วันศุกร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 01:03 น.

ภูมิภาค

ยังสมาร์ทฟารมเมอร์เทคโนโลยีตอบโจทย์ พัฒนาเกษตรสร้างรายได้

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.58 น.

 

ยังสมาร์ทฟารมเมอร์เทคโนโลยีตอบโจทย์
พัฒนาเกษตรสร้างรายได้

 


บ้านสวนแอดทัวร์ จากความชื่นชอบเล็กๆ นำมาสู่การเรียนรู้และนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเป็นยัวสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรยุคใหม่ มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ปลูกผักกางมุ้ง ผักไฮโดรโปรนิกส์ ไร้สารตกค้างปลอดภัยทั้งผู้กินและผู้ปลูก

 


วันที่ 11 ก.พ. 62 ที่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 5 ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พื้นที่ประมาณ 4 ไร่เศษ ได้แบ่งพื้นที่ 2 งาน เป็นพื้นที่ว่างข้างบ้านตั้งเสากางมุ้งเพื่อปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์แบบครบวงจร เป็นการใช้นวัตกรมผนวกกับเทคโนโลยีมาทำการเกษตรเพื่อพัฒนาต่อยอดการเกษตรให้ตอบโจทย์กับการตลาด นอกจากนี้ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้100% ในคามปลอดภัยไร้สารตกค้าง เพราะผ่านการรับรองมาตรฐษน GAP จากกรมวิชาการเกษตรเป็นที่เรียบร้อย และยิ่งกว่านั้นคือความปลอดภัยของเกษตรกรที่ไม่ต้องเสี่ยงอายุสั้นกับสารเคมีตกค้าง

 


นายเปรม ไพบูลย์ อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านสวนแอดทัวร์ที่ได้แรงบันดาลใจที่จะปลูกพืชผักไฮโดรโปรนิกส์ทั้งกรีโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักสลัด ผักชี ต้นหอม ขึ้นช่าย และพืชผักสวนครัวชนิดอื่นๆ หลายสายพันธุ์ เพราะความชื่นชอบของภรรยาที่มักจะรับประทานสลัดผัก สลัดโลว์ จึงเริ่มต้นเรียนรู้จากคอร์สอบรมต่างๆ เริ่มต้นจากการเติมเต็มด้านวิชาการและเริ่มต้นลงมือปฏิบัติเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ล้มลุกคลุกคลานมามากพอสมควรก่อนจะเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เป็นการตกผลึกถึงความสำเร็จด้านการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ตลอดทั้งปี สะดวกและง่ายต่อการทำอาชีพเกษตรหรือการใช้ชีวิตอยู่กับเกษตร

 


“มอเตอร์ รางท่อ และอาคารกางมุ้ง เป็นการลงทุนด้านวัสดุอุปกรณ์ในระยะแรก ขณะที่พันธุ์พืชและสารอาหารต่าง ๆ รวมแล้วไม่เกิน 50,000 บาท แต่สามารถทำเงินรายเดือนได้ไม่น้อยกว่า 10,000-20,000 บาท ในระยะเริ่มแรก ขณะเดียวกันก็ต่อยอดการทำเกษตรแบบไฮโดรโปนิกส์ตามต้นทุนกำไรของรางรายได้ ค่อยๆ ขยายจนขณะนี้มีพื้นที่ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กว่า 2 งาน จากการจำหน่ายผักสลัด กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค และผักตระกูลผักกาดหอมประเภทต่างๆ ที่ปลูกเพียง 40-45 วัน แต่สามารถปลูกจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าจะขายต่ำกว่าท้องตลาด กก.ละ 100 บาท แต่ก็ยังมีกำไรเพราะที่นี่ทำสารอินทรีย์ซึ่งเป็นสารอาหารเลี้ยงพืชไฮโดรโปนิกส์เอง ไม่ได้ซื้อหาจากท้องตลาดทั่วไป เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ และทางสวนเองก็สามารถจำหน่ายพืชผักคุณภาพในราคาถูกทุกคนเข้าถึงได้ โดยตอนนี้ตลาดที่นำส่งจะเป็นส่วนของผู้รักสุขภาพตามโรงพยาบาลต่างๆ ในจ.กาฬสินธุ์, ขอนแก่น และ จ.มาหสารคาม โดยส่วนมากจะเดินทางมารับเองที่สวน และนำส่งด้วยหากมีออเดอร์สินค้าแปรรูปอย่างแซนวิสไส้กรอก แซนวิสปูอัดและสลัดโลว์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากทางสวนโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังผลิตชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สำหรับพื้นที่จำกัดในราคาย่อมเยาว์ไว้บริการคนที่ชอบปลูกปักกินเองด้วย”

 


นายเปรม ไพบูลย์ กล่าวว่า ในการปลูกพืชโฮโดรโปนิกส์ มีความสะดวกสบายมากกว่าการทำเกษตรอื่นๆ เพราะวางระบบน้ำไว้เรียบร้อยแล้วทั้งหมด ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ก็มาเปิดมอเตอร์เพื่อให้ระบบน้ำหมุนเวียน ที่มีสารอาหารอินทรีย์ผสมอยู่ เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงพืชให้มีความเจริญเติบโต โดยทางบ้านสวนแอดทัวร์ จะมีทั้งสารอาหารอินทรีย์ และสารอาหารชีวภัณฑ์ แต่ทุกๆ สารอาหารจะทำเองมากกว่าซื้อตามท้องตลาดเพราะมีสูตรเฉพาะจากการอบรมและหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญอยู่ตลอด ซึ่งหลังจากที่ส่งตัวอย่างพืชผักไปยังกรมส่งเสริมการเกษตร 3 ครั้ง ผักไฮโดรโปรนิกส์ของบ้านสวนแอดทัวร์ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร เป็นที่เรียบร้อยไม่มีสารตกค้างในพืชผักและนี่ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น อีกอย่างพืชผักที่ปลูกไว้ เจ้าของสวนและครอบครัวก็นำมาบริโภคเอง

 


นายเปรม กล่าวว่า บ้านสวนแอดทัวร์ เดิมครอบครัวทำธุรกิจรถตู้ มีช่วงหนึ่งที่มีผู้ว่าจ้างให้ไปศึกษาดูงานด้านวิชาการเกษตร ก็ได้ใช้จังหวะนั้นไปร่วมศึกษาได้เรียนรู้และเข้าไปปรึกษานักวิชาการเกษตร ที่สำนักงานเกษตรอำเภอสหัสขันธ์ ช่วยเหลือเข้ามาเป็นที่พี่เลี้ยง ให้คำแนะนำและหาตลาดส่งสินค้าช่วย ตลอด 4 ปี ทำให้บ้านสวนแอดทัวร์สามารถตีตลาดส่งผลผลิตการเกษตรมีรายได้เดือนละ 30,000-50,000 บาท นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่ขุดบ่อเลี้ยงปลา 1 ไร่ บ้าน 2 งาน พื้นที่จอดรถ 2 งานและสวนองุ่น อีก 2 ไร่ ซึ่งสวนองุ่นนี้มีแรงบันดาลใจจากการชอบกินองุ่นของตัวเอง และคิดว่าน่าจะปลูกได้ผลผลิตดี ตอนนี้ลงปลูกแล้ว 250 ต้น เป็นการปลูกแบบไร้สารเคมีใช้อินทรีย์ล้วนๆ และปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะให้ผลผลิตชุดแรก นอกจากนี้ยังมีผักที่ตลาดต้องการอีกหลายรายการเช่นขึ้นช่าย ที่ตอนนี้กำลังเก็บจำหน่ายในราคา กก.ละ 50 บาท แตงญี่ปุ่น แตงกวา ที่ในอนาคตก็คิดว่าจะปลูกพืชอื่นๆ ที่แปลกใหม่เข้ามาเพราะนอกเหนือจากจะเป็นแหล่งสร้างเงินสร้างรายได้ของครอบครัวแล้ว ตอนนี้บ้านสวนแอดทัวร์ เป็นจุดหนึ่งของแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยได้เข้าร่วมโครงการยังสมาร์ฟาร์มเมอร์กับกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอสหัสขันธ์ ด้วย บ้านสวนแอดทัวร์มีผู้สนใจเดินทางมาขอศึกษาเรียนรู้ มาดูงานอาทิตย์ละ 5-10 ราย โดยผู้ที่สนใจผักหรือดูงานสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 081-2616127

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค