วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561 23:45 น.

ภูมิภาค

ขุดรอบ2 “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” นำไปอนุบาลยังศูนย์อนุรักษ์

วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.05 น.

 

ขุดรอบ2 “ต้นพระศรีมหาโพธิ์”
นำไปอนุบาลยังศูนย์อนุรักษ์

 

 

 

 

จากกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สั่งสอบข้อเท็จจริงภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่อายุ 60 ปี บริเวณจุดชมวิวด้านทิศตะวันออกด้านหลังป้ายแสดงประวัติที่มีพระนามาภิไธยย่อ ภปร.และ สก. บนเขาช่องกระจก ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถูกตัดโค่นสภาพเหลือแต่ตอเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำหรับต้นพระศรีมหาโพธิ์ดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีรักธาตุไว้ในสถูปเจดีย์ด้านทิศเหนือ และทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาช่องกระจก เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501

 

 

วันที่ 31 สิงหาคม 61 นายนายคงศักดิ์ มีแก้ว รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ สำนักวิจัย กรมป่าไม้ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้นำซากต้นพระศรีมหาโพธิ์จากยอดเขาช่องกระจกไปทำการอนุบาลเพื่อฟื้นฟูสภาพที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถนนสวนสน – อ่าวน้อย ในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯโดยมีการประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อขอขมา จากนั้นจะนำลงดินที่เตรียมไว้พร้อมใช้ตาข่ายคลุมเพื่อรักษาความชื้น สำหรับความหวังสุดท้ายทีมนักวิชาการจะนำเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตเพาะบ่ม ทำการรักษาเพื่อป้องกันเชื้อรา มีความหวังว่าจะมีแตกตาขึ้นใหม่ จากนั้นจะพัฒนาเป็นลำต้นใหม่ต่อไปในอนาคต แม้ว่าจะมีโอกาสน้อยแต่ยังมีหวัง เนื่องจากยังมีเนื้อเยื่อบางส่วนที่ยังมีชีวิต แต่เหลือน้อยมากคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนถึงจะทราบผล “สำหรับรากที่เหลือภายในดินบริเวณโคนต้นเดิมทีมนักวิชาการจะดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนต้นพันธ์ขนาดเล็กที่งอกในซอกหินใกล้ต้นเดิมได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบเพื่อขอดูแล จากนั้นจะมีการทำมาสเตอร์ดีเอ็นเอของต้นแม่ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับต้นพันธ์ขนาดเล็กว่าเป็นต้นที่เกิดจากเมล็ดของต้นเดิมหรือไม่ ซึ่งต่อไปอาจพิจารณานำมาปลูกทดแทนต้นเดิม สำหรับต้นศรีมหาโพธิ์เป็นต้นไม้มีความเสี่ยงกับภาวะทรุดโทรมน้อยมาก แต่บนบอดเขาช่องกระจกระบบรากถูกจำกัดประกอบกับผลกระทบจากสภาวะภัยแล้งที่ผ่านมา ล่าสุดพบว่าระบบรากสามารถพัฒนาได้แม้จะเป็นความหวังที่น้อยที่สุดแต่ทุกฝ่ายยังมีความหวังจากการใช้เทคโนโลยีทันสมัยทุกด้าน ผมยืนยันว่าจะดูแลรักษาต้นไม้ต้นนี้ เหมือนรักษาพ่อแม่ผมที่เจ็บป่วย” นายคงศักดิ์ กล่าว

 

 

ด้านนายวิวัฒน์ วันกุมภา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.จ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯเปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯยังไม่สามารถหาข้อสรุปว่ามีหน่วยงานรัฐใดเป็นผู้ดูแลพื้นที่ หรือมอบพื้นที่บนเขาช่องกระจกให้วัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง ในฐานะนิติบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ภูเขาที่มีความชันเกิน 35 องศา และจากการตรวจข้อมูลย้อนหลังไม่พบหนังสือราชการแจ้งมอบที่ดินให้วัดเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด จึงขอเรียนว่าปัจจุบันที่ดินบนเขาช่องกระจกไม่ได้อยู่ในความครอบครองของวัด แต่จากการสอบถามพระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุติ เจ้าอาวาสวัดยืนยันว่าเมื่อหลายปีก่อนมีอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่งแจ้งด้วยวาจาให้วัดดูแลพื้นที่บนช่องกระจกเนื่องจากมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและมีการก่อสร้างที่พักสงฆ์ ทั้งนี้หากมีหน่วยงานใดแจ้งความดำเนินคดีกับวัด หน่วยงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่เขาช่องกระจกไม่จำเป็นต้องแจ้งให้สำนักงาน พศ.จ.ทราบล่วงหน้า และล่าสุดได้รายงานข้อเท็จจริงให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบกรณีการตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ วัดธรรมิการามไม่ได้แจ้งให้ พศ.จ.ทราบล่วงหน้า.