วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 15:09 น.

การเมือง

ฝ่ายค้านอัศจรรย์! รบ.4.0จัดงบฯปี 63 ทหารพุ่งปี๊ด 2.3 แสนล้านงบฯกลางอีก 5 แสนล้าน

วันอังคาร ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 21.01 น.

"ทวี-นิคม-สุชาติ" ซัดงบประมาณปี 63 ทุ่มให้ทหาร-กลาโหม สูงสุดกว่าหลายรัฐบาล พุ่ง 230,000 ล้าน! แต่ไร้งบช่วยคนจนแก้ความเหลื่อมล้ำ 

  วันนี้ (8 ต.ค.62) เวลา 15.30 น. ที่สำนักงานพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมต.คลัง และนายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ร่วมกัน เรื่องการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563  

นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย  กล่าวว่า จากที่ได้ดูงบประมาณปี 2563 ที่จะมีการอภิปรายกันในวันนที่ 17-18 ต.ค.นี้ พบว่างบที่สร้างรายได้ต่อประเทศ ค่อนข้างจะน้อย รวมทั้งงบที่จะก่อให้เกิดการจ้างงาน, สร้างเศรษฐกิจ แแก้ปัญหาความยากจน แต่กลับให้ความสำคัญกับงบด้านความมั่นคงและกระทรวงกลาโหม ทราบว่าพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่างบกระทรวงกลาโหมไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่จากการศึกษาหาข้อมูลแล้ว ปรากฎว่างบกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี 2558, 2559, 2560, 2561, 2562 และปี 2563 จะเพิ่มขึ้นอีก ปี 2558 ประมาณ 190,000 ล้านบาท ปี 2563 นี้ประมาณ 230,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 50,000 ล้านบาท 

แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทหาร มีการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ งบที่ตรวจสอบยาก งบที่ประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา กองทัพนำเงินส่วนนี้ไปซื้อสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเรือดำน้ำ รถถัง ท่านอาจจะให้เหตุผลด้านความมั่นคง แต่ความความมั่นคงมีหลายด้าน อยากให้รัฐบาลมองความมั่นคงด้านอื่นๆด้วย ประชาชนจะมีความมมั่นคงต่อเมื่อประชาชนมีรายได้ ประชาชนมีอาชีพ นี่คือความมั่นคงของประชาชน ไม่ใช่มองความมั่นคงทางทหารเพียงอย่างเดียว เช่น ความมั่นคงทางด้านอาหาร ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ หากประชาชนไม่มีความมั่นคง แล้วประเทศจะมีความมั่นคงได้อย่างไร ฉะนั้นอยากให้รัฐบาลชุดนี้มองให้ครอบคลุมทุกด้าน ปัจจุบันนี้ธุรกิจล้มหายตายจาก การท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรมจำนวนมากขากทุน ร้านอาหร เช่นกัน ที่อยู่ได้คือธุรกิจที่มีคนจีนเข้าไปซื้อต่อ คนไทยแทบดำเนินธุรกิจไม่ได้ เศรษฐกิจแย่จริงๆ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับงบประมาณด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ หรืองบประมาณที่จะพัฒนาให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น เราไม่ได้รังเกียจทหาร แต่สงครามในโลกปัจจุบันคือสงครามเศรษฐกิจ ไม่ใช่สงครามการซื้ออาวุธจากต่างชาติ เก็บไว้ ไม่ใช้งาน แล้วมีงบซ่อมแซมอีกเท่าไหร่ อยากถามแบบชาวบ้านว่าซื้อมาแล้วเอาไปทำอะไรได้บ้าง? 
  
ฉะนั้น รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับงบประมาณที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ เช่นงบประมาณแก้ปัญหาอุทกภัยระยะยาว สร้างอ่างเก็บน้ำ ควรเทงบมาตรงนี้ ถ้าประชาชนไม่แล้งน้ำ น้ำไม่ท่วม ทำการเกษตรได้ ประชาชนมีความมั่นคง นั่นคือความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่ความมั่นคงทางทหารอย่างเดียว ตั้งข้อสังเกตว่า ปีนี้จัดสรรงบกลาง 500,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมากกว่าหลายรัฐบาลที่ผ่านมา งบกลางคืองบที่นายกรัฐมนตรีสามารถใช้จ่ายได้ เรายังไม่มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีจะมีความซื่อสัตย์หรือไม่ ฝ่ายค้านน่าจะไม่ให้ผ่าน

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช  อดีตัวหน้าพรรคเพื่อไทย, อดีต รมต.คลัง และอดีต รมต.ศึกษาธิการ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่ธนาคารโลก กล่าวว่า ต่อไปนี้จะพูดความจริงเสมอ ไม่ใส่ร้ายใคร งบประมาณนโยบายการคลังประกอบด้วยสิ่งที่รัฐบาลจะเอามาใช้จ่าย โดยการเก็บภาษี การคลังเป็นหนึ่งในสามนโยบายที่รัฐบาลสามารถดูแลเศรษฐกิจได้ มี 2 นโยบาย คือนโยบายการเงิน กับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ดูเหมือนว่านโยบายในโลกนี้ ใช้ 3 นโยบาย แต่ของไทยใช้นโยบายเดียว 
  นโยบายการคลังมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจน้อยมาก เพราะว่าต้องเก็บเงินมา ตอนเก็บมา เศรษฐกิจก็หดตัว เพราะเก็บเงินจากประชาชน นำไปใช้ ก็อยู่ในส่วนต่างระหว่างรายจ่ายกับรายได้ นโยบายที่มีผลต่อเศรษฐกิจมากที่สุดคือนโยบาย QE ซึ่งทุกประเทศในโลกใช้ตอนนี้ ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ใช้ นโยบาย QE กันหมด ทำให้เศรษฐกิจประเทศเหล่านั้น เช่น กัมพูชาโตขึ้น 7% ฟิลิปปินส์โตขขึ้น 5% มีแต่เงินไทยโตต่ำ 2% โตต่ำที่สุด เป็นเพราะว่าคนบริหารประเทศไม่เข้าใจ  ทั้งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและรองหัวหน้าทีม เพราะคิดว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าการแจกเงินสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจได้ ซึ่งไม่จริง  
  การให้เงินประมาณ 10 ล้านคน ก็แค่หมื่นล้านบาทเท่านั้น ถือว่าไม่มาก เพราะว่ารายได้ของคนไทยมารวมกัน หรือ GDP อยู่ที่ 17.8 ล้านล้านบาท  เอามาหารกับหมื่นล้าน พบว่าน้อยกว่าครึ่งของครึ่งของครึ่งเปอร์เซ็น ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นการทำให้ ประชาชนเป็นทาสเงิน รอเงินจากรัฐบาล ไม่ต้องทำงาน ก็จะมีเงินจับจ่ายใช้สอย การพัฒนาเศรษฐกิจที่ดี ต้องสร้างรายได้ให้ประชาชน ให้ประชาชนออม ไม่ใช่ให้ประชาชนไปกู้มาเพิ่ม การเพิ่มรายจ่าย จะทำให้ชาติล่มจม ไม่มีประเทศไหนทำ นอกจากจะมีความตั้งใจให้ประชาชนเป็นทาสเงิน รอพึ่งพิงจากรัฐบาล ไม่ต้องทำงาน 

  
การบริหารประเทศที่ดี เช่นเมืองจีน ช่วยเหลือคนยากจนด้วยการสร้างบ้านให้ ร่วมลงทุน 90% ให้การศึกษา สาธารณสุข แต่เขาไม่ได้แจกเงิน เขานำเงินให้ทำให้ประชาชนมีรายได้และออมเงิน ไม่ใช้ให้เอาไปใช้ นี่คือสิ่งที่เขาทำกัน เดิมประเทศจีนมีคนยากจนมากถึง 900 ล้านคน ตอนนี้เหลือ 10 กว่าล้านคน แต่ไทยกำลังจะทำให้ประชาชนยากจนขึ้น นำเงินมาติดสินบนประชาชนก่อน คราวหน้าถ้าเลือกตั้งได้ ก็จะให้เงินอีก พี่น้องประชาชนต้องหยุด หากเรายังปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้ เราจะเป็นเหมือนเวเนซูเอลา จากประเทศที่ร่ำรวย ส่งออกน้ำมันอันดับสองของโลก วันนี้ไม่มีจะกิน 
  
ประเทศไทยไม่มีเงินทุนดูแลรัฐสวัสดิการ เงินในกระเป๋าประชาชนร้อยบาท รัฐบาลเอาไปจ่ายแล้ว 18 บาท โดยหักจากภาษี หลายประเทศในภูมิภาคนี้เป็นรัฐสวัสดิการ เช่นสิงคโปร์ งบประมาณต่อ GDP ประมาณ 3.5% คือ 20% เป็นเงินของประชาชนตอนหนุ่มสาว เอามาให้รัฐบาลเป็นกองทุนสวัสดิการสังคม และรายได้ค่าบริหารขัดการ 15% ฉะนั้น งบประมาณที่รัฐบาลนี้จัดสรรมากเกินไป ต้องลด รายจ่ายของรัฐบาลลง
  
รัฐบาลเก็บภาษี 2.7 ล้านล้านบาท จะขาดดุลงบประมาณ 470,000 ล้าน เป็นภาษีทางอ้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 890,000 ล้านบาท ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 1%  ประมาณ 120,000 ล้านบาท 
  
การช่วยเหลือประชาชนในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ลดภาษีมูลค่าเพิ่มดีที่สุด เพราะเงินอยู่ในกระเป๋าทุกคน ไม่มีคอรัปชั่น เงินที่รัฐบาลแจกให้ประชาชนอยู่ในขณะนี้นั้น เป็นเงินที่รัฐบาลกู้มา ประชาชนที่ได้รับเงินมาจะรู้สึกเป็นบุญคุณ โดยหลักการบริหารประเทศคือ ให้ประหยัดรายจ่าย ไม่ใช่เพิ่มรายจ่าย หลักการบริหารประเทศที่ดี ต้องสร้างรายได้ แล้วออมเงินไปลงทุน ไม่ใช่แจกให้ไปกิน แล้วเงินหมดไป 

วันนี้รัฐบาลเป็นหนี้ 6.9 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 220% ของงบประมาณ หากนำประมาณทั้งหมดไปจ่ายหนี้ จะจ่ายได้ไม่ถึงครึ่งนึงของหนี้ ดังนั้นรัฐบาลควรลดการขาดดุลงบประมาณ ควรคิดเรื่องงบประมาณสมดุลได้แล้ว ถ้าเราดูรายจ่ายงบประมาณทั้งหลาย ปรากฎว่าเป็นรายจ่ายไม่จำเป็นจำนวนมาก ทุกกระทรวงมีงบประชาสัมพันธ์ คือจัดอิเวนต์ ขึ้นป้าย โฆษณากิจกรรมในสื่อ และค่าใช้จ่ายเดินทางเยอะ ควรตัดงบนี้สัก 10% แล้วทำแบบจีน คือส่งเสริมให้ประชาชนที่ยากจนได้รับการศึกษา และหาเงินให้ลงทุน งบสำคัญอีกประการที่ต้องดูแลอย่างจริงจังคือ บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ปัจจุบันยังขาด เหตุผลคือ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยจะไม่มีใครดูแลตัวเองได้ 

งบประมากลาโหม เป็นงบประมาณที่ใช้แล้วทำให้ประเทศเจริญช้าลง ใช้งบกลาโหมมากๆ อัตราการเจริญเติบโตของชาติจะต่ำ เราไม่เหมือนสหรัฐอเมริกา หรือจีน เพราะเขาผลิตอาวุธเอง มันเป็น GDP เพราะเป็นสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ แต่ของเราไม่ใช่ เราซื้อเขามา มันเป็นรายจ่าย ไม่มีเงินก็ไปกู้มาซื้อ จึงเป็นปัญหาจริงๆ งบประมาณกลาโหมปีนี้ 300,000 กว่าล้านบาท และซุกอยู่ในส่วนอื่นอีกเยอะ

หน้าแรก » การเมือง