วันพฤหัสบดี ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 05:45 น.

ประกัน

เบี้ยประกันชีวิตรับสิ้นเดือนพฤศจิกายน ปี 61 เติบโต 4.19%

วันพฤหัสบดี ที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.13 น.

เบี้ยประกันชีวิตรับสิ้นเดือนพฤศจิกายน ปี 61 เติบโต 4.19%

                

นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวม ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2561 (เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2561) มีจำนวน 562,481.69 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2560) 4.19% และคิดเป็นอัตราความคงอยู่ร้อยละ 83 โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 162,461.31 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 7.18% และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่ออายุมีจำนวน 400,020.38 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 3.03%

 

 

สำหรับเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ แยกเป็น (1) เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกจำนวน 84,681.34 ล้านบาท และ (2) เบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียวจำนวน 77,779.97 ล้านบาท

                

ผู้อำนวยการบริหารสมาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า เริ่มต้นศักราชใหม่ปี 2562 ควรเริ่มต้นด้วยสิ่งใหม่ที่ดีๆ โดยเฉพาะควรเริ่มต้นด้วยการวางแผนการใช้ชีวิตและการวางแผนทางการเงิน และที่สำคัญ คือ ควรเริ่มต้นด้วยการวางแผนในการซื้อความคุ้มครองชีวิตซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น และซื้อความคุ้มครองสุขภาพเพื่อเป็นการสร้างความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงเป็นการสร้างหลักประกันเรื่องรายได้หากต้องนอนพักรักษาพยาบาลเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ จากข้อมูลสถิติในปี 2560 พบว่า อัตราการถือครองกรมธรรม์ของประชาชนไทย คิดเป็น 39.52% ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ

 

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนให้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำประกันชีวิต โดยทำประกันชีวิตอย่างน้อยคนละ 1 กรมธรรม์ โดยสามารถเลือกความคุ้มครองให้ตรงกับความต้องการของตนเอง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เลือกต้องมีความเหมาะสมกับตนเองด้วย ซึ่งในปัจจุบันบริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความหลากหลายและสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตในปัจจุบันของประชาชนทุกเพศ ทุกวัยได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยควบคู่กับการลงทุน (Unit-Linked) ที่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองควบคู่กับการลงทุน ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำซึ่งคุ้มครองรายได้หลังเกษียณอายุ นอกจากนั้นช่องทางการซื้อและช่องทางการชำระเบี้ยประกันภัยสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว เช่น บริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, Internet Banking เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและการบริการของบริษัทประกันชีวิตที่มุ่งเน้นให้ผู้เอาประกันภัยเป็นศูนย์กลาง และมาตรการกำกับดูแลของภาครัฐเป็นหนึ่งเหตุผลที่ประชาชนสามารถเชื่อมั่นในการซื้อประกันชีวิตได้ สุดท้ายนี้ นอกจากการทำประกันชีวิตให้แก่ตนเองแล้วควรทำประกันชีวิตให้กับคนที่เรารักเพื่อเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่เรารัก