วันเสาร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 12:55 น.

การเมือง

"อนุทิน"เผย"บิ๊กตู่"กำชับกด"ดีเซล"ต่ำกว่า 30 บาท

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.25 น.

เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2564  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรื่องการแก้ปัญหาพลังงาน ว่า ขอให้ฟัง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ชี้แจง

เมื่อถามว่า ได้มีมาตรการออกมาแล้วด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า มี จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งปลัดกระทรวงพลังงานระบุว่าอาจจะหลังต้นเดือน ธ.ค. แต่นายกฯกำชับให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เมื่อถามอีกว่าราคาน้ำมันดีเซลจะต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตรใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้น ส่วนจะต่ำกว่าเท่าไรก็พยายามให้เยอะที่สุด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลรับฟัง

"สุพัฒนพงษ์" แจงเหตุไม่รับข้อเสนอลดราคาน้ำมันเหลือ 25 บาาท

นายสุพัฒนพงษ์  กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรีเรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหารือถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่า ขณะนี้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ยังไม่ออกเป็นมาตราการเพิ่มเติม ซึ่งเพดานราคา ยังคงอยู่ต่ำกว่า 30 บาท ขณะนี้ราคาเริ่มอยู่ที่ต่ำว่า 30 บาทแล้ว และเริ่มทรงตัว อ่อนตัวลง หลังประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน เล่น สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย นำน้ำมันสำรองของตัวเองออกมา ทำให้ประเทศในกลุ่มโอเปกไม่พอใจ ที่ราคาไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยโอเปกจะประชุมทบทวนเรื่องกำลังการผลิตอีกครั้งในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

สำหรับแนวทางของรัฐบาล ยังคงใช้การชดเชย จากกองทุนน้ำมันอย่างต่อเนื่องไปอีกสักระยะ เนื่องจากยังไม่แน่ใจถึงสถานการณ์โลกว่า จะหยุดนิ่งอย่างไร จนกว่าจะกลับเข้าสู่ระดับราคาเท่าช่วงปลายเดือนกันยายน

ส่วนข้อเสนอของผู้ประกอบการ รัฐบาลจะพิจารณาไปเป็นข้อๆ หวังว่าเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ช่วยเหลือดูแลค่าใช้จ่ายประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งคนละครึ่ง การคงสภาพการจ้างงาน แต่แนวทางที่คิดว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดคือการพยายามเปิดประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ให้มีสหการโควิดมาซ้ำเติมละลอกใหม่

สำหรับเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ที่เตรียมไว้ คาดว่าจะใช้แก้ปัญหาได้ 4-5 เดือน ส่วนข้อเรียกร้องราคาน้ำมันดีเซล ให้ตรึงเหลือ 25 บาทต่อลิตร นั้น มองว่าทำไม่ได้ เพราะจะต้องใช้งบตกวันละ 500 ล้านบาท หรือเดือนละ 1,5000 ล้านบาท ตกปีละ 180,000 ล้าน

“ไทยสร้างไทย” ช่วยผู้ประกอบการขนส่งทางบก เสนอลดภาษีสรรพสามิต 2 ปี 

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน  น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้อำนวยการคณะอำนวยการ และพัฒนาพรรค กล่าวว่าจากโครงสร้างสร้างราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันที่ราคา 30 บาท แต่ราคาต้นทุนน้ำมันดิบอยู่ที่ราคาประมาณ 17 บาท เมื่อบวกกับภาษีสรรพสามิต กองทุนน้ำมัน และค่าอื่นๆ ประกอบกับการผสมไบโอดีเซล จึงทำให้ราคาดีเซลอยู่ 30 บาท 

พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าข้อร้องเรียนของประชาชน เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาดูแล และรับฟัง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แสดงท่าทีแข็งกร้าว ด้วยการให้หน่วยงานทหารเข้ามาช่วยขนสินค้าแทนเอกชน ซึ่งไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง หากแต่จะต้องเข้ามาดูที่โครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสม 

ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย ได้เสนอให้มีการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และปรับสัดส่วนโครงสร้างราคาซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินจริง รวมถึงลดการผสมไบโอดีเซลให้น้อยลง เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งจะสามารถทำให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 25บาท  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และผู้บริโภคน้ำมัน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 

“ภาษีสรรพสามิต จะกำหนดประเภทสินค้าไว้ 3 ประเภท คือสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าที่สร้างมลภาวะ และสินค้าที่รัฐอุดหนุนเงิน สำหรับน้ำมันดีเซล เป็นพลังงานที่ใช้สำหรับเครื่องจักกลทางภาคธุรกิจและการขนส่ง ไม่ควรอยู่ในประเภทดังกล่าว เพราะเป็นปัจจัยต้นทุนของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านการขนส่ง และการผลิต เกี่ยวโยงกับการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งในหลายประเทศ ก็ไม่ได้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่สำหรับประเทศไทย เก็บสูงถึง 5.99 บาท ดังนั้นหากพรรคไทยสร้างไทย มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน โดยการให้รัฐมนตรี ตราเป็นกฎกระทรวง เพื่อดำเนินมาตรการลดอัตราการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งสามารถทำได้ในทันที”

น.ต.ศิธา กล่าวเพิ่มเติมว่าปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลของประเทศอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เก็บอยู่ที่ 5.99บาท เก็บเงินภาษีเข้าคลังได้ประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี การปรับลดรายได้ในส่วนนี้ จะทำให้วงล้อทางเศรษฐกิจซึ่งฝืดเคืองจากวิกฤตโควิด-19 สามารถกลับมาหมุนได้อีกครั้ง คุ้มค่ากว่าการที่รัฐบาลกู้เงินกว่า 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ เนื่องจากพรรคไทยสร้างไทย มีความเข้าใจโครงสร้างระบบการขนส่งเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้ายื่นเรื่องมาแล้วหลายหน่วยงาน โดยหวังว่าพรรคไทยสร้างไทย จะเป็นอุโมงค์แสงสุดท้าย สำหรับประชาชนเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลที่ยังคงยืนยันที่ราคา 30 บาท 

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสูงถึง 5.99 บาท ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดเก็บมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ใช้สินค้าฟุ่มเฟือย เพราะเป็นต้นทุนของห่วงโซ่อุปทานการผลิต ดังนั้นหากรัฐบาลยังยืนยันจะตรึงราคาไว้ที่ 30 บาท โดยที่ยังไม่มีการปรับราคาลงตามข้อเรียกร้อง จะส่งผลทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคจะสูงขึ้น และส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม 

นอกจากนี้ การกู้เงินของรัฐบาล เพื่อพยุงราคาน้ำมัน และเยียวยาชดเชยผู้ประกอบการขนส่ง เป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ หากแต่เป็นเพียงการ “ย้ายเงินจากกระเป๋าไปกระเป๋าขวาเท่านั้น” แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องการคือ การลดต้นทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนในด้านสินค้าอุปโภคบริโภค

หน้าแรก » การเมือง