วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564 04:46 น.

อาชญากรรม

กวาดล้างค้าเนื้อสัตว์ป่า จับ 2 แม่ค้าเอาเนื้อหมูหลอกขายเป็นเนื้อกวาง-เก้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.21 น.
เมื่อเวลา 15.00น.วันที่ 14 ม.ค.2564 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์  ที่ 3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ดำเนินการป้องกัน และปราบปราม ร้านค้าร้านอาหาร ที่กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรทางด้านสัตว์ป่า รวมทั้งผู้กระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการหลอกลวงผู้บริโภค อย่างเคร่งครัด 
ทั้งนี้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์  ที่ 3(บ้านโป่ง) นายสิขกพงศ์ กระแจะจันทร์ หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าสมเด็จศรีนครินทร์ นายไพทูรย์ อินทรบุตร หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระนำกำลังเข้าตรวจสอบ ร้านอาหารเสบียงไพร เลขที่ 239/5 หมู่3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยก จ.กาญจนบุรี มีนางสุภวดี เข็มวิชัย อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 10 ต.ดอนแสอบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เป็นเจ้าของ พบว่ามีการติดป้ายโฆษณาว่าจำหน่ายเนื้อสัตว์ ประเภท เก้ง กวาง และหมูป่า ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการล่อซื้อ เนื้อกวางสด  หนัก 1 กิโลกรัม เป็นเงินจำนวน 290 บาท โดยมี น.ส.นิสา มงคล ลูกจ้างของร้านเป็นผู้ขายให้ หลังจากทำการล่อซื้อแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวให้ทางร้านได้รับทราบ จากนั้นจึงเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ก่อนที่จะส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ DNA ที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า (กรมอุทยานฯ) 
 
 
ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าทำการล่อซื้อเนื้อเก้ง จากร้าน นางสาวพรนภัส  กาญจนศรีกุล ที่อยู่ภายในตลาดสดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หนัก 1 กิโลกรัม เป็นเงินจำนวน 200 บาท ซึ่งก่อนการล่อซื้อนั้น เจ้าของร้านแจ้งว่า เป็นเนื้อเก้ง แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวให้ทราบ เจ้าของร้านกลับแจ้งใหม่ว่าเป็นเนื้อหมู จึงเข้าข่ายฐานหลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน แต่เพื่อความเป็นธรรม คณะเจ้าหน้าที่จึงนำชิ้นเนื้อ ส่งไปพิสูจน์ DNA ที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า (กรมอุทยานฯ)  
 
นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ดร.กณิตา อุ่ยถาวร ผู้อำนวยการศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รายงานผลการตรวจพิสูจน์ ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าของกลาง กลับมาที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ปรากฏว่าเนื้อสัตว์ที่ทำการล่อซื้อ จากทั้ง 2 ร้านค้านั้น เป็นเนื้อหมูบ้านธรรมดา ไม่ใช่เนื้อเก้ง หรือเนื้อกวาง ตามที่โฆษณาขายแต่อย่างใด 
 
เจ้าหน้าที่จึงเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้านที่กระทำผิดทั้ง2แห่ง ในข้อหา ฐานหลอกลวงการขาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271  และยังผิด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และฉบับแก้ไข มาตรา 47  
 
 
นายนิพนธ์เผยต่อว่า ก่อนดำเนินการตามนโยบายขั้นเด็ดขาดนั้น  ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ได้ออกประชาสัมพันธ์ พร้อมติดป้ายประกาศเตือน ห้ามไม่ให้เหล่าบรรดาร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ  รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้า ที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ตามตลาดสด ลักลอบนำซากเนื้อสัตว์ป่าคุ้มครอง เข้ามาจำหน่าย หากถูกจับกุมจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.สงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
รวมทั้งประชาสัมพันธ์ ห้ามติดป้ายโฆษณาว่า เป็นเนื้อสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยเด็ดขาด เนื่องจากหากนำไปตรวจ DNA แล้วพบว่าเป็นเนื้อสัตว์ชนิดที่ไม่ผิดกฎหมาย ก็จะถูกดำเนินคดี ฐานหลอกลวงการขาย ตามปอ.มาตรา271 ระวางโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่น หลอกลวงผู้บริโภค มาตรา 47 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ซึ่งร้านค้าที่มีอยู่ ต่างก็เข้าใจกันเป็นอย่างดี โดยให้เวลาแก้ไขป้ายโฆษณาให้ถูกต้อง เป็นเวลา 15 วัน หลังครบกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลัง ออกตรวจตราร้านค้า และร้านอาหาร รวมทั้งตลาดสด ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี