วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565 04:30 น.

การเมือง

"บิ๊กตู่" เรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์ แจงปมโรคระบาดหมู "ASF" แนะตั้งวอร์รูมชี้แจงประชาชน

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.04 น.

เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกนายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าพบเป็นการด่วนที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานสถานการณ์พร้อมประเมินการแพร่ระบาดโรค ASF ในสุกร ในระยะหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งทำให้ราคาเนื้อหมู ปรับราคาสูงขึ้น

ต่อมาเวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์  ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยแล้วเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ก็โอเค"

แนะตั้งวอร์รูมชี้แจงประชาชน
 
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบแนวทางการแก้ปัญหาหมู โดยขอให้เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายย่อยและรายใหญ่  โดยให้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่  และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพการเลี้ยงสุกร ทั้งโรงฆ่าสัตว์ และเขียงหมูโดยเร็ว รวมทั้งให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ ติดตามพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เพื่อสอบสวนสาเหตุและเร่งรักษาตามสาเหตุอาการตั้งแต่แรก  ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้ผู้เลี้ยงหมู ในการป้องกันเบื้องต้น ระหว่างที่ยังต้องรอผลการวิจัยและพัฒนาวัคซีน  รวมทั้ง เปิดรับช่องทางแจ้งการเกิดโรคให้ได้โดยเร็ว เพื่อแก้ไขและลดความเสียหายเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู อีกทั้งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเยียวยาด้วย
          
นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการกรมปศุสัตว์ เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการความต้องการสุกรในภาพรวม เร่งสำรวจปริมาณความต้องการประชาชนต่อการบริโภคและใช้เนื้อหมูในประเทศ รวมทั้งปริมาณการส่งออก ขณะเดียวกัน ก็เร่งศึกษาความจำเป็นในการนำเข้าเนื้อหมูชั่วคราวและการจัดหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ผลิตลูกหมูเพิ่มเติมในระบบ
          
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการทุกอย่างให้ครบเพื่อลดความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู รวมทั้งปัญหาหมูราคาแพง พร้อมแนะอธิบดีกรมปศุสัตว์ จัดตั้ง Warroom สื่อสารชี้แจงการทำงานเพื่อแก้ปัญหาหมูแพงและโรคระบาดทุกวัน เพื่อประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายด้วย

ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์  ได้กล่าวภายหลังพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรีให้ช่วยกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาโรคระบาดในสุกร ซึ่งโรคนี้ไม่ได้เกิดในประเทศไทย แต่เกิดใน 34 ประเทศ ในเอเชีย 14 ประเทศ และพบในประเทศรอบบ้านของไทย และเน้นย้ำควบคุมโรคให้ดีและสงบ และให้ผู้เลี้ยงสุกรเดินหน้าได้โดยเร็ว และให้ร่วมมือทำงานกับทุกภาคส่วน รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงราคาสุกรที่เข้ามาระบบทั้งหมดจะใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อไหร่ นายสัตวแพทย์สรวิศ ได้แจ้งนายกรัฐมนตรีไปว่า 8-12 เดือน พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สำรวจจำนวนสุกรว่ามีจำนวนเท่าไหร่ โดยให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยเหลือ

ส่วนกรณีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุไม่ทราบจำนวนหมูหายไปไหนว่า นั้น ยืนยันว่า ในเรื่องนี้หมูไม่ได้หายไปไหนแต่ถือเป็นไปตามระบบ เนื่องจากตามพรบ.โรคระบาดสัตว์ เรามีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและมีการเก็บตัวอย่างมาตรวจในห้องปฏิบัติการในศูนย์ทั้ง 8 แห่งทั่วประเท​ศ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้มีการสำรวจเสียหาย โดยได้ชี้แจงว่า ตัวเลขในการเคลื่อนย้ายสัตว์ขณะนี้อยู่ที่ 20% ไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่อยู่ที่ 60% รวมถึงให้สำรวจความเสียหายผู้เลี้ยงรายย่อย ซึ่งไม่ได้เกิดจากโรคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูที่ต้นทุนทั้งเรื่องพันธุ์สัตว์และอาหารสัตว์ ซึ่งยอมรับว่า วัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับขึ้นทั่วโลก

ทั้งนี้ สำหรับการเยียวยาจะเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายย่อยมาก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการระดมทุนมาช่วยผู้ประกอบการรายย่อย 100 ล้านบาท หลังจากนั้นจึงมาขอความร่วมมือจากภาคสัตว์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลช่วยเหลือและไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งงบประมาณถึง 1,500 ล้านบาท นำไปดำเนินการลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ส่วนการช่วยเหลือเอกชนขนาดกลางและขนาดใหญ่ภาครัฐไม่ได้ช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการรายย่อย ต้องมีการยกระดับการเลี้ยงหมูให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพตามที่กรมปศุสัตว์ตั้งเกณฑ์ GFM Good Farming Management คือ ป้องกันโรคได้ ไม่ต้องใช้เงินเยอะ เช่น มีการใช้ยาฆ่าเชื้อหรือตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยผู้บริโภค โดยกรมปศุสัตว์ได้เสนอเงินไปยังสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากเกษตรกรรายย่อยกว่า 1 แสนราย ขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์จะช่วยเกษตรกรรายย่อยด้วยการผลิตสุกรขายในราคาถูก พร้อมระบุว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกษตรกรถูกข่มขู่หลังจากมาเปิดเผยข้อมูล และคงเป็นไปไม่ได้

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า ไม่ถอดใจในการทำงาน เพราะที่ผ่านมาตนเองได้แก้ปัญหาโรคระบาดในม้า โรคลัมปีกสกีนจนตอนนี้แทบไม่มีแล้ว และล่าสุดโรคระบาดสุกร ซึ่งเกิดมาร้อยปี แต่ยังไม่มีวัคซีน การควบคุมต้องบูรณาการร่วมกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตร เข้าใจและให้กำลังใจในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงต่อไป

'ไทยสร้างไทย'  ประณามคนข่มขู่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู 

น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย ประณามการขู่ฆ่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ที่จ.นครปฐม หลังเปิดโปงการปิดบัง การระบาดของโรคอหิวาต์ แอฟริกาในหมู (ASF)ที่สำคัญ รัฐบาลได้รับรู้การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) ในประเทศจีนตั้งแต่ ปี 2561 แล้วว่ามีการแพร่ระบาดไปยังทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ต่อมารัฐบาลได้ประกาศการป้องกันของ ASF เป็น “วาระแห่งชาติ” ในปี พ.ศ.2562 ซึ่งได้ใช้งบประมาณในการป้องกันการระบาดถึง 856.5 ล้านบาท แต่กลับไม่มีมาตรการควบคุมการระบาด และตรวจตราสัตว์ที่นำเข้าระหว่างพรมแดน 

ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่า หากผู้เลี้ยงหมูรายใดต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับการปิดบังการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) และปัญหาการเยียวยาผู้เลี้ยงหมูที่ตอนนี้ต้องล้มหายตายจากไปจากอุตสาหกรรมเลี้ยงหมูไปจำนวนมาก สามารถร้องเรียนกับพรรคไทยสร้างไทย เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหาของผู้เลี้ยงหมูถึงรัฐบาลให้แก้ปัญหาโดยไว และสำหรับผู้ที่ถูกใครข่มขู่กังวลถึงความไม่ปลอดภัย เราจะเป็นกลไกในการสะท้อนความจริง และเปิดโปงอำนาจมืดให้พี่น้องเกษตรกรคนตัวเล็กทุกคน

หากปล่อยให้ผู้เลี้ยงหมูขนาดย่อมและขนาดกลาง เผชิญปัญหาไปตามยถากรรม จะทำให้อุตสาหกรรมหมูเข้าสู่ยุคผู้ค้าน้อยรายที่เป็นผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่มาครองตลาด ในระยะยาว ราคาหมูจะถูกควบคุมโดยผู้ค้าไม่กี่ราย ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน