วันพฤหัสบดี ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 21:00 น.

ภูมิภาค

เจาะสนามเลือกตั้งอุบลฯ ช้างชนช้าง! รักพี่เสียดายน้อง!

วันเสาร์ ที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2562, 11.51 น.


เจาะสนามเลือกตั้งอุบลฯ
ช้างชนช้าง! รักพี่เสียดายน้อง!

 

ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 350 เขต ทั่วประเทศ ไปแล้วนั้น โดยจังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนราษฎร 1,869,633 คน มีผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 10 คน แบ่งเป็นจำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต จากเดิมที่เคยมี 11 เขต ส.ส. 11 คน

 


 

เดิมที พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จะเป็นการต่อสู้กันระหว่าง พรรคเพื่อไทย (พท.) กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ จะเป็นการต่อสู้กันระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งทั้งสองพรรคต่างได้ส่งผู้สมัครลงครบทั้ง 10 เขต ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นแม่ทัพนำขุนพลของค่ายเพื่อไทยออกรบ ส่วนทางด้านพรรค พรรคพลังประชารัฐ มีนายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่หันไปซบพลังประชารัฐ เป็นผู้คุมเกม สำหรับบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อมาถึงช่วงนี้ ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละเขตแต่ละคน แต่ละพรรค เริ่มรุกหนัก ชนิดที่ว่า ออกลุยแย่งชิงมวลชนในเขตเลือกตั้งของตนตั้งแต่เช้าจรดเย็นกันเลยทีเดียว เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในครั้งนี้

 


 

เขตเลือกตั้งที่ 5 อุบลราชธานี ประกอบด้วย 3 อำเภอ ได้แก่ อําเภอตระการพืชผล อําเภอกุดข้าวปุ้น และ อําเภอเหล่าเสือโก้ก (เดิมทีมีเพียงอำเภอตระการพืชผล กับ อำเภอกุดข้าวปุ้น) และเป็นเขตที่มีการต่อสู้แข่งขันกัน อย่างดุเดือด เป็นที่จับตามองของคอการเมืองเป็นอย่างยิ่ง เพราะคู่ต่อสู่ที่เขต นี้ มีดีกรีเป็นอดีต ส.ส.ด้วยกันทั้งคู่ นั่นคือ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ผู้สมัครเบอร์ 1 จากพรรค พลังประชารัฐ กับอีกฝ่ายคือ นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ผู้สมัครเบอร์ 4 จากพรรคเพื่อไทย ส่วนผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ คงจะไม่คู่คี่ สูสี กับผู้สมัครจาก2พรรคใหญ่นี้ และเมื่อก่อนนั้น ทั้งคู่เคยขับเคี่ยวกันมาแล้ว ตอนนั้น นายสุทธิชัย สวมสีเสื้อพรรคพลังประชาชน ส่วนนายรัฐกิตติ์ สวมสีเสื้อ พรรคชาติไทย ซึ่งผลการเลือกตั้งในครั้งนั้น ปรากฏว่า นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ สามารถเอาชนะ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ไปได้แบบสูสี

 

 

ต่อมา พรรคชาติไทยถูกตัดสินให้ยุบพรรคในปลายปี พ.ศ. 2551 นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2551 จึงได้ส่งภรรยา ลงรับสมัครส.ส.แทน แต่ปรากฏว่า นายสุทธิชัย จรูญเนตร สามารถ เอาชนะ ภรรยานายรัฐกิตติ์ ไปได้ ดังนั้น การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 62 นี้ จึงเป็นการต่อสู้ของคู่ปรับคู่รักคู่แค้น ระหว่างนายสุทธิชัยกับนายรัฐกิตติ์ที่เปรียบเสมือนมวยคู่เอก ที่น่าจะดุเดือด และตื่นเต้นที่สุดในพื้นที่จังหวัดอุบลฯ
 

นายสุทธิชัย จรูญเนตร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า ส.ส.หน่อย นักธุรกิจหนุ่มนักการเมืองหนุ่มใหญ่วัย 53 ปี เป็นชาวอุบลฯ โดยกำเนิด เกิดและโตที่อำเภออื่น แต่มาเป็นเขยอำเภอตระการพืชผล (เป็นลูกเขยนายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.ส.อุบลฯ ตลอดกาล) มานานจนชาวบ้านยกให้เป็นคนตระการพืชผล เต็ม 100 % ใน พ.ศ.2546 ได้ทำงานในตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2542 และได้เข้าสู่ถนนนักการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ตำบลตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี จากนั้น พ.ศ. 2551-2554 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอุบลราชธานี เขต 2 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอุบลราชธานี เขต 5 ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2554-2557

 

 

นายสุทธิชัย จรูญเนตร เป็นนักการเมืองติดดิน ใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานศพ งานแต่งงาน งานวัด งานโรงเรียน งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นได้เห็น นายสุทธิชัย จรูญเนตร ร่วมแจม ร่วมแสดงความยินดี และช่วยทุกงาน สำหรับการหาเสียงในโค้งนี้ นายสุทธิชัย หันมาใช้วิธีการเดินเคาะประตูบ้าน ขอคะแนน จากแฟนคลับทุกหลังคาเรือน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ ดังกล่าวข้างต้น และก็เคยได้ผลมาแล้วในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

 


 

ทางด้านนายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ อายุ 53 ปี อดีต ส.ส.2 สมัย จากพรรคชาติไทย เป็นชาวอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลฯ โดยกำเนิด จัดว่าเป็นนักการเมืองโดยสายเลือดเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะว่า นายรัฐกิตติ์ นั้นเป็นลูกชายของคุณพ่อสุวรรณ ผาลีพัฒน์ อดีต ส.จ.ตลอดกาลของอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลฯ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และแม้ว่าคุณพ่อสุวรรณ จะได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่นายรัฐกิตติ์ ก็ยังคงโลดแล่นอยู่บนถนนการเมืองระดับชาติมาอย่างต่อเนื่อง และทุกงานในพื้นที่จะต้องมีนายรัฐกิตติ์ เข้าร่วมแบบติดดิน เช่นกัน จนกลายเป็นขวัญใจของชาวบ้านขนานแท้อีกคนหนึ่ง ซึ่งในช่วงที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี คะแนนความนิยมในตัวของนายรัฐกิตติ์ ก็มิได้ลดหรือถดถอยลงแต่ประการใด เพราะความผูกพันที่มีต่อกันมายาวนานนั่นเอง และยังมีแฟนคลับให้ความเห็นอกเห็นใจ และคอยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา และเชื่อว่า มีจำนวนไม่น้อยที่รอคอยการกลับมาเล่นการเมืองของนายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์

 

บัดนี้ เสียงปี่เสียงกลองดังมโหระทึก.! กึกก้อง.! ขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวได้รู้กันวันที่ 24 มีนาคม 62 นี้ ใครจะได้รับการชูมือ.! ระหว่าง นายสุทธิชัย จรูญเนตร จากค่ายพลังประชารัฐ กับนายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ จากค่ายเพื่อไทย และถ้าจะว่าไปแล้ว คู่นี้ถ้าเป็นมวยก็คู่เอกล่ะ เพราะคู่คี่ สูสีกันยิ่งนัก ประเภทรักพี่เสียดายน้อง อยากจะรอง แต่ก็อยากจะต่อ อะไรประมาณนั้น
 

 

นายสุทธิชัย ได้เดินหาเสียงแบบถึงบ้านถึงตัวทุกครัวเรือน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีฐานเสียงเก่าทั้งของตนเองและของพ่อตาที่เป็นอดีตส.ส.ในพื้นที่มาหลายสมัย รวมทั้งฐานเสียงของญาติๆ ภรรยาที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นอยู่หลายคน แต่นายรัฐกิตติ์ ก็ไม่หวั่น เพราะมั่นใจในความที่เป็นเจ้าถิ่นเป็นลูกหลานชาวอำเภอตระการพืชผล-กุดข้าวปุ้น โดยกำเนิด มีฐานเสียงเดิมของตนและของบิดาพาให้อบอุ่นได้เสมอ และที่สำคัญ พื้นที่อำเภอเหล่าเสือโก้ก ที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้น นายรัฐกิตติ์ ก็เคยไปอยู่ที่นั่นมาหลายปีด้วยการเปิดร้านค้าขายวัสดุก่อสร้าง จนเป็นที่รู้จักของประชาชนในเขต อ.เหล่าเสือโก้ก เป็นอย่างดี และยังมี ฐานเสียงเดิมของนายสมบัติ รัตโน อดีตส.ส.เพื่อไทยในเขต เหล่าเสือโก้ก ที่หันไปลงในระบบปาร์ตี้ลิสต์ คอยหนุน เชื่อว่าคะแนนของนายสมบัติที่มีอยู่ในอำเภอนี้น่าจะช่วยนายรัฐกิตติ์ ได้เยอะพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ อ.เหล่าเสือโก้ก นายสุทธิชัย ก็ไม่เป็นรอง เพราะมีพรรคพวก เพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่รู้จักมักคุ้น อยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน และเชื่อมั่นในนโยบายพรรคว่า คงจะโดนใจพี่น้องประชาชนทุกคนทุกอำเภอ
 

สุดท้าย พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 5 อุบลราชธานี คงจำกันได้ดีว่า ที่เขตนี้ กระแสพรรค ช่วยผู้สมัครได้ไม่มากนัก เพราะชาวบ้านเลือกตัวบุคคล และผู้สมัครทั้งสองคน ต่างมีแฟนคลับเยอะ พอๆ กัน กระสุนและกระแสก็ไม่แพ้กัน เรื่องเข้าถึงชาวบ้าน ไม่ทิ้งงาน ไม่ทิ้งพื้นที่ ก็สูสีกัน ขอให้พี่น้องประชาชน เป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน วันที่ 24 มีนาคม 62 นี้ ใครจะโชคดี เดี๋ยวก็รู้ ผู้เขียนรู้จักผู้สมัครทั้งสองท่านเป็นอย่างดี เขตนี้ขอรักษาน้ำใจ จึงไม่ขอฟันธงว่าใครจะเข้าวิน.! อยากจะบอกเพียงว่า ถ้าเป็นการแข่งขันกรีฑา คงต้องตัดสินด้วยภาพถ่ายแน่นอน ซึ่งในอดีตก็เคยชนะกันเพียง100 กว่าคะแนน ยังไงๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งสองท่านนะครับ

 


กิตติภณ เรืองแสน / จ.อุบลฯ / รายงาน.

หน้าแรก » ภูมิภาค