วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 12:54 น.

การเมือง

"อาคม" ชี้ต้องปฏิรูปการจัดเก็บภาษี เหตุโควิดทำต้นทุนรัฐพุ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.59 น.

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานเสวนา "Better Thailand Open Dialogue ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม" ว่า ในช่วงโควิดที่ผ่านมา นโยบายการเงินการคลังมีการทำงานอย่างสอดประสานกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ทุกประเทศดำเนินการ

ทั้งนี้ในส่วนของนโยบายการคลัง คือการเข้าไปแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบคนตกงาน ผ่านการออกมาตรการ เช่น เราชนะ เราไม่ทิ้งกัน คนละครึ่ง เป็นต้น ทำให้รัฐบาลต้องทำการกู้เงินรวม 1.5 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมีต้นทุนจากการดำเนินมาตรการของแบงก์รัฐ เช่น มาตรการพักทรัพย์พักหนี้ หรือ การเติมสินเชื่อใหม่ ที่รัฐจะต้องเข้าไปชดเชยในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้น ในสัดส่วน 30-40%

"การออกมาตรการลดหย่อนภาษีต่างๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาด้วย ดังนั้น ในส่วนของต้นทุนที่แท้จริงของรัฐ จะต้องนำเงินกู้ 1.5 ล้านล้านบาทรวมกับต้นทุนจากการดำเนินมาตรการอื่นๆ ด้วย"

ขณะเดียวกันในการที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้า นโยบายการคลังก็จำเป็นต้องเข้าไปมีบทบาท ทั้งในเรื่องของดิจิทัลเทคโนโลยี การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคสาธารณสุขไทย ผ่านนโยบายด้านภาษี เช่น การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมาตรการทางภาษีจะเป็นตัวเข้าไปช่วยลดต้นทุนทำให้ราคาต่ำลง รวมทั้งการสนับสนุนสินเชื่อของสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นต้นทุนที่รัฐจำเป็นต้องแบกรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้เพื่อนำเงินมาชดเชยในส่วนที่ใช้จ่ายออกไป

"ที่บอกว่า เศรษฐกิจโตช้า แต่ถ้าโตช้าแต่มั่นคง ผมเลือกแนวทางนี้ ขณะที่ต้นทุนที่เกิดขึ้น จะได้จากไหนมาชดเชยนั้น ซึ่งวันนี้ในเวทีโลกพูดถึงภาคการคลังที่ยั่งยืน รัฐไม่ใช่จ่ายเงินอย่างเดียว แต่ต้องมีรายได้ผ่านการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ ซึ่งทุกประเทศก็ทำกัน และมีการปรับในเรื่องของการจัดเก็บภาษี เพื่อนำมาชดเชยต้นทุนที่เกิดขึ้น" นายอาคม กล่าว

หน้าแรก » การเมือง