วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 13:40 น.

การเมือง

'วราวุธ'ย้ำชัด! ชทพ.ต้องได้ 'กระทรวงทรัพฯ–เกษตรฯ'

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 11.23 น.

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒฒนา เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และประชุมทีมที่ปรึกษาและคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค เพื่อหารือในกรอบการบริหารงานร่วมกันให้เป็นไปตามนโยบายพรรคที่มีการหาเสียงไว้ ทั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ในส่วนของพรรคจะดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ซึ่งในส่วนของกระทรวงทรัพยากรฯ ตนจะเข้าไปเข้าไปทำหน้าที่ดูแลงาน ส่วนรมช.เกษตรฯ ได้มอบหมายให้นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคฯ และส.ส.สุพรรณบุรี ไปดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรฯ สำหรับนโยบายเบื้องต้นของกระทรวงทรัพยากรฯ จะเน้นนโยบายพรรคตามที่ได้หาเสียงไว้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งในวันนี้ตนจะหารือกับทีมงานอีกครั้ง เพื่อกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจน ส่วนกระทรวงเกษตรฯ เบื้องต้นจะเป็นการส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรยั่งยืน เป็นหลัก ส่วนจะขับเคลื่อนนโยบายอย่างไรคงต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาจะเข้าไปดำรงตำแหน่งในส่วนของรมช.เกษตรฯ จึงต้องรอนโยบายที่ชัดเจนจากบุคคลที่จะเข้าไปดำรวตำแหน่งรมว.เกษตรฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นนายเฉลิม ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะมอบหมายให้ทางพรรคชาติไทยพัฒนา ดูแลหน่วยงานใดบ้าง แต่การทำงานก็น่าจะเป็นไปในรูปแบบการขับเคลื่อนร่วมกันเป็นหลัก

“ตอนนี้ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ชัดเจนว่าเรารับผิดชอบในส่วนของกระทรวงทรัพยากรฯ และกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเราก็มีมติชัดเจนในการมอบหมายให้นายประภัตร เป็นรมช.เกษตรฯ เราชัดเจนมาตั้งแต่แรก ส่วนที่อื่นจะเป็นอย่างไรเราไม่ทราบ วันนี้จึงมาประชุมเพื่อกำหนดนโยบายขับเคลื่อนที่ชัดเจนร่วมกัน ซึ่งคาดว่าในส่วนของการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) น่าจะชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ไป เพื่อที่จะทำงานขับเคลื่อนประเทศต่อไปให้ได้” นายวราวุธ กล่าว

 

ชทพ. ชง นโยบายพรรค 2 มิติ ส่งแกนนำตั้งรบ.

ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงข่าวการประชุมนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ตามที่กกต. ทำหนังสือถึงพรรคชาติไทยพัฒนา ร้องเรียน ว่า พรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยรายละเอียดของนโยบายที่ใช้หาเสียง การเกษตร ศึกษา กระจายอำนาจ สังคม พัฒนาเมือง และท่องเที่ยว ประชุมห้กรรมการนโยบายละยุทธศาสตร์พรรค ยื่นต่อกกต.ถือว่าทำถูกต้องตามมาตรา 57 และรัฐธรรมนูญ งบประมาณที่ใช้ เป็นไปตามที่เสนอไว้

นายนิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับวาระที่สอง พิจารณานโยบายของกรรมการนโยบายต่อการทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ตามที่ตกลงร่วมรัฐบาล นำนโยบายของพรรคพิจารณาในกรรมการหารวมทำนโยบาย ซึ่งมอง 2 มิติ คือ แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 7 ด้านตามคำสัญญาของพรรคให้ประชาชน และนโยบาย 9 ด้านหลักของพรรค อาทิ สิ่งแวดล้อม, การต่างประเทศ, การเมือง ได้สรุปไปยังพรรคที่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลเท่าที่จะปฏิบัติได้ เขียนไว้ได้ในนโยบายรัฐบาล โดยไม่กระทบกระเทือนกับบุคคลใด 

 ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวด้วยว่า ขณะที่การทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือ ส.ส. นั้น 10 คนจะยื่นกฎหมายต้องมีจำนวน 20 คนต้องหาสมาชิกสภาฯ ที่เห็นด้วยและร่วมลงนามเสนอร่างกฎหมาย ทั้งนี้จะพิจารณาด้วยว่านโยบายของพรรคที่หาเสียงมีประเด็นใดที่จะต้องออกเป็นกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ตนมีประเด็นที่เตรียมผลักดัน คือ การจัดศาลจราจร รวมถึงมาตรการความปลอดภัยทางจราจร ผ่านการร่างกฎหมายของพรรค เพื่อเป็นร่างกฎหมายที่จะนำไปพิจารณาควบคู่กับร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยทางถนน ซึ่งตนเคยเสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และรัฐบาลชุดก่อนหน้านั้นรับไปพิจารณา

ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวต่อว่า ช่วงบ่าย กรรมการมาตรฐานจริยธรรมของพรรคจะหารือ ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ให้พิจารณา หากเห็นชอบจะเสนอหัวหน้าพรรค และเข้าสู่การประชุมกรรมการาบริหารเพื่อบังคับใช้ กรณีที่สมาชิก กรรมการบริหาร ส.ส. ทำผิดจริยธรรมจะใช้กรรมการมาตรฐานจริยธรรมพิจารณา นอกจากนั้นจะประชุม ส.ส.ของพรรค ทุกวันอังคาร การประชุมดังกล่าวจะให้กรรมการบริหาร ประธาน และเลขานุการคณะทำงานของพรรค เพื่อพิจารณาระเบียบวาระประชุมสภาฯ ว่า พรรคจะมีมติอย่างไรในการขับเคลื่อนงานด้านนิติบัญญัติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนต่อโควต้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิกร กล่าวว่า เป็นไปตามข่าว ทั้งนี้เพื่อรักษามารยาทและขั้นตอนในกระบวนการ เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติ และการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เตรียมประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระหากไม่ได้รับโควต้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิกร กล่าวว่า ตนไม่ขอให้ความเห็นใดๆ และในที่ประชุมของพรรคตกลงว่าจะไม่คุยเรื่องตำแหน่งหรือผลกระทบใดๆ ที่เกิดขึ้น

ถามย้ำว่ากรณีต่อรองจะทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ไม่เกิดความปั่นป่วน ฐานะที่เป็นพรรคอยู่มานาน เรื่องพวกนี้เป็นปกติ ที่จะจัดตั้งรัฐบาล และผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่แกนนำพรรครัฐบาลจะพิจารณา  

“ที่หลายคนกังวลว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะทำให้เป็นปัญหาต่อการทำงานในสภาฯ นั้น ฐานะที่พรรคชาติไทยพัฒนาทำ การเมืองมา 30 ปี มองว่า รัฐบาลเสียงมาก ก็อันตราย และน้อยก็อันตราย เสียงปริ่มน้ำที่ว่า อาจเกิดปัญหาได้ ไม่เฉพาะ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ แต่ยังมีกฎหมายการเงินที่อาจเป็นอันตราย ทั้งนี้ในภาวะที่รู้สึกว่าอันตรายและล่อแหลมคนจะระวังตัวเป็นพิเศษ เมื่อเป็นแบบนี้ต้องใช้ความระมัดระวัง” นายนิกร กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคหารือต่อการให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ลาออกจากส.ส.หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่เชื่อว่าจะจัดการได้ ทั้งนี้ยุคหนึ่งเคยบังคับให้ส.ส.ลาออก แต่หากปรับครม. จะเกิดภาวะ ลอยกลางหาว ส.ส. ก็ไม่ได้เป็น รมต. ไม่ได้เป็น ทำให้เป็นปัญหา ทั้งนี้ ครม. และรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด ไว้ ดังนั้นจึงเป็นการบริหารจัดการกันเองของพรรค

 

หน้าแรก » การเมือง