วันอาทิตย์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562 09:33 น.

กทม-สาธารณสุข

ผลจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า 1.5 ล้านโด๊สช่วยรัฐประหยัดงบกว่า 33 ล้านบาท

วันอังคาร ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562, 14.16 น.

ผลจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า 1.5 ล้านโด๊สช่วยรัฐประหยัดงบกว่า 33 ล้านบาท

 

 

บอร์ด สปสช.รับทราบจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า ปี 62 จำนวน 1.5 ล้านโด๊ส ผลต่อรองราคาช่วยรัฐประหยัดงบกว่า 33 ล้านบาท ดูแลประชาชนเข้าถึงยาจำเป็น ลดภาระค่ายา ไม่กระทบ รพ.ดูแลผู้ป่วย

 

นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมี ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน รับทราบความคืบหน้าการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ในการจัดหา “วัคซีนพิษสุนัขบ้า” เพื่อดูแลประชาชนให้เข้าถึงการรักษา ซึ่งเป็นไปตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดทำแผนความต้องการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โครงการพิเศษ ที่มี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน

 

ทั้งนี้ในส่วนการจัดหาวัคซีนพิษสุนัขบ้า ตามที่คณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดซื้อหาวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 1,500,000 โด๊ส งบประมาณ 388.5 ล้านบาท จากบริษัทผู้จำหน่ายในประเทศไทย จากผลการต่อรองราคาวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่มีตัวแทนคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม สามารถต่อรองได้ที่ราคา 354.7 ล้านบาท ถูกกว่าที่งบประมาณตั้งไว้ 33.79 ล้านบาท โดยในส่วนของการบริการวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าในช่วงเดือนตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนการจัดหาวัคซีน บอร์ด สปสช.ได้เห็นชอบจ่ายชดเชยบริการตามผลงานที่ให้บริการฉีดไป

 

“การจัดซื้อยาที่จำเป็นต่อการเข้าถึงรวมในระดับประเทศ ส่งผลให้สามารถจัดซื้อยาได้ในราคาลดลง ไม่เพียงแต่เฉพาะราคาเท่านั้นที่เป็นเกณฑ์การพิจารณาจัดซื้อหา แต่คณะอนุกรรมการฯ ได้คำนึงถึงคุณภาพด้วย นอกจากทำให้ผู้ป่วยภายใต้ระบบบัตรทองเข้าถึงยาราคาแพงที่จำเป็นแล้ว ยังทำให้เกิดความมั่นใจที่จะมียาภายใต้การจัดหารวมระดับประเทศ เป็นความมั่นคงของระบบยาและวัคซีนที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพของประชาชน” ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าว 

 

นพ.รัฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดหาซื้อวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากวัคซีนมะเร็งปากมดลูกอยู่ในภาวะขาดแคลนทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ขณะนี้มีบริษัทผลิตวัคซีนหลายแห่งอยู่ระหว่างการเตรียมผลิตออกมาจำหน่ายเพิ่มเติมแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จะส่งผลให้สถานการณ์การขาดแคลนวัคซีนดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสามารถจัดซื้อวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเพื่อดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์นี้ต่อเนื่องได้