ยังได้คิดให้นิติบุคคลมาขึ้นทะเบียนความสนใจในด้านต่างๆ หากมีกฎหมายที่ตรงกับที่นิติบุคคลสนใจก็จะทำหนังสือเชิญมาเพื่อแสดงความคิดเห็นผ่านระบบไอที
                

นายมีชัย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการนำร่างกฎหมายดังกล่าวไปรับฟังคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 หรือยัง แล้วนำข้อมูลมาใช้ได้หรือไม่ ตนคิดว่าใช้ได้ เพราะหลักสำคัญอยู่ที่ว่าเรารับฟังเพียงพอหรือไม่ ทั้งนี้ สิ่งที่เรารับฟังมาจากประชาชน และประชาชนคิดเห็นอย่างไร สนช.สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้ว ดังนั้นวันนี้จึงไม่จำเป็นต้องรับฟังอีก เพราะจะทำให้การตรากฎหมายล่าช้าออกไป  
 

หน้าแรก » การเมือง