วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563 03:47 น.

อาชญากรรม

สาวใหญ่แสบ อ้างร่างทรงฤๅษีตาไฟ หลอกเหยื่อสูญนับแสน บางคนคิดสั้นผูกคอดับ

วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563, 18.45 น.
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2563 นางณัฐธยาน์ ภูริวัจน์เมธี อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 367 หมู่ 5 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และนางสำเนียง เพชรทัตร์ อายุ 61 ปี อาชีพค้าขาย บ้านเลขที่ 200/105 หมู่ 8 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ชาวบ้านชุมชนเสมาฟ้าครามได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเนื่องจากถูกนางศิริเรียม อายุ 48 ปี อวดอ้างอิทธิฤทธิ์เป็นร่างทรงฤๅษีตาไฟหลอกลวงให้หลงเชื่อได้ทรัพย์ไปปล่อยเงินกู้ย่านตลาดสี่มุมเมืองจำนวนมาก ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 20 ราย
 
ด้าน นางณัฐธยาน์ ภูริวัจน์เมธี กล่าวว่า ตนเองได้รู้จักสำนักร่างทรงพ่อปู่ฤๅษีตาไฟตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 2563 เพื่อที่จะให้ช่วยรักษาอาการปวดขา หลังที่มีคนที่รู้จักแนะนำมา เมื่อไปรักษาแล้วโดยร่างทรงฤๅษีตาไฟได้นวดน้ำมันพร้อมเป่าคาถาให้ก็รู้สึกว่าดีขึ้น โดยให้มารักษาต่อเนื่อง 5 วัน จนครบที่เขากำหนด จึงทำให้รู้สึกคุ้นเคย ขณะที่ร่างทรงฤๅษีตาไฟทำพิธีอยู่ ตนเองจึงได้ถามเรื่องที่คดีเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติ อยู่ในระหว่างรอคำพิพากษาฏีกา ซึ่งอยากให้จบเร็ว ๆ  ร่างทรงจึงทำพิธีให้จบภายใน 3 เดือน โดยเสียเงิน 9,864 บาท ทั้งนี้ร่างทรงฤๅษีตาไฟบอกว่าเงินตรงนี้เขาไม่เอานะ แต่เมื่อครบ 3 เดือนแล้วคำพิพากษาของศาลฏีกายังไม่ตัดสิน ก็อยากจะมาเอาคืน แต่ร่างทรงฤๅษีตาไฟก็มีเล่ห์อุบายต่อพร้อมกับเสนอการปล่อยเงินกู้ ให้กับพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดสี่มุมเมือง ตนเองจึงนำเงินมาจำนวน 30,000 บาท ให้กับร่างทรงฤๅษีตาไฟ โดยจะได้ดอกเดือนละ 8,000 บาท ซึ่งจะจ่ายให้ครึ่งเดือนครั้งละ 4,000 บาท ตนเองได้เงินมาเพียงครั้งเดียว กว่าจะได้ต้องตามทวงหลายครั้ง ตนเองชักสงสัยจึงขอเงินทุนคืนทั้งหมด  ร่างทรงฤๅษีตาไฟจึงได้นัดวันที่ 10 สิงหาคม 2563  จึงมาตามนัด ร่างทรงฤๅษีตาไฟกลับเบี้ยว และก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย เมื่อไปหาที่สำนักร่างทรงปรากฏว่าเขาได้ย้ายหลบหนีไปแล้ว  จึงได้เขาแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.คูคต
 
ส่วน นางสำเนียง เพชรทัตร์ กล่าวว่า เนื่องจากมีเพื่อนๆแนะนำว่ามีสำนักร่างทรงฤๅษีตาไฟมาเปิดดูดวงรักษาโรคทุกชนิด และสามารถทำให้ด้านการงาน ค้าขายดี  จึงเดินทางไปพบและได้ร่วมพิธีทำน้ำมนต์หยดเทียน จากนั้นได้รับข้อเสนอว่าให้ตนเองเอาเงินมาไว้กับปู่ฤๅษี อ้างว่าเอาเงินมาเก็บไว้ที่นี่ จะมาเอาคืนเมื่อไรก็ได้ จึงนำเงินมาฝากไว้หลายครั้งรวมเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท ภายหลังรู้สึกว่าพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจจึงได้พยายามขอทวงเงินคืน  ทางร่างทรงปู่ฤๅษีตาไฟก็บ่ายเบี่ยงตลอด อ้างว่าปู่ไม่ลง ตนเองก็พยายามทวงถามมาอย่างต่อเนือง ร่างทรงฤๅษีตาไฟก็ได้ทยอยคืนให้ครั้ง 5000-10000บาท รวมแล้วได้มา 40,000 บาท ยังเหลืออีก 10,000 บาท ก็ไม่คิดว่าจะได้คืนแล้วเนื่องจากเขาย้ายสำนักออกไปอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ตนเองก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับร่างทรงฤๅษีตาไฟมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองมากกว่า ไม่อยากให้ไปทำกับคนอื่นเขาอีก 
 
นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์เศร้าสลดวันที่ 30 มิ.ย.2563  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 16/4 ม.21 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  พบร่างนางพเยาว์ อารมคง อายุ 63 ปี อาชีพค้าขาย ใช้เชือกผ้าสีดำ ผูกคอตัวเองกับคานบ้านภายในห้องครัวเสียชีวิตมา 3 วัน เนื่องจากป้าเยาว์เป็นคนเก็บผักบุ้งขายภายในชุมชน และมารู้จักสำนักร่างทรงฤๅษีตาไฟแห่งนี้เพราะต้องการรักษาอาการปวดท้อง แต่กลับมาถูกหลอกลวงเอาเงินไปกว่า 100,000 บาท เมื่อป้าเยาว์มาทวงถามก็ไม่ได้คืน คาดป้าเยาว์น้อยใจ จนมาทราบภายหลังว่าป้าเยาว์ผูกคอตายไปแล้ว อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติประชาชนทั่ว ๆ ไป ที่ทำอะไรต้องไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีแต่เสียดาย และเสียใจด้วย และอยากให้คนที่เห็นหรือรู้จักช่วยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต  เพื่อจับร่างทรงมาดำเนินคดีโดยเร็ว.