วันอังคาร ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 11:59 น.

กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์

hellokhunmor

hellokhunmor : วันพุธ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 13.34 น.

สัญญาณอันตรายของ โรคไข้หวัดใหญ่ ที่ควรต้องระวัง

 

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคทางเดินระบบหายใจที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือเด็ก ที่มีสถิติการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สูงสุด ไข้หวัดใหญ่จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรต้องระมัดระวังและตื่นตัว ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กควรต้องรู้ถึงข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ รวมถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่า ไข้หวัดใหญ่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

ไข้หวัดใหญ่ทำอันตรายเราได้อย่างไร

 

อาการโดยทั่วไปของโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ การมีไข้  หนาวสั่น มีน้ำมูก หรือคัดจมูก มีอาการไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว อ่อนเพลีย หรืออาจมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกดีขึ้นได้ในสองสามวัน หลังจากที่ได้นอนพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และกินยา แต่สำหรับหลายคน ไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อน ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

 

การเกิดอาการแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ เกิดได้หลายแบบ อย่างแรกก็คือ จากการป้องกันตัวเองของร่างกายจากไข้หวัดใหญ่ อาการปวดเมื่อยร่างกายหรือมีไข้เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ ที่จริงก็คือปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อ "ผู้รุกราน" เมื่อเราติดเชื้ออย่างแบคทีเรียหรือไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราจะใช้วิธีการหลายอย่างในการต่อสู้ เช่น การเพิ่มของอุณหภูมิร่างกาย เพื่อพยายามฆ่าผู้รุกราน ที่ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง

 

การป้องกันตัวเองอีกอย่างของร่างกายก็คือ การส่งทหารที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (cytokine) ที่เป็นโปรตีนซึ่งสร้างโดยเซลล์ของภูมิคุ้มกัน อย่างเช่นเซลล์เม็ดเลือดขาว ถูกสร้างขึ้นมาในทีแรกก็เพื่อหยุดไวรัสไม่ให้แพร่กระจาย ด้วยการผูกติดตัวเองกับเชื้อโรคที่รุกรานร่างกาย และด้วยการส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ของตัวเอง ในบางกรณี ร่างกายอาจสร้างไซโตไคน์ขึ้นมามากเกินไป ในการต่อสู้กับการติดเชื้ออย่างไข้หวัดใหญ่ ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเสียสมดุล และเกิดการอักเสบกระจายไปทั่วร่างกาย และทำร้ายเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกายของเราเอง ในบางกรณี อาจนำไปสู่การเกิดภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis) ที่ทำให้การทำงานของอวัยวะสำคัญล้มเหลว

 

หรือบางครั้งไข้หวัดใหญ่อาจทำให้คุณอ่อนแอจนติดเชื้ออย่างอื่นได้ง่าย ที่พบบ่อยที่สุดก็คือโรคปอดบวมหรือคออักเสบจากการติดเชื้อสเต็ปโคค็อคคัส ถ้าหากร่างกายแข็งแรงดี ระบบภูมิคุ้มกันก็อาจสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อเหล่านี้ได้ โดยไม่เกิดอาการร้ายแรงอะไร แต่ร่างกายที่อ่อนแอจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะไม่สามารถปกป้องร่างกายได้ดีพอ และไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานมากเกินไป หรือเป็นเหตุให้อวัยวะอย่างหัวใจหรือปอดหยุดทำงาน

 

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้สุขภาพที่แย่อยู่แล้ว แย่ลงไปอีกได้ เช่น เด็กที่เป็นโรคหอบหืดที่มีทางเดินหายใจตีบ และหายใจได้ลำบากอยู่แล้ว เมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไวรัสก็สามารถทำให้ทางเดินหายใจยิ่งอักเสบมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบ หรือทำให้มีโอกาสติดเชื้ออย่างเช่นปอดบวมได้ง่ายขึ้น

 

สัญญาณเตือนของไข้หวัดใหญ่ที่เป็นอันตราย

 

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า โรคไข้หวัดใหญ่เริ่มรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์โดยด่วน หากมีอาการดังนี้

 

ไข้สูงเป็นเวลานาน

 

การมีไข้สูงเป็นเรื่องค่อนข้างปกติสำหรับไข้หวัดใหญ่ ไข้เป็นหนึ่งในวิธีการที่ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ และที่จริงก็อาจเป็นประโยชน์ในเวลาที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่การมีไข้สูงเป็นเวลาหลายัวนต่อเนื่องกัน อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย และเป็นสัญญาณที่สื่อว่าร่างกายกำลังต้องการความช่วยเหลือ ดังนั้น ถ้าลูกของคุณมีไข้สูงมาก หรือมีอาการชักเนื้องจากไข้ ควรรีบพาไปหามอทันที

 

ผิวเริ่มเปลี่ยนสี หรือหายใจผิดปกติ

 

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ เพราะฉะนั้นจึงควรต้องจับตาดูสัญญาณที่แสดงว่า ผู้ป่วยเริ่มหายใจไม่สะดวก เช่น มีอาการหายใจหอบ หรือหายใจเร็วเกินไป หรือผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว นี่อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ได้ว่า ผู้ป่วยกำลังมีอาการแทรกซ้อนอย่างปอดบวม หรือร่างกายอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ที่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อของเราที่ต้องการออกซิเจนในการทำหน้าที่ได้ เมื่อขาดออกซิเจน ก็อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายได้ จึงควรต้องไปหาหมอเพื่อรับยาฆ่าเชื้อ หรือรักษาปัญหาการหายใจไม่สะดวก หรือแม้แต่อาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ออกซิเจน และดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

 

ปวดหัวมาก หรือคอแข็ง

 

อาการนี้อาจหมายถึงอาการของไขสันหลังอักเสบ (Meningitis) หรือสมองบวม ซึ่งอาจทำให้อวัยวะล้มเหลว ถ้าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง และผู้ป่วยไม่สามารถก้มลงเอาคางไปแตะที่หน้าอกได้ เนื่องจากคอแข็ง อาจเป็นสัญญาณของโรคไขสันหลังอักเสบ ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที

 

ภาวะขาดน้ำ

 

เราอาจนึกถึงอาการขาดน้ำในผู้ที่ป่วยโดยโรคทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย แต่อาจไม่คิดว่าโรคของระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ้ ก็สามารถทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้เช่นกัน ผู้ป่วยบางคนอาจอาเจียน ซึ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ หรืออาจจะอยากนอนทั้งวัน จนทำให้ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ถ้าไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ วิธีการหนึ่งคือการสังเกตการปัสสาวะ ถ้าผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยน้อยลงกว่าปกติ หรือปัสสาวะเป็นสีเข้ม ก็เป็นไปได้ว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการขาดน้ำ สัญญาณอื่นของภาวะขาดน้ำก็อย่างเช่น ริมฝีปากแห้ง มือและเท้าซีด ตาลึกโหล หรือร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ถ้าเริ่มปรากฎสัญาณของการขาดน้ำเหล่านี้ อาจต้องไปพบหมอเพื่อรับสารละลายทางหลอดเลือด

 

ไม่มีอาการตอบสนองทางร่างกาย

 

ไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือปวดเมื่อยทั่วร่างกาย  รวมถึงอาการไข้และอาการอ่อนเพลียที่อาจทำให้หมดเรี่ยวแรง แต่มันมีความแตกต่างกันระหว่างอาการเฉื่อยชาหรือไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกาย กับการไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เช่น การไม่พูดโต้ตอบ หรือไม่สามารถปลุกให้ตื่นได้ ถ้าพบอาการเช่นนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

 

อาการดีขึ้น แต่ไม่นานก็กลับแย่ลง

 

การเว้นช่วงเวลาอาจเป็นการบ่งชี้ว่า ผู้ป่วยกำลังติดเชื้อหรือมีอาการแทรกซ้อนอื่นอย่างเช่นปอดบวม เนื่องมาจากร่างกายอ่อนแอลงเนื่องจากไข้หวัดใหญ่ ถ้าสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการแย่ลง ไม่นานหลังจากที่มีท่าทีว่าอาการดีขึ้น ควรพาไปพบหมอเพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมในทันที

 

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

 

กลุ่มที่มีความเสี่ยง ที่เมื่อเป็นโรคไข้หวัดใหญ่แล้วอาการอาจรุนแรงขึ้น ได้แก่

เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำว่า 2 ขวบ
ผู้หญิงตั้งครรภ์
ผู้สูงอายุ วัย 65 ปีขึ้นไป
ผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคหอบหืด โรคทางประสาท โรคปอด โรคหัวใจผู้ที่เป็นโรคเอดส์ หรือผู้ที่มีปัญหาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

 

แต่นอกจากกลุ่มเสี่ยงแล้ว ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง หากเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการรุนแรงขึ้นได้ โดยเฉพาะวัยเด็ก เนื่องจากสถิติในปี 2010-2016 พบว่าเด็กที่เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่กว่า 50% ไม่ได้มีประวัติผู้ป่วย ก่อนเป็นโรคไข้หวัดใหญ่

 

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

https://hellokhunmor.com/สุขภาพชีวิตที่ดี/เคล็ดลับสุขภาพ/โรคไข้หวัดใหญ่/