วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561 17:32 น.

การเมือง

"เอนก"ชี้เป็นไปได้ 'พท.-ปชป.'จับมือต้าน รบ.ทหาร

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.34 น.

"เอนก"ชี้เป็นไปได้  'พท.-ปชป.'จับมือต้าน รบ.ทหาร
 

          "เอนก" มองโอกาสองพรรคใหญ่จับมือกันเป็นไปได้ ชี้พรรคการเมืองต้องสื่อสารกับมวลชนให้เข้าใจ บอกสัญญาณความขัดแย้งเริ่มลดลง  "อิสสระ"ค้านโพสต์ร้อง "ลองฟังผมบ้าง"


เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง แสดงความเห็นถึงกรณีความเป็นไปได้ของการจับมือกันของสองพรรคใหญ่ คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อคัดค้านการมีนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า มีโอกาสเป็นไปได้แต่ไม่ง่าย เพราะการเมืองตามหลักแล้วเป็นศาสตร์ว่าด้วยการทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ แต่ต้องมีการสื่อสารกับฐานมวลลชนทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีฐานคะแนน ฐานเสียงชัดเจนอยู่คนละขั้ว เรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับมวลชนทั้งสองพรรคว่า มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้พูดกันได้ทั้งนั้น แต่จะทำได้จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เห็นว่าเริ่มมีสัญญาณความขัดแย้งที่ลดลง  ทั้งนี้ยังไม่กล้าสรุปว่าลดลงไปมากแค่ไหน 

 

"อย่างไรก็ตามทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับการเมืองที่จะมาถึง ไม่เช่นนั้นจะทำให้การเมืองกลับไปเป็นแบบเดิมอีก ซึ่งประเทศจะไม่มีทางออก ส่วนที่พรรคการเมืองทั้งสองพรรคมีแนวคิดจับมือกัน เพื่อต้านไม่ให้มีรัฐบาลที่มาจากทหารนั้น ในแง่ของความเป็นจริงทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่ คสช.ได้สร้างไว้ จะไม่มีทหารมาร่วมเลยก็คงยาก ต้องกลับไปคิดแบบสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นยุคที่ไม่มีพรรคทหาร แต่ก็สามารถบริหารประเทศ และทำงานกับพรรคการเมืองต่างๆ ได้ดี มีการให้โอกาสและมีการตรวจสอบ รวมทั้งมีการใช้คนหลากหลายให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ พร้อมชี้ว่าทหารบริหารประเทศมีส่วนดี ที่เมื่อเข้ามาหลังการรัฐประหาร ไม่ได้เข้ามาเพื่ออยู่ถาวร แต่การเข้ามานั้นเป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้องให้มาช่วยลดความขัดแย้ง" นายเอนก กล่าว

 

"อิสสระ"ค้านโพสต์ร้อง "ลองฟังผมบ้าง"


นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส. อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า เห็นข่าวปรากฏทางสื่อว่า พท.-ปชป.จะจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกป้องกันทหารสืบทอดอำนาจ จะตั้งใจหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ 

โดยนายอิสสระ แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ตนขอคัดค้าน และมีเหตุผลส่วนตัวดังนี้  1. บ้านเมืองเราพินาศย่อยยับมาจนถึงทุกวันนี้เกิดจากระบอบทักษิณทั้งสิ้น การชุมนุมพวกเสื้อแดงปี 2553 เพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ มีการเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง ยิงจรวดใส่วัดพระแก้ว รุมล้อมจะฆ่าหัวหน้าอภิสิทธิ์ในรถยนต์ที่กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ลืมกันหมดแล้วหรือ  2. ปี 2556-57 เกิดการชุมนุมต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรม และขับไล่รัฐบาลระบอบทักษิณ และตนก็ได้ออกมาร่วมชุมนุมตั้งแต่วันที่ 30 ตค.2556 - 22 พค. 2557 รวมเวลา 204 วันโดยไม่เคยกลับบ้านแม้แต่วันเดียว "แนน" บุณย์ธิดา สมชัย บุตรสาว ก็เข้ามาร่วมชุมนุมดูแลบนเวทีด้วย ทั้งที่ตนก็บอกว่าอันตรายไม่ต้องมาแต่ "แนน" เขาไม่ยอมจึงได้ร่วมกันชุมนุมทั้งพ่อทั้งลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ 

 

ในขณะที่ร่วมต่อสู้ในกรุงเทพฯ บ้านของตนและสำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ถูกพวกเสื้อแดง ระดมคนจะไปเผาบ้านของตน จะไปเผาสำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ ภรรยาของตนถูกขอร้องให้หลบหนีออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น ส่วนบ้านของตนที่อุบลราชธานีถูกลอบยิงในเวลากลางคืนหลายครั้ง ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีถูกเผาราบเรียบ บ้านพักที่กรุงเทพฯ ถูกขว้างระเบิดทรัพย์สินเสียหายมาก

 

3. ระหว่างการชุมชนมีมวลชนผู้ร่วมชุมนุมเสียชีวิต 24 คนบาดเจ็บกว่า 800 คน และมีชาวนามาร่วมชุมนุมเรียกร้องเงินจำนำข้าวและฆ่าตัวตายไป 16 คน ชีวิตของพวกเขาเหล่านี้จะให้พวกเขาตายฟรีเจ็บฟรีอย่างนั้นหรือ 4. เท่าที่ตนติดตามกระแสข่าวนี้ มีคนไม่เห็นด้วยมาก โดยเฉพาะทางภาคอีสานที่พวกเขาร่วมต่อสู้ระบอบทักษิณกับพวกเรามาตลอด มีหลายคนดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรงถึงขั้นบอกว่าเสียแรงที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมานานไม่คิดว่าจะเป็นกันแบบนี้ ที่ภาคอีสาน เราหาเสียงกันยากลำบากมาก เที่ยวนี้หัวหน้าได้เข้าพื้นที่ภาคอีสานอย่างทุ่มเทเสียงตอบรับเริ่มจะขยับดีขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าเป็นข่าวแบบนี้บ่อยๆ 4 เขตเดิมก็จะไม่เหลือ 
 


ทั้งนี้นายอิสสระระบุในตอนท้ายว่าความเห็นของตนอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจท่านใดบ้างก็ขออภัย เพราะตนบอกไว้แล้วว่า ”ลองฟังผมบ้าง”
 
          

หน้าแรก » การเมือง