วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565 15:44 น.

การเมือง

หวั่นร่างพรบ.งบฯถูกคว่ำ! "อนุทิน" ขออย่าเล่นการเมืองกระทบปากท้องประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.56 น.

หวั่นร่างพรบ.งบฯถูกคว่ำ!  "อนุทิน" ขออย่าเล่นการเมืองกระทบปากท้องประชาชน   ขณะที่ "ราเมศ" ย้ำพิจารณางบประมาณควรคิดเพื่อบ้านเมือง  ทางด้าน "องอาจ"  จี้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ รองรับสังคมสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น 

29 พฤษภาคม 2565 ที่อาคารสำนึกรักบ้านเกิน องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสการเมือง เรื่องการโหวตล้มกฎหมายงบประมาณ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดแก่รัฐบาลว่า กฎหมายงบประมาณ เอาเข้าสภามาช่วยกันพิจารณา เพื่อต้องการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้ว่า จะมีงบมาบริหารประเทศเท่าไร เอาไปทำอะไรบ้าง ได้มากจากไหน กว่าจะมาถึงจุดนี้ ก็ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี ต้องผ่านกรรมาธิการชุดต่างๆ ให้ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลช่วยกันพิจารณา การที่จะทำให้เกิดอุปสรรค มั่นใจว่า ประชาชน ได้รับผลกระทบแน่นอน ในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่พอใจรัฐมนตรี ก็มีทางเลือกคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ไม่อยากให้ไปใช้ใช้วิธีทางการเมือง แล้วไปกระทบกับประชาชน ปีนี้ เป็นปีสุดท้ายของสภา มีการบอกว่า ถ้างบไม่ผ่าน ก็ใช้งบปีที่แล้ว มันทำได้ แต่มันก็ต้องไปตัดงบที่ควรจะสร้างสิ่งต่างๆ ให้ประชาชนออกมาใช้ กลายเป็นคนไทยนี่เอง ที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อถามเรื่องทิศทางการโหวตของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีการหารือกันในพรรคก่อนที่จะโหวตอยู่แล้ว ถึงจะเป็นรัฐบาล แต่ถ้ามีการทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราก็ต้องถือแก่ประโยชน์ของประชาชน และชาติบ้านเมืองเป็นหลัก เราไม่ไปโหวตสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน 

เมื่อถามเรื่องการถอดหน้ากากอนามัย  นายอนุทิน ตอบว่า กระทรวงสาธารณสุข ยังแนะนำให้ใส่ มันไม่ได้แค่ป้องกันโควิด-19 แต่มัน ยังมันช่วยป้องกันโรคอื่นๆ ด้วย อันที่จริง ณ ปัจจุบัน ก็ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่เรามั่นใจว่า ทุกท่านประเมินความเสี่ยงได้เอง 

"ราเมศ" ย้ำพิจารณางบประมาณควรคิดเพื่อบ้านเมือง 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 เปรียบเทียบด้วยถ้อยคำเหมือนคนขอทานมาจัดเลี้ยงวันเกิดว่า หลักการในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีของฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส. ทราบดีว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นในทางการเมือง เมื่อรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต่อสภา เป็นหน้าที่หลักโดยตรงของ ส.ส.ที่จำต้องพิจารณาอย่างตั้งใจยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง ส่วนไหนที่เห็นว่าไม่เหมาะสมก็สามารถอภิปรายท้วงติงในวาระที่หนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมของการจัดงบประมาณเพื่อจะได้นำความเห็นส่งต่อไปพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการคือวาระที่สองที่ ส.ส.ทุกคนสามารถแปรญัตติได้ และที่สำคัญส.ส.ทุกพรรคร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ สามารถช่วยปรับช่วยแก้ให้สมบูรณ์ที่สุดได้ ฝ่ายค้านไม่ควรนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ของฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลด้วยเหตุด้วยผล ถ้าคิดเพียงว่าฝ่ายค้านต้องเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายรัฐบาลเสมอไป ก็น่าเสียดายโอกาสของประชาชนที่ฝ่ายค้านมีอคติ ทั้งๆที่เรื่องงบประมาณแผ่นดินเป็นเรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องการเมือง

นายราเมศกล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคได้มีการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายอย่างเต็มที่ ยึดหลักประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง มีหลายส่วนเช่นกันที่ต้องชี้ให้เห็นถึงข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสมของงบประมาณบางส่วนเพื่อจะได้ส่งต่อไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป

นายราเมศกล่าวตอนท้ายว่า ที่นายสุทิน คลังแสง ได้เปรียบ ร่าง พรบ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ว่าเสมือนคนขอทานมาจัดเลี้ยงวันเกิด เป็นการกล่าวหาที่แรงเกินไป งบประมาณจัดทำเพื่อประชาชน อย่าเหมารวมให้คนอื่นตีความได้ว่าเป็นการดูถูกประชาชนด้วย เพราะประชาชนไม่ใช่ขอทาน เชื่อว่าคนที่เป็นนักการเมืองมืออาชีพจะรู้ดีถึงหลักการในการจัดงบประมาณ เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดงบกระจายไปให้พรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐบาลและสำนักงบประมาณย่อมมีส่วนสำคัญในการกำหนดให้เป็นไปตามภารกิจ ความรับผิดชอบ ความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องซื้อใจพรรคร่วมรัฐบาล และที่บอกว่าส่อให้เกิดการทุจริต ในเรื่องนี้ไม่มีใครเห็นด้วยกับการทุจริต หากมีหน่วยงานใดก็ต้องช่วยกันตรวจสอบจัดการให้เด็ดขาด

“องอาจ” จี้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ รองรับสังคมสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น 

 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่จำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณว่า แบ่งออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ ได้แก่

1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
2. ยุทธศาสตร์ด้านสร้างความสามารถในการแข่งขัน
3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

เมื่อพิจารณาดูแล้วพบว่า ยุทธศาสตร์ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดคือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 759,861.3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23.9 ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐคำนึงถึงการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยเน้นไปที่แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 304,356.1 ล้านบาท รองลงมาคือ แผนงานยุทธศาสตร์สร้างหลักประกันทางสังคม จำนวน 269,465.2 ล้านบาท และแผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จำนวน 81,269.0 ล้านบาท 

ในขณะที่แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์นี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 1,906.4 ล้านบาท รวมถึงแผนงานบูรณาการพัฒนา และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้งบประมาณ จำนวน 1,474.3 ล้านบาท ส่วนที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดในยุทธศาสตร์นี้คือ แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ได้รับเพียง 448.7 ล้านบาท เมื่อดูจากตัวเลขการจัดสรรงบประมาณ แสดงให้เห็นว่าภาครัฐยังไม่เห็นความสำคัญที่จะดูแลสังคมสูงวัยมากเท่าที่ควร 

ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว ภาครัฐควรเห็นความสำคัญมากกว่านี้ เพราะตัวเลขผู้สูงวัยมีจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะผู้สูงวัยในสังคมชนบทที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่เข้มแข็ง ภาครัฐควรเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้สูงวัยจำนวนมากในชนบทสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากลูกหลานต้องเข้าไปดิ้นรนต่อสู้แสวงหาโอกาสของชีวิตในสังคมเมืองทำให้ไม่สามารถดูแลบุพการี ปู่ย่าตายาย ที่อยู่ในสังคมชนบทได้มากนัก การดูแลรองรับผู้สูงวัยจากภาครัฐจึงเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะยิ่งสูงวัยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยเหลือตัวเองได้ยากมากขึ้นเท่านั้น 

จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงผู้สูงวัยที่มากขึ้น บนพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตด้วย 
 

 

หน้าแรก » การเมือง