วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562 02:29 น.

กทม-สาธารณสุข

สปสช.จัดสิทธิประโยชน์ดูแลหญิงตั้งครรภ์

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 05.39 น.
สปสช.จัดสิทธิประโยชน์ดูแลหญิงตั้งครรภ์
 
 
น.พ.ชูชัย ศรชำนิ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้กำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อครอบคลุมดูแลประชากรทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง เริ่มตั้งแต่การตั้งครรภ์เพื่อให้ทารกที่เกิดมาเป็นประชากรสมบูรณ์และมีคุณภาพ โดยได้พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อดูแลหญิงตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง กำหนดสิทธิการรับบริการฝากครรภ์อย่างน้อย 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 9-10 เดือน เพื่อให้สามารถฝากครรภ์ทันทีเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้แพทย์และเจ้าหน้าที่มีเวลาเพียงพอในการดูแลสุขภาพหญิงครรภ์และทารกในครรภ์ คลอดทารกอย่างปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ที่หญิงตั้งครรภ์จะได้รับการดูแลทุกครั้งในการฝากครรภ์ คือการประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์และคลอด การตรวจโปรตีนและน้ำตาลในปัสสาวะ ตลอดการตั้งครรภ์ถึงหลังคลอด จะได้รับยากรดโฟลิค ยาเสริมธาตุเหล็ก ไอโอดีน และแคลเซียมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยการเจริญเติบโตของทารก การป้องกันความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนในเด็กแรกเกิด
 
 
“ในปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2560-2564 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ความสำคัญต่อการพัฒนาประชากร โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และทารกอย่างมาก โดยระบุไว้ชัดเจนในยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานและความเพียงพอของบริการ ในปี 2560 นี้ สปสช.ยังได้จัดสรรงบประมาณจำนวนกว่า 2,600 ล้านบาท เพื่อดูแลกลุ่มเป้าหมาย 7.4 แสนคน ภายใต้งบประมาณส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค แบ่งเป็นการดูแลแม่ขณะตั้งครรภ์ 5 ครั้ง โดยฝากครรภ์ครั้งที่ 1 จำนวน 1,200 บาทต่อคน เน้นการตรวจคัดกรอง เช่น ธาลัสซีเมีย เอดส์ ซิฟิลิส เป็นต้น ฝากครรภ์ครั้งที่ 2-4 จำนวน 400 บาทต่อครั้งต่อคน ตลอดจนถึงการดูแลหลังคลอด” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวและว่า การฝากครรภ์เป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการดูแลตั้งแต่แรกเริ่มตั้งครรภ์ ซึ่งหญิงตั้งครรภ์สามารถเข้ารับบริการฝากครรภ์ได้ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งโดยไม่เสียค่าบริการ หากมีข้อติดขัดหรือสงสัยในการรับบริการ ติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง