วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561 11:23 น.

อสังหา

ออนล์ อินสไปร์ กางแผนปีจอ บุกหนักเปิด 7 โครงการใหม่

วันศุกร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561, 19.22 น.

ออนล์ อินสไปร์ กางแผนปีจอ
บุกหนักเปิด 7 โครงการใหม่


          

“ออลล์ อินสไปร์” เผยแผนผุด 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีมียอดขาย 8,000 ล้านบาท และมีรายได้ 5,000 ล้านบาท 
            

นายธนากร ธนริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2561 โดยเชื่อว่า ยังมีแนวโน้มปรับตัวดีได้ทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยจากการที่ภาครัฐได้เดินหน้าโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าหลายเส้นทางที่จะเริ่มทยอยเสร็จ ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัว ขณะที่หนี้ภาคครัวเรือนของกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัว และเกิดการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น
         

อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทมีแผนรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่อย่างน้อย 7 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวร์รี่ โดยจะจับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์แและชาวต่างชาติ และ แนวราบ 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท  ซึ่งจะเป็นการบุกตลาดในโครงการแนวราบเป็นครั้งแรก โดยจะพัฒนาในรูปแบบทาวน์โฮม และวิลล่า โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ที่ 5,000 ล้านบาท และ มียอดขายที่ 8,000 ล้านบาท 
        

 

โดยในปีนี้บริษัทตั้งงบซื้อที่ดินไว้ที่ 5,000 ล้านบาท เพื่อไว้ใช้ในการซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2562 และในปีต่อๆไป ซึ่งในปี 2562 มูลค่าโครงการที่จะพัฒนาจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ทั้งนี้บริษัทมีที่ดินเพื่อรอการพัฒนอีกกว่า 10 แปลง ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ที่ประมาณ 7,572 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากในปี 2559 ที่มียอดขายอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายรอรับรู้รายได้ที่ประมาณ 7,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ 5,000 ล้านบาท 
         

 

ส่วนแนวโน้มสัดส่วนยอดขายจากลูกค้าต่างชาติในอีก 1-2 ปีข้างหน้า (2562-2563) เพิ่มเป็น 45% จากเดิมที่ 40% โดยจะยังเน้นขายให้กับลูกค้าชาว จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เปนต้น ปัจจุบันบริษัทมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ประมาณ 2% ส่วนแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลท. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรรหาที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเข้า ตลท .และคาดว่าจะสามารถเข้าตลาดได้อย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้