วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561 05:26 น.

ภูมิภาค

ชาวบ้านเตรียมบุกทำเนียบพบ “นายกตู่” ติดตามค่าชดเชยเงินเวนทำถนนมอร์เตอร์เวย์

วันอังคาร ที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.56 น.

 

ชาวบ้านเตรียมบุกทำเนียบพบ “นายกตู่”
ติดตามค่าชดเชยเงินเวนทำถนนมอร์เตอร์เวย์


               

ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลวังตะกู วอนผ่านสื่อฝากถึงนายกตู่ เร่งรัฐชดเชยเงินเวนคืนที่ดิน ก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี  หลังตกลงตั้งแต่ปี 59 กระทั่งปัจจุบันยังไม่มีคำตอบ เตรียมเดินหน้าพวนายกที่ทำเนียบสอบถามความคืบหน้าหลังยื่นเรื่องผ่านศูนย์ดำรงค์ธรรมแต่เอกสารยังดองห้องผู้ว่านครปฐม เผยมีคนผูกคอตายไปแล้ว ส่วนแม่เฒ่าวอนอยากได้เงินไปใช้หนี้ก่อนหมดลม

               

วันนี้ 4 ธันวาคม 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานและร้องเรียนจากชาวบ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลวังตะกู อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ว่าได้รับผลกระทบจากกรณี


โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี โดยมีพระราชฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน ซึ่งประกาศในราชกิจานุเบกษาเล่ม 134 ตอนที่ 108 ก. ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2560 และคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจนุเบกษา เล่มที่ 135 ตอนพิเศษ 67 ง. วันที่ 22 มีนาคม 2561 ให้การเวนคืนนั้นเร่งด่วน ซึ่งหลังจากมีการตกลงและได้เคยลงว่าจะมีการจ่ายเงินชดเชย กระทั่งถึงตอนนี้ยังมีชาวบ้านหลายรายไม่ได้รับเงินชดเชยดังกล่าว

               

นายพรชัย เชยกีวงศ์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.6 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม บอกว่า เรื่องการจัดทำโครงการได้มีกระแสมาตั้งแต่ปี 40 และมาเร่งดำเนินการสำรวจปี 50 จากนั้นก็ได้มีการสำรวจพื้นที่เรื่อยมาโดยได้เคยมีการจัดทำการสำรวจและประเมินมาหลายครั้ง กระทั่งเคยมีการประเมินเวนคืนที่ดินให้กับชาวบ้าน ในราคาประเมิน 2.7 พันบาท ต่อตารางวา แต่ทางโครงการได้ประกาศชำระเพียง 500 บาท ต่อ ตารางวา และมีการเรียกร้องมา กระทั่งมีการชดเชยในราคาที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง

               

และเมื่อ ประมาณเดือนกันยายน 61 ที่ผ่านมากรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้มีการเชิญผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมในการลงนามโดยไม่ระบุวันและทำเพียงฝ่ายเดียว กับพื้นที่ ต.13 ซึ่งทุกคนก็มั่นใจว่าจะได้รับเงินชดเชย หลังจากรอมาแล้วกว่า 2 ปี แต่เรื่องก็เงียบหายไป โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ชาวบ้านจาก อำเภอนครชัยศรี และอำเภอเมืองนครปฐม ได้มีการรวมตัวไปร้องเรียนและยื่นเรื่องกับศูนย์ดำรงค์ธรรม  ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม เพื่อให้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. ตามลำดับขั้นตอน โดยหัวหน้าศูนย์ดำรงค์ธรรม ได้บอกว่าจะเร่งดำเนินการส่งเรื่องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ในเวลา ไม่เกิน 3 วัน

               

นายพรชัย บอกต่อว่า กระทั่งเรื่องก็เริ่มเงียบไป ตนเองจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถาม กับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามความคืบหน้า เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งได้รับคำตอบว่าเอกสารดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ยังไม่เซ็นต์ลงนาม ตนเองก็งงว่าทำไมเรื่องถึงยังไม่ไปถึงนายกประยุทธซึ่งต่อไปจะมีการรวมตัวไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อสอบถามว่า การไม่ชดเชยให้ตามกำหนดเวลาติดขัดด้วยเรื่องอะไรและตอนนี้มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนกันมากขึ้นแล้ว ซึ่งตนเองโดยเวนคืนที่ดิน 2 ไร่ เศษ โดยได้รับการประเมินในราคา ตารางวาละ 7.7 พันบาท โดยเรื่องเงินที่มีผู้เดือดร้อนยังมีคนแก่ที่ไม่มีเงินแล้วเดือดร้อนหลายราย บางรายถูกเวนคืนที่ดินเกือบทั้งหมด 20-30 ไร่เป็นเงินกว่า 20-30 ล้านบาท

               

ด้าน นายโกมศ พึ่งพันธ์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.4 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม บอกว่าตนเองถูกเวนคืนที่ดิน 3 ไร่เศษ ซึ่งไปตรงกับพื้นทีทำกินการเกษตรทั้งเลียงสุกรและการปลูกชะอม ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินหลักของครอบครัว ซึ่งตอนนี้ 2 ปีแล้วที่เดือดร้อนเลิกเลี้ยงสุกร และสวนชะโอมที่ไม่ได้ทำกิน บ้านก็ต่อเติมไม่ได้ เอาไปเข้าธนาคารไม่ได้ ทุนที่มีก็ใช้ไปเยอะ แถมการสอบถามก็ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ก็ทราบว่าบางรายนั้นถูกริบเงินมัดจำค่าไปจับจองที่ดินที่อื่นเพราะผิดสัญญากับเข้าของที่ที่จะไปซื้อใหม่ เรื่องนี้เราเดือดร้อนหมด

               

จริงๆเรานัดหมายกับผู้เดือดร้อน จากในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม อำเภอนครชัยศรีอและอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อจะไปยื่นหนังสือกับ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ด้วยตัวเองเพราะการร้องเรียนผ่านหน่วยงานราชการตามลำดับก็ไม่ได้คืบหน้าไม่รู้เรามี ไทยแลนด์ 4.0 ทำไม ซึ่งรวมแล้วจะมีผู้เข้าร่วมไปพบเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาราว 500 คน แต่ท่านไม่อยู่ไปที่จังหวัดชัยภูมิและยอมแล้วหากจะถูกมาตราใดใดมาควบคุมเพราะหมดหนทางแล้ว โดยตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหรือมีบุญได้พบท่านนายกหรือไม่

               

ด้านคุณยายราตรี ใจสงเคราะห์ อายุ 83 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/4 ม.4 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม บอกว่า ตอนนี้ร้อนใจจนนอนไม่หลับสุขภาพย่ำแย่ลง เพราะเครียดคิดจะไปหานายกประยุทธ และบอกความเดือดร้อนให้ทราบ โดยตนเองไม่มีลูกหลานอยู่กับพี่สาวสองคน ตอนแรกที่ทราบเรื่องก็คิดว่าดีมีถนนเข้ามาบ้านเมืองจะได้เจริญ และได้รับไปหาที่ดินโดยกู้เงินเกือบ 1 ล้านบาท เพื่อไปเป็นค่าจ้างช่างไม่รวมอุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อไปอยู่ที่แห่งใหม่ แต่จนถึงวันนี้หนี้ก็ดอกเดินไม่หยุดเงินชดเชยก็ไม่ได้ กลัวจะตายไปก่อนใช้หนี้หมด ขอให้ท่านนายกช่วยดูเรื่องนี้ด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีรายได้เมื่อก่อนยังมีสวน ซึ่งถูกเวนคืนไป 5 ไร่ รอเงินชดเชยกว่า 11 ล้านบาท ก็ยังเงียบ วันนี้ตืนมายังเซเพราะเครียดมาก

               

ทั้งนี้ยังมีชาวบ้านหลายคนได้เข้ามาร่วมให้ข้อมูลและร้องเรียนว่า จริงแล้วแต่ละช่วงของการก่อสร้างใช้เงินนับพันล้านบาท เช่นที่ จุด ต.14 ตำบลโพงมะเดื่อ ติดกับตำบลวังตะกู ชาวบ้านส่วนที่เวนคืนก็ได้รับเงินชดเชยแล้วและกำลังมีการก่อสร้าง ทำให้หลายคนก็น้อยใจว่าจุดอื่นได้รับเงินกันแล้ว โดยคาดว่าอีก 2 ปีหากยังไม่ได้จะมีปัญหาถึงขั้นหมดตัวและหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลจะมีการยืดเรื่องออกไปทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้น โดยตอนนี้ได้มีการเตรียมรวมตัวเพื่อจะมีการเดินทางเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถามและขอร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือปัญหาด้วย

หน้าแรก » ภูมิภาค