วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 10:48 น.

การเมือง

"มีชัย"ระบุต้องแก้ ก.ม.6 ฉบับจัดเลือกตั้งท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.50 น.

"มีชัย"ระบุต้องแก้ ก.ม.6 ฉบับจัดเลือกตั้งท้องถิ่น

 

"มีชัย"ระบุต้องแก้ ก.ม.6 ฉบับให้สอดคล้อง รธน.ก่อนจัดเลือกตั้งท้องถิ่น "สมชัย"จ่อคุยสำนักทะเบียนราษฎร์อัพเดตข้อมูลสมาชิกพรรค
 


วันที่ 14 พ.ย.2560  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก่อนเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เพราะจะต้องมีการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น รวมทั้งกฎหมายการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6 ฉบับ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ เนื่องจากมีหลายเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องคุณสมบัติที่แม้จะไม่ได้กำหนดไว้ชัดในรัฐธรรมนูญ แต่จะต้องล้อตามคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งร่างแก้ไขกฎหมายเหล่านี้คณะกรรมการพัฒนากฎหมายเคยยกร่างมาควบคู่กับตอนยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และเคยส่งให้กระทรวงมหาดไทยแต่เงียบหายไป ดังนั้นจะส่งไปให้รัฐบาลดูอีกครั้งทั้งนี้รัฐบาลจะต้องเป็นผู้กำหนดเรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งหากเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ภายใน 1 เดือน หากต้องการเลือกผู้ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปีหน้า
          


ขณะเดียวกัน ประธาน กรธ. ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ กรธ.เป็นคนให้คำตอบในคำถาม 6 ข้อของนายกรัฐมนตรี ว่า จะมาถาม กรธ.คงไม่ได้ เพราะเป็นคำถามเรื่องความรู้สึกและการแสดงความเห็นของประชาชนไม่ใช่ข้อกฎหมาย กรธ.จึงไม่สามารถตอบได้ 

 


"สมชัย"จ่อคุยสำนักทะเบียนราษฎร์อัพเดตข้อมูลสมาชิกพรรค
 


ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางมาเพื่อตรวจสอบระบบการปรับปรุงข้อมูลทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง โดยมีนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะผู้อำนวยการพรรค ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายนิกร กล่าวถึงกรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดให้พรรคการเมืองจะต้องแจ้งการมีอยู่และการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกพรรคภายใน 90 วันว่า สำหรับกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตหรือย้ายที่อยู่นั้นพรรคการเมืองไม่สามารถทราบเองได้ และจะมีผลต่อสมาชิกภาพของพรรคการเมือง รวมถึงอาจจะมีโทษกรณีการแจ้งเท็จด้วย จึงอยากให้กกต.ช่วยประสานกับสำนักทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พรรคการเมือง นอกจากนี้ กฎหมายยังระบุด้วยว่า หากจะแก้ไขข้อบังคับพรรคนั้นต้องมีการประชุมใหญ่ ซึ่งการประชุมใหญ่นั้นกำหนดให้ต้องมีสาขาพรรคไม่น้อยกว่า 4 สาขา และมีหัวหน้าสาขาพรรคมาเป็นองค์ประชุมด้วย แต่ปัจจุบันพรรคมีแต่ประธานสาขาพรรค ซึ่งไม่ใช่หัวหน้าสาขาพรรค จึงไม่ถือว่าเป็นองค์ประชุม ดังนั้น ขอให้กกต.ออกระเบียบเพื่อให้ประธานสาขาพรรคถือเป็นหัวหน้าสาขาพรรคเพื่อเป็นองค์ประชุมได้ด้วย
          


สำหรับกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า พรรคการเมืองสามารถขอขยายระยะเวลาได้นั้น นายนิกรกล่าวว่า เห็นว่ายังมีผลกระทบต่อการส่งผู้สมัครส.ส. เพราะไม่สามารถขอขยายระยะเวลาในรัฐธรรมนูญได้ และยังกังวลว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย เพราะกกต.ไม่มีอำนาจสั่งไปยังกระทรวงมหาดไทยได้ กกต.จะมีอำนาจต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้วเท่านั้น
          


ด้านนายสมชัย กล่าวว่า พรรคการเมืองจะต้องมีการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรค ซึ่งขณะนี้ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะระบบรายชื่อสมาชิกพรรคตามที่กกต.เคยออกแบบไว้ คือการเปิดข้อมูลสมาชิกทีละหน้า ผลที่เกิดขึ้นคือ พรรคชาติไทยพัฒนามีสมาชิก 20,000 กว่าคน สมมติว่ามีรายชื่อที่ต้องปรับปรุง 2,000 รายชื่อ ซึ่งอาจใช้เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์จึงจะแล้วเสร็จ และหากเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ มีรายชื่อสมาชิกพรรคที่ต้องปรับปรุงเป็นล้านคน อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการจัดทำ ดังนั้น กกต.จึงเตรียมแก้ไขด้วยวิธีที่เรียกว่าระบบหลังบ้าน โดยการเอาจากหน้าจอทั้งหมดมาสรุปเป็นกระดาษแผ่นเดียว แล้วเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นรายบรรทัด ซึ่งจะช่วยให้การปรับเปลี่ยนข้อมูลมีความรวดเร็วมากขึ้น
          


นายสมชัย กล่าวอีกว่า กกต.จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาประชุมและอบรมในการใช้ระบบหลังบ้านด้วย แต่แนววิธีนี้ยังไม่นับรวมระยะเวลาที่พรรคต้องใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนนำมาพิมพ์ลงในระบบ ซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของพรรคการเมือง ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะอำนวยความสะดวกได้มากน้อยเพียงใด แต่จะไปหารือกับสำนักทะเบียนราษฎร์กระทรวงมหาดไทยให้ ถ้าทำได้ก็จะเร็วขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เป็นภาระของพรรคการเมืองที่ต้องดำเนินการเอง โดยในวันที่ 27 พ.ย.นี้ กกต.จะมีการหารือกับสำนักทะเบียนราษฎร์ด้วยว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกให้ได้มากน้อยอย่างไร
          

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคการเมืองลงไปเก็บรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรคจะเป็นการขัดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เหมือนกับการไปทำแบบสอบถามทั่วไป ไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่จะเป็นภาระของพรรคการเมืองในเรื่องของบุคลากรและค่าใช้จ่ายที่มีเป็นจำนวนมาก และหากพรรคการเมืองขนาดใหญ่กังวลว่าจะดำเนินการไม่ทันตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ก็สามารถขอขยายระยะเวลาได้แต่ต้องก่อนจะถึงวันครบกำหนด และต้องระบุด้วยว่าจะขอขยายระยะเวลาไปอีกกี่วัน

หน้าแรก » การเมือง