วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560 10:11 น.

อสังหา

แสนสิริเปิดแบรนด์ใหม่“อณาสิริ” เดินหน้าเจาะตลาด 1-3 ล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.21 น.

แสนสิริเปิดแบรนด์ใหม่“อณาสิริ”

เดินหน้าเจาะตลาด 1-3 ล้านบาท

 

แสนสิริขยายแบรนด์แนวราบ ผุดแบรนด์ “อณาสิริ” เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดระดับราคา 1-3 ล้านบาท ครั้งแรกในการพัฒนา Low rise แบบมิกซ์โปรดักส์ รวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ในโครงการเดียว ตอบรับครบทุกความต้องการ หวังครองตลาดแนวราบอยู่หมัด ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เปิดตัวโครงการแรก ปักธงทำเลใหม่อยุธยา ในชื่อ “อณาสิริ อยุธยา” จำนวน 318 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ชูจุดเด่นดีไซน์สไตล์ Minimal Loft สมัยใหม่ รวมสไตล์แห่งยุคกับเสน่ห์แห่งเมือง ตอบโจทย์ลงตัวในทุกการอยู่อาศัย ราคา 1.89 – 5 ล้าน พร้อมเปิดขายอย่างเป็นทางการ 25-26 พ.ย.นี้ ชี้

                

 

คุณวิลาสิณี เดชอมรธัญ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริเปิดแบรนด์แนวราบ ภายใต้ชื่อ “อณาสิริ” เจาะกลุ่มลูกค้าระดับราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกในการพัฒนาโครงการ Low Rise แบบมิกซ์โปรดักส์ รวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ในโครงการเดียวกันตอบรับทุกความต้องการ ครอบคลุมตลาดโครงการแนวราบในทุกเซกเมนต์ โดยแบรนด์อณาสิริ มีคอนเซ็ปต์ว่า “LIVABLE LIVES” บ้าน อณาสิริ ความรู้สึกที่เติมเต็ม มาจากคำว่า “อณา + แสนสิริ” บ้านที่รวมสังคมดีๆ เอาไว้ด้วยกัน เตรียมเปิดตัวโครงการแรก ในจังหวัดอยุธยาที่เป็นทำเลที่แสนสิริไม่เคยเข้าไปพัฒนาโครงการมาก่อน ในชื่อ “อณาสิริ อยุธยา” จำนวนทั้งหมด 318 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ชูจุดเด่นออกแบบสไตล์ Minimal Loft สมัยใหม่ รวมสไตล์แห่งยุคกับเสน่ห์แห่งเมือง สอดแทรกด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นในวิถีการอยู่อาศัยและการสร้างบ้าน เช่น การใช้สีอิฐ (สีส้ม) ที่รอให้มาค้นหาความสุขใหม่ในเมืองเดิม กับสังคมที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ลงตัวในทุกการอยู่อาศัย เติมเต็มความสมบูรณ์ในการใช้ชีวิต เสนอขายราคา 1.89 – 5 ล้านบาท พร้อมเปิดขายอย่างเป็นทางการวันเสาร์-อาทิตย์ที่  25-26 พฤศจิกายนนี้

               

 

“แสนสิริเปิดตัวแบรนด์ใหม่ อณาสิริ บนทำเลอยุธยาครั้งแรก เพราะเราศึกษาและพบว่าทำเลนี้มีศักภาพสูง โดยอยุธยาเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคอีสาน เปรียบดั่งบ้านหลังที่ 2 ของคนกรุงเทพฯ และเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้มีผู้คนย้ายเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมากและมีความต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มดีมานด์หลักคือกลุ่มคนในท้องถิ่น หน่วยงานราชการ รวมไปถึงแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ที่ต้องการที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัยเอง และปล่อยเช่า ทั้งนี้สำหรับซัพพลายในทำเลอยุธยา ส่วนใหญ่เน้นเปิดโครงการทาวน์เฮาส์ โดยมีจำนวน ซัพพลายทั้งหมด 3,072 ยูนิต คิดเป็น 55% ของส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมด รองลงมาคือบ้านเดี่ยว มีจำนวนซัพพลายทั้งหมด 2,249ยูนิต คิดเป็น 40% ของส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมด และ คอนโดมิเนียม มีจำนวนซัพพลายทั้งหมด 294 ยูนิต คิดเป็นส่วนแบ่ง 5% ของส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมด

                

ขณะที่ดีมานด์ที่นิยมที่สุดคือ ทาวน์เฮาส์ ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยโซนนิคมอุตสาหกรรมได้รับความนิยมสูงสุด อัตราการดูดซับโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ ขณะที่บ้านเดี่ยว ราคาที่ได้รับความนิยมคือ 3.00-4.99 ล้านบาท ในโซนอยุธยา-บ้านแพรก อัตราตอบรับดีเฉลี่ย 3 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ ส่วนราคาที่ดินของอยุธยา โซนที่ราคาสูงที่สุดอยู่ที่ โซนนิคมอุตสาหกรรม ถนนโรจนะ ถนนพหลโยธินใน อ.บางปะอิน ซึ่ง เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม อยู่ที่ประมาณ 20,000-50,000 บาทต่อตารางวา รองลงมาคือ โซนอยุธยา-บ้านแพรก ถนนอู่ทอง ถนนนเรศวร อยู่ที่ 30,000 - 40,000 บาทต่อตารางวา และโซนลาดบัวหลวง-ผักไห่ ถนน ศรีเสนา ราคาประเมิน อยู่ที่ 15,000-25,000 บาทต่อตารางวา ทั้งนี้มองว่าทำเลอยุธยามีแนวโน้มในการเติบโตที่ดี รายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ประกอบด้วยวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดใหญ่ชัยมงคล โรงแรมและคาเฟ่ต่างๆมากมาย จึงทำให้วันหยุดมีคนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทั้งคนที่อยู่กรุงเทพฯ เนื่องจากใกล้กรุงเทพฯ มากเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงเศษ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งมองว่าอยุธยาในอนาคตจะเติบโตขึ้นและเป็นทำเลที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ที่น่าจับตามองอีกทำเลหนึ่ง

                

คุณวิลาสิณี กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยโครงการแนวราบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และมีดีมานด์จริงที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยที่สูง ส่งผลให้ปีนี้ยอดขายแนวราบของแสนสิริเป็นไปได้สวย ปัจจุบันแสนสิริมียอดขายโครงการแนวราบ 10 เดือน ปิดยอดขายได้ 11,300 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากรอบ 10 เดือนของปีก่อนถึงเกือบ 30% โดยที่ช่วงเดียวกันของปีที่แล้วยอดขาย 10 เดือนอยู่ที่ 8,485 ล้านบาท และก้าวสู่ 75% จากเป้าหมายยอดขายโครงการแนวราบในปีนี้ที่ตั้งไว้ 15,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่ายอดขายแนวราบของปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

               

 สำหรับโครงการใหม่ อณาสิริ อยุธยา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 40 ไร่ บนทำเลคุณภาพ เดินทางง่าย ใกล้ถนนใหญ่ หมู่ 5 ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่าโครงการ ประมาณ 1,000 ล้านบาท ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ อาณาจักรชีวิตที่ลงตัว พร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนกลางที่ครบครัน สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ช.ม. มีจำนวนทั้งสิ้น 318 ยูนิต ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว จำนวน 74 ยูนิต ราคา 3.99-5 ล้านบาท บ้านแฝด จำนวน 102ยูนิต ราคา 2.99-3.5 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ จำนวน 142 ยูนิต ราคา 1.89-2.3 ล้าน

                

ในส่วนของขนาดพื้นที่ใช้สอย ทาวน์เฮาส์ พื้นที่ใช้สอย 93 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 16.2 ตร.ว. ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องอเนกประสงค์ 1 ที่จอดรถ บ้านแฝด พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 35.6 ตร.ว. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องอเนกประสงค์ ห้องรับแขก 2 ที่จอดรถ และบ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 127 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 50.6 ตร.ว. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก ครัวไทย 2 ที่จอดรถ เตรียมเปิดขายอย่างเป็นทางการวันที่ 25-26 พฤศจิกายนนี้ โดยจัดโปรโมชั่น ราคาดีที่สุด พร้อมเลือกทำเลสวยหน้าโครงการ

หน้าแรก » อสังหา