banmuang.co.th ปีที่ 9(39)  ฉบับที่ (17343)  ประจำวันที่ 4  กันยายน 2553   
 
   บ้านเมือง Home : เกี่ยวกับบริษัท : ติดต่อ   
  บทบรรณาธิการ
  การเมือง
  เศรษฐกิจ
  อาชญากรรม
  กทม., สาธารณสุข, สิ่งแวดล้อม
  การศึกษา, ศาสนา, วัฒนธรรม
  ภูมิภาค
  ยานยนต์
  กีฬา
  ท่องเที่ยว, พาชิม
  ต่างประเทศ
  บันเทิง, สตรี

 
 
  หมวดข่าว / ข่าวออนไลน์
โดย บ้านเมืองออนไลน์ เมื่อเวลา 9:18:00  วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2553

คอลัมน์ : หมายเหตุบ้านเมือง : สามัญสำนึกหลังความตาย

สามัญสำนึกหลังความตาย


      เป็นข่าวเศร้าสะเทือนอารมณ์อีกคดีหนึ่ง เมื่อ ด.ช.จตุพร หรือน้องเทียน ผลผกา วัย 9 ขวบ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ กำลังจะก้าวลงจากรถสาย 113 ที่แม่เป็นนายท่าปล่อยออกจากอู่
      เมื่อมาถึงปากซอยรามคำแหง 164 ถนนรามคำแหง เขตสะพานสูง ได้มีเด็กนรกโผล่ออกมาจากที่ซ่อนเป็นกลุ่ม 1 ใน 2 คนร้ายได้ลั่นกระสุนปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ยิงใส่กลุ่มอริบนรถเมล์โดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น


      สิ้นเสียงปืน อานิจจังคมกระสุนพุ่งไปโดนลำคอและใบหน้าเด็กชายเคราะห์ร้ายร่วงตกรถเลือดนองดับอนาถ หัวใจผู้เป็นแม่แทบแตกสลาย ครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ พากันร้องระงม!!
      เรื่องคงไม่จบเพียงแค่นั้น ศพน้องเทียนคงไม่ใช่ศพแรกและศพสุดท้าย!


      ประชาชนพลเมืองชั้น 3 ที่ไม่มีรถเก๋งขับ อาศัยรถร่วม ขสมก. ทุกชีวิตไม่รู้จะไปเผชิญกับความตายเมื่อไร เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุดที่จังหวัดปทุมธานี ยิงถล่มรถเมล์ใส่คู่อริอย่างกับในภาพยนตร์ ถัดมาอีกวันที่จังหวัดสมุทรปราการ ยิงใส่รถสองแถว นักเรียนหญิงบาดเจ็บสาหัส


      ไอ้ที่จะโดนสอยกลับไม่โดน ไอ้ที่โดนยิงก็มักจะเป็นเด็กนักเรียน หรือผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่ร่ำไป
      ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 3 และตำรวจ สน.มีนบุรี จะลากคอ 2 นักเรียนนักเลงพร้อมอาวุธปืน คอตกรับสารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ทว่ามือปืนวัยกระเตาะอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น ต้องไปชดใช้กรรมในสถานพินิจ


      เรื่องนี้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาเยียวยา ไม่ใช่บอกว่าเหตุการณ์นักเรียนตีกันเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว?
      พร้อมขึ้นทะเบียนอาชีวะกลุ่มเสี่ยง 18 สถาบัน ให้ระวังหากเกิดการตีกันอีกจะสั่งปิดสถาบัน มันไม่ง่ายเกินไปหรือ เราต้องแก้ปัญหาแบบบูรณาการ เปลี่ยนพฤติกรรม นำธรรมะ วิชาศีลธรรมเข้ามา หรือบังคับให้เรียนรักษาดินแดนเพื่อปลูกจิตสำนึก ลด ละ เลิกความรุนแรง


      การเปลี่ยนเครื่องแบบ เปลี่ยนชื่อสถาบัน มันไม่ใช่ทางออก หากไม่ปรับเปลี่ยนสันดาน อย่ามาโทษสภาพแวดล้อม สังคม ครอบครัว สถาบัน การปลูกฝังค่านิยมผิดๆ
      หนทางย่อมมีทางเลือก ปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม การแก้ปัญหาต้องแหลมคม ตรงจุด สิ่งเหล่านี้มันกระทบกระเทือนหลายด้าน ทั้งภาพลักษณ์ประเทศ เศรษฐกิจ สังคม


      แรงงานภาคอุตสาหกรรมช่างเชื่อม ช่างยนต์ ช่างเทคนิค ฯลฯ ยังต้องการแรงงานนี้อีกเยอะ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกเข้ามาเรียนช่างกล เสมือนเป็นการส่งเสริมให้ลูกหลานมาตาย!
      เด็กเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อม เราต้องมีกฎกติกา เด็กฆ่าเด็กต้องรับโทษทัณฑ์ตามกบิลเมืองขนาดไหน ตามหลักจิตวิทยาเพื่อต้องการให้หลาบจำ สำนึก


      การพัฒนาฝีมือแรงงานภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้ทันกับยุคสมัยในการขาดแคลน ยังมีหนทางแก้ไข นักเรียนตีกันมีคนตาย คนเจ็บ หรือคนร้ายที่ถูกประณาม มันก็คือลูกหลานของเรา
      มาวัดฝีมือพิสูจน์กึ๋นผู้นำภาครัฐบาลอย่างกรมอาชีวะ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในยุคผลัดใบใหม่ กับปัญหาจิ๊บๆ อย่างนักเรียนนักเลงตีกัน จะสางปัญหาได้อย่างไร
      อย่าให้สามัญสำนึกดีๆ เหล่านั้นถูกลืม!!

เหล็กน้ำพี้


 ดูข่าวทั้งหมด
 

สกู๊ป : ตายซะเถอะเรียมจ๋า...
คอลัมน์ : ที่นี่ประเทศไทย : ทิศทางตำรวจไทย...
คอลัมน์ : ไก่อ่อน : อุตสาหกรรมยา...
คอลัมน์ : เลขที่๑ ซอยปลื้มมณี...
คอลัมน์ : ฉลามเขียว : เนวิน-เป้าฆ่าเบอร์ 1...
คอลัมน์ : แยกรัชวิภา : ของฝากจากเมืองน่าน...
คอลัมน์ : สะเก็ดการเมือง...
“คณิต” ฉะยุติธรรมเบี้ยวต้นตอไทยแตกยับ...
“อภิสิทธิ์” ชูพัฒนาคน-การศึกษา หัวใจสำคัญพัฒนาประเทศชาติ...
ประชาพลิกลิ้น ไม่ย้ายไม่โก่งค่าตัว ภท. ตีปิ๊ปอ้ารับ...

 

Web Hosting By NetdesignHost.com