วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564 08:20 น.

การเมือง

โฆษกเพื่อไทยชี้ระบบสาธารณสุขไทยพัง รพ.เอกชนเกิดปัญหาน้ำยาตรวจโควิดหมด

วันศุกร์ ที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2564, 11.15 น.

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคลัสเตอร์ทองหล่อที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรวดเร็ว  จนปรากฏเป็นภาพประชาชนแตกตื่นไปต่อคิวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก  จนโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ออกมาประกาศหยุดรับการตรวจเชื้อโควิด-19 เนื่องจากน้ำยาหมด นอกจากนี้ยังปรากฏภาพประชาชนย่านทองหล่อไปต่อคิวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่อารีนาเท็น ทองหล่อ ซอย 10 จำนวนนับพันคน ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพราะความหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อ จึงมีความเสี่ยงว่าจากที่ประชาชนบางคนไม่ได้ติดโควิดมาก่อน อาจจะได้รับเชื้อจากการต่อคิวเพื่อตรวจเชื้อก็เป็นได้  

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลไม่เคยเรียนรู้จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วนำมาพัฒนาการป้องกันและรับมือ  ทุกครั้งที่มีการระบาดจากคลัสเตอร์ใหม่ ตั้งแต่ตลาดกลางกุ้ง ตลาดบางแค จนมาถึงทองหล่อ ยังไม่มีการปรับปรุงการตรวจหาเชื้อที่ดีพอ ไม่มีการประสานขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนซึ่งถือว่าสำคัญมากในสถานการณ์นี้ เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีเครือข่ายกระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่  แต่ท่าทีโรงพยาบาลเอกชนขณะนี้อาจมีความกังวลกับภาระค่าใช้จ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการปิดช่องทางการรักษาและการมีชีวิตรอดของประชาชน  รัฐบาลควรเร่งเจรจากับภาคเอกชนอย่างเร่งด่วนในการร่วมมือกันตรวจหาเชื้อ  แต่หากคิดไม่ได้ก็ควรนำเอาวิธีการของต่างประเทศมาปรับใช้ เช่น ที่ญี่ปุ่น หากสงสัยว่าติดเชื้อ  ประชาชนจะต้องโทรหาศูนย์สาธารณสุข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าอยู่เขตใด และควรไปโรงพยาบาลใด  หากอาการไม่รุนแรง  รัฐบาลสั่งให้กักตัวที่บ้าน  เพื่อให้เตียงของโรงพยาบาลเพียงพอกับการรักษาผู้ป่วยหนัก  ซึ่งวิธีการนี้ญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน จนประชากรในประเทศมีความเชื่อมั่นและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ

"ระบบสาธารณสุขไทยที่ถูกวางรากฐานไว้อย่างเข้มแข็งกำลังจะพังทลายลง เพราะมีรัฐบาลและหัวหน้าทีมที่อ่อนด้อยประสิทธิภาพ ยิ่งอยู่ยิ่งมีแต่ทำให้ประเทศเสื่อมถอยลงไปทุกวัน"   นางสาวอรุณีกล่าว

"ธนาธร"ปูดเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิดเต็มหมดแล้ว  

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีรายละเอียดดังนี้ ส่งความห่วงใยถึงพี่น้องชาวไทยในช่วงสงกรานต์ภายใต้โควิดระลอก 3
          
ในช่วงนี้ พี่น้องประชาชนจำนวนมากคงเริ่มเดินทางกลับบ้านเพื่อใช้เวลาในวันหยุดกับครอบครัว ญาติมิตร และบุคคลอันเป็นที่รัก ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วที่เราจำต้องฉลองปีใหม่ไทยภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด
          
ผมเป็นห่วงพี่น้องคนไทยอย่างมาก เพราะการแพร่ระบาดของโควิดระลอก 3 เป็นการแพร่ระบาดที่มีเชื้อโควิดสายพันธุ์ บี 117 รวมอยู่ด้วย ซึ่งเชื้อสายพันธุ์นี้แพร่กระจายง่ายกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 70% และมีรายงานตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง British Medical Journal ว่ามีอัตราการเสียชีวิตภายใน 28 วัน เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 64% ทำให้การระบาดรอบนี้ รุนแรงกว่าระลอกมีนาคมและธันวาคมปีที่แล้วอย่างมาก
          
ผมกังวลใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข้อมูลมา ว่าเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนในกรุงเทพฯ ตอนนี้เต็มหมดแล้ว จนต้องปฏิเสธการรับผู้ป่วย รวมถึงมีบางโรงพยาบาลถึงกับยกเลิกการตรวจโควิด เนื่องจากไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้
          
ในการระบาดระลอกแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2563 พบผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดที่ 188 คน ส่วนในระลอกที่ 2 เดือนธันวาคม พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 802 คน แต่ระลอกล่าสุดนี้ สถานการณ์เพิ่งเริ่มต้น แต่กลับมียอดผู้ติดเชื้อกว่า 800 คนแล้ว และพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อันตรายนี้กระจายในหลายพื้นที่ หลายกลุ่มอาชีพ จนยากจะสอบที่มาของการติดโรคได้ ในขณะนี้จึงถือว่าเราเข้าสู่สถานการณ์ที่จะได้เห็นผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มเป็นทวีคูณ และจะเกินหลักพันคนต่อวันอย่างแน่นอน
          
การแพร่ระบาดในครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรจากทั่วทั้งประเทศมาทำมาหากิน จึงเกิดความเสี่ยงที่ว่าการเดินทางกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ ผนวกกับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวของคนกรุงเทพฯ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ บี 117 อย่างกว้างขวาง
          
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประกาศแล้วว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ห้ามการเดินทาง เพราะฉะนั้นเราในฐานะประชาชนจึงจำเป็นต้องร่วมกันระมัดระวังตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อลดการระบาดของโรค สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนหนาแน่น และล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่น ทั้งหมดนี้อาจทำให้สงกรานต์นี้ขาดสีสันไปบ้าง แต่เป็นความจำเป็นที่เราต้องร่วมมือกัน ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์ ทำหน้าที่พลเมืองที่มีความรับผิดชอบ เพื่อครอบครัว และเพื่อนร่วมสังคมของเรา
          
สุดท้ายนี้ ผมขอย้ำว่าเรายังสามารถมีความสุขกับครอบครัวและคนที่รักได้ เฉลิมฉลองกันอย่างอบอุ่นสนุกสนานที่บ้านได้โดยปลอดจากโควิด ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสนี้เยียวยาจิตใจของกันและกันที่บอบช้ำจากพิษเศรษฐกิจตลอดปีที่ผ่านมา

หน้าแรก » การเมือง