วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560 16:48 น.

ภูมิภาค

ชาวอ่างทองฮือฮา!พระพุทธรูปทองคำอายุหลายร้อยปี

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.59 น.

 

ชาวอ่างทองฮือฮา!“พระพุทธรูปทองคำอายุหลายร้อยปี
 

 

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันนี้ (13 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เดินทางไปตรวจสอบยังวัดจุฬามณี ในพื้นที่ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังทราบว่าที่วัดดังกล่าวนั้นมีพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่เก็บรักษาไว้ที่วัด โดยเดินทางไปถึงพบว่าที่วัดดังกล่าวมีพื้นที่บริเวณกว้าง บนศาลาการเปรียญซึ่งเป็นศาลายกสูง ด้านหน้ามีการปิดล็อกประตูอย่างดีถึง 2 ชั้น บริเวณด้านบนได้มีพระพุทธรูป “พระพุทธมงคลชัย” เป็นพระปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร ซึ่งองค์เป็นสีเหลืองทอง ตั้งประดิษฐานไว้ในตู้กระจกบนศาลา โดยมีประตูเหล็กล้อมรอบอีก 2 ชั้น  

 

 

จากการสอบถามคุณลุงพิชิต มีลักษณะ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กรรมการวัดและเป็นคนเก่าแก่ของวัด กล่าวว่า ตนยืนยันว่าพระพุทธมงคลชัยองค์นี้เป็นพระทองคำจริง โดยพระพุทธมงคลชัยนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย มีหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 1 ตัน แต่เดิมพระพุทธรูปองค์นี้สมัยก่อนนั้นเป็นพระพุทธรูปที่ลงรักไว้เป็นสีดำ และประดิษฐานไว้ที่หอสวดมนต์เก่า ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่ค่อยได้มีใครสนใจ มีขี้นกอยู่เต็มไปหมด จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อได้มีกรรมการวัดคนหนึ่งได้เห็นพระพุทธรูปนั้นดูเลอะเทอะจึงไปปรึกษากับเจ้าอาวาสวัด ซึ่งตอนนั้นตรงกับเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 5 ว่าจะขอทำความสะอาดพระ ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้อนุญาต ปรากฏว่าระหว่างที่ทำความสะอาดองค์พระพุทธรูปอยู่นั้น รักที่ลงไว้ได้เกิดหลุดร่อนไปส่วนหนึ่ง จึงทำให้ได้เห็นเนื้อในองค์พระเป็นสีทองแต่ไม่เหลืองอร่าม เป็นสีทองที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สีทองดอกบวบ ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นทองจริง ๆ เข้าใจว่าเป็นทองเหลือง  จากนั้นได้มีตรวจสอบองค์พระพบว่าพระมีตำหนิเป็นรอยตามด จึงได้ให้ช่างบูรณะ โดยการนำเอาทอง 99% ไปหล่อและแทรกเทแทรกเข้าไปตามรอยตามด ปรากฎว่าทองนั้นกลับเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน จึงการนำองค์พระพุทธรูปไปในร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ตรวจดู ซึ่งทางร้านยืนยันว่าเป็นพระทองคำจริง โดยมีเนื้อทองคำอยู่ที่ประมาณ 80-90% 

 

 

ลุงพิชิต กล่าวต่อว่า ซึ่งหลังจากทราบดังนั้น จึงได้มีการขอความร่วมมือกับร้านดังกล่าว ไม่ให้มีการพูดต่อกันออกไป เนื่องจากเกรงกลัวว่าจะมีคนรู้และมาขโมยไป ซึ่งหลังจากนำกลับมาทางวัดก็ได้นำขึ้นไปประดิษฐานไว้บนศาลาการเปรียญ และทำตู้เก็บและล้อมรั้วตู้ไว้ และช่วยกันดูแลรักษามาอย่างดี ซึ่งประเด็นพระพุทธรูปทองคำองค์นี้นั้น ปกติทางวัดและชาวบ้านบางส่วนจะไม่ค่อยพูดให้ใครรู้ เนื่องจากเกรงกลัวอันตราย และก็มีหลายคนที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ซึ่งตอนนี้หากมีข่าวออกไป ตอนแรกตนก็หวาดหวั่นว่าจะอันตรายมั้ย แต่มาคิดอีกที ก็เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัย และคอยทำนุบำรุงรักษา ผลัดกับทางวัดเองที่ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อก่อนเวลาทางวัดมีงานอะไร ก็มักจะนำพระองค์นี้ลงไปให้พี่น้องประชาชนได้กราบไหว้สักการะ แต่ตอนนี้เก็บรักษาไว้อย่างดีไม่เคลื่อนย้ายไปทางไหน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับพระพุทธรูปองคนี้นั้น สันนิษฐานกันว่าสร้างสมัย พ.ศ. 2383 พร้อมกับตอนที่สร้างโบสถ์มหาอุตถ์ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าสมัยก่อน และเมื่อได้รับการอนุญาตให้สร้างโบสถ์แล้วตามความเชื่อในโบสถ์ก็ต้องมีพระ พุทธรูปประจำไว้ภายใน ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันนำทองไม่ว่าจะเป็นสร้อยทอง แหวนทอง มาหล่อเป็นองค์พระ  จนได้เป็นพระทองคำขึ้น เมื่อเสร็จสิ้น ก็เกิดความหวาดระแวงเพราะเนื่องจากพระเป็นพระทองคำ จึงได้คิดกุศลโลบายขึ้นมา โดยการลงรักกับองค์พระ จนเป็นพระสีดำ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปเป็นพระพุทธรูปโบสถ์ และต่อๆ มาได้ถูกเคลื่อนย้ายจากโบสถ์ไปอยู่ที่หอสวดมนต์ จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปมีคนมาพบว่าเป็นพระทองคำดังกล่าว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในการไปถ่ายทำในครั้งนี้ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน หรือพระลูกวัด ไม่มีรูปไหนที่ให้ข้อมูล เนื่องจากเจ้าอาวาสและพระส่วนใหญ่เพิ่งมาอยู่ใหม่ ไม่มีใครทราบถึงประวัติและความเป็นมาของพระพุทธรูปที่แท้จริง จึงไม่มีใครมาให้สัมภาษณ์ ซึ่งนอกจากทางวัดจะจัดทำตู้กระจกและล้อมเหล็กรอบไว้อย่างดีแล้ว แต่ทางวัดก็ยังได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ จำนวน 3 ตัว และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจคอยหวั่นมาตรวจตราอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญได้มีพระในวัดผลัดกันเฝ้าดูแลไว้ไม่คลาดสายตา ซึ่งอย่างไรก็ตามคงต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกันอีกครั้ง และจะได้หาแนวทางในการดูแลรักษาต่อไป เพราะถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมูลค่าอย่างมาก

 

สำหรับวัดจุฬามณีแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาปีพ.ศ. 2310 โดยพระภิกษุรูปหนึ่งที่หนีภัยพม่ากลับมาได้ โดยในวัดถ้าใครผ่านไปผ่านมา จะสะดุดตากับเจดีย์เก่าแก่ที่มีความสูงถึง 38 เมตร ถือว่าเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในอ่างทองอีกด้วย ตั้งตระหง่านอยู่ภายในบริเวณวัด

หน้าแรก » ภูมิภาค