วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 02:40 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

รอง ป. : วันอาทิตย์ ที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 22.06 น.

"โควิด 19" พ่นพิษผู้การฯสั่งห้ามขึ้นตึก

♦♦ รายงานตัววันนี้.... มหันตภัยร้าย ไวรัส “โควิด-19” คงยังคร่าชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย แวดวง "สีกากี"ตอนนี้มี "ตำรวจ"ติดเชื้อ 600-700 ราย ไม่นับรวมที่ต้องกักตัวเพราะทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยอีกพันกว่าราย โดยเฉพาะในรายของ ด.ต.จรังสรรค์ อ่อนจ้อย อายุ 50 ปี ตำรวจสังกัดศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เสียชีวิตในห้องฉุกเฉิน ใน รพ.นครปฐม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยติดเชื้อจากการไปจับกุมผู้ต้องหา ชาวเมียนมา ที่จ.สมุทรสาคร ถือเป็นเป็นความเศร้า ความเสียใจของบรรดา"สีกากี" และเป็นบทเรียนให้ ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องเร่งรีบในการจัดหาวัคซีนดูแลกำลังพล เหมือนอย่างที่ "บิ๊กเด่น"พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. บอกตำรวจไม่สามารถเวิร์คฟอร์มโฮมได้ การจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็เป็นด่านหน้าในการปฎิบัติหน้าที่ดูแลชีวิตและทรีพย์สินของประชาชน ย่อมเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ๐
 
♦♦ เท่าที่รับรู้รับทราบการฉีดวัคซีนให้ตำรวจกลุ่มเสี่ยงฉีดไปแล้ว 3 พันกว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรวจในพื้นที่เสี่ยง อย่าง จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ฉีดไป 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบช.สตม.ฉีดไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดได้มาอีก 1 หมื่นโดส พอที่จะฉีดให้ได้อีก 5 พันราย เป็นการฉีดเฉพาะกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ดังนั้นข้อสั่งการของ "บิ๊กปั๊ด"พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน ที่ให้ผู้บังคับการแต่ละจังหวัดประสานตรงกับคณะกรรมการควบคุมโรคแต่ละจังหวัด เพื่อขอวัคซีนสัดส่วนของตำรวจ ต้องเร่งดำเนินการ ไม่เฉยชา ไม่นิ่งเฉย เพราะ "โควิด-19" เข้าสู่มหันตภัยร้าย หากปล่อยเวลาผ่านไป อาจจะต้องมีเหมือน "ดาบจรังสรรค์" รายที่สอง รายที่สาม.....ต่อไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานจัดหาวัคซีนให้ผู้ปฏิบัติงานต้องเร่งสปีด สร้างผลงานก่อนเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้ ให้ "ลูกน้อง"ได้จดจำ "นาย" ในฐานะผู้ช่วยชีวิตพวกเขาให้พ้นจากมหันตภัยร้ายไวรัส “โควิด-19”
 
♦♦ เข้าใจการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 รุนแรง แต่มาตรการป้องกันที่กระทรวงสาธารณสุขออกมาให้ทุกคน ทุกหน่วยงานใช้ปฎิบัติก็น่าจะระวัง ป้องกัน การติดเชื้อโควิด-19 ได้ระดับหนึ่ง ไม่น่าจะต้องทำเหมือน "ผู้การฯ" กองบังคับการแห่งหนึ่ง ที่มีหน่วยระดับกองบัญชาการตั้งอยู่แถวแจ้งวัฒนะ ประกาศ! ไม่ให้ "ตำรวจ"อีกกองบังคับการหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสังกัดกองบัญชาการเดียวกันขึ้นตึกที่ทำการตัวเอง จริงอยู่ที่กองบังคับการที่ถูกสั่งห้ามขึ้นตึกมี "ตำรวจ"ติดเชื้อโควิด-19 อยู่พอสมควร แต่ข้อห้ามดังกล่าวไม่ได้ห้าม "ตำรวจ" หน่วยนี้ทุกคน เพราะคำสั่งห้ามขึ้นตึก มีอะไร หรือมาพบใครให้แจ้งผู้นั้นหรือแผนกนั้นลงมาพบใต้ตึก ห้ามเฉพาะตำรวจชั้นประทวน ห้ามตำรวจะดับ ผู้หมวด ผู้กอง และสารวัตร ส่วนตำรวจที่สูงกว่านั้นขึ้นได้พรีเดย์ หลายคนเลยงง โควิด-19 เลือกติดเฉพาะตำรวจเล็กๆ ตำรวจเด็กๆ เท่านั้นหรือ ตำรวจระดับ พันเอก พันโท หรือนายพล โควิดไม่กล้าไปติดเพราะกลัวยศ กลัวตำแหน่งกระนั้นหรือ!!!.... ลักลั่นกันแบบนี้ บอสส์รู้บอสส์จะไม่แฮปปี้นะ เพราะบอสส์รักลูกน้องทุกระดับเท่าเทียมกัน การที่ บก.ไหนไม่มีคนติดโควิดก็ไม่ใช่จะเก่งหรือดีกว่า บก.ที่ติดโควิดนะ..ขอบอก!!! ๐
 
♦♦ ยังคงเดินหน้าไล่น้ำเสียออกจากน้ำดีอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายที่ "ลุงตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่อยากให้ภาพพจน์ "กรมปทุมวัน" กลับคืนมา ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2564 และการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์จากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน มี "นายกฯลุงตู่" เป็นประธาน มีมติรับทราบการลงทัณฑ์ทางวินัยข้าราชการตำรวจที่ประพฤติตนผิดวินัย เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 27 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ 17 นาย ปลดออกจากราชการ 8 นาย และให้ออกจากราชการ 2 นาย ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.64 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 66 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ 51 นาย ปลดออกจากราชการ 12 นาย และให้ออกจากราชการ 3 นาย ๐ สวัสดี
 
                                                                                         รอง ป.