วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 14:32 น.

ภูมิภาค

2หนุ่มโดนเบี้ยวค่าแรง เดินเท้า4วันกลับโคราช

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 21.54 น.

 

2หนุ่มโดนเบี้ยวค่าแรง
เดินเท้า4วันกลับโคราช

 


วันนี้ 11 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้พบกับชายหนุ่ม 2 คนกำลังเดินไสรถไส 2 ล้อ มาตามถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ) ขาขึ้น บริเวณบ้านหนองคล้า หมู่ 1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  สภาพชายหนุ่ม 2คน เดินตากแดดร้อนจัดโดยบนรถมีสัมภาระ กระเป๋าเสื้อผ้า,กระแป๋งและของใช้อีก 2-3 รายการ สภาพเหงื่อไหลท่วมกาย เสื้อผ้ามอมแมม จากนั้นแวะนั่งใต้ร่มไม้ข้างทาง
 
 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชายหนุ่มคนหนึ่งได้บอกว่า เดินเท้ามาจากเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร รวม4 วัน 4 คืนแล้ว และได้บอกว่าชื่อนายโชคชัย แทวกระโทก อายุ 35 ปี บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 569 หมู่ 2 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว แต่ย้ายไปอยู่ที่ จ.นครราชสีมา 

 



นายโชคชัยกล่าวว่า ตนไปทำงานรับจ้างก่อสร้างกับผู้รับเหมาได้ 1 ปี ได้ค่าแรงงวดละไม่กี่พัน และไม่ได้บ้าง เถ้าแก่บอกว่าเงินยังไม่ออก จนตัวเองไม่มีข้าวหุง ไม่มีเงิน จึงตัดสินใจออกจากที่ทำงานทันที ด้วยการเดินเท้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ต.ค.61 ที่ผ่านมา น้ำได้อาบบ้าง ไม่ได้อาบบ้าง ไม่มีเงินติดตัวสักบาท เดินเท้าอย่างเดียว เป้าหมายคือทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเคยมีนายตำรวจแถวนั้นเคยให้ตนทำงานด้วย
 


และเมื่อเช้าที่ผ่านมา(11ต.ค.) เดินทางมาถึงแยกเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มีศาลาที่พักผู้โดยสารจึงแวะพักเอาแรง และเห็นมีคนอยู่ในศาลาและได้พูดคุยด้วย ทราบว่าเป็นคนโคราชด้วยกันชื่อนายกมล แช่มสำโรงอายุ 42 ปี เลขที่ 194 หมู่ 5 ต.สำโรง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นายกลมบอกว่า ตนถูกนายจ้างเบี้ยวค่าแรงเหมือนกัน ไปทำงานที่ชลบุรี เดินเท้ามาหลายวันแล้ว ไม่รู้จักกันมาก่อน หลังจากคุยกันแล้วเป็นคนบ้านเดียวกัน จึงเดินทางมาด้วยกัน เพื่อที่จะหางานทำงาน อะไรก็ได้ ถ้ามีคนจ้างขอให้เป็นงานสุจริตทำทั้งนั้น

 



 
 

ขณะนั้นผู้สื่อข่าวประสานรถตำรวจทางหลวงจากตู้ยามศรีมหาโพธิ (ด.ต.สุนเดช ภารกิจ) ที่ขับรถผ่านมา เพื่อที่จะขอให้รถกู้ภัยนำส่งแต่ทั้งสองขอเดินไปดีกว่า ครั้นจะกลับบ้านตอนนี้อายเขา อยากขอเดินไปอีกวันสองวัน ก็คงถึงทับลาน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ค่ำไหนนอนนั่น อีกสักคืน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์หานางบัวชุม แทวกระโทก ที่นายโชคชัยกล่าวอ้างว่าเป็นแม่ นางบัวชุม กล่าวว่านายโชคชัยเป็นลูกชายตนจริงออกไปรับจ้างทำงานที่กรุงเทพฯได้เกือบปีแล้ว เสียใจที่ลูกชายทำงานไม่ได้เงิน ได้บอกกลับบ้านอย่าไปคิดเอาเรื่องกับเขา เขาไม่ให้ก็ช่างเขากลับมาทำมาหากินที่บ้านดีกว่า
 


นายโชคชัยกล่าวถึงนายจ้างว่าขอให้เลิกทำนาบนหลังคนได้แล้ว คนเขามีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน  ทำงานให้ตนเองรับเงินมาแล้วไม่ให้บ่ายเบี่ยงมาตลอด หลายคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับตน เขามีลูกมีเมียมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ ต้องกินต้องใช้

 


 
 


จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ให้เงิน500 บาทเอาติดตัวไว้ซื้อข้าวกิน กว่าจะได้ทำงานและชาวบ้านให้น้ำดื่มไว้กินตามทางกว่าจะถึงที่หมายปลายทางในวันพรุ่งนี้(12ต.ค.)

หน้าแรก » ภูมิภาค