วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565 03:40 น.

การเมือง

"ชัชชาติ" แนะขรก.กทม.บรรจุใหม่ หัดใช้ "เอ๊ะศาสตร์" อย่า "อือศาสตร์" อย่างเดียว

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.02 น.

วันที่ 24 มิ.ย. ที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการบรรจุใหม่ ว่า พวกเราเป็นกำลังสำคัญของ กทม.ต้องขอฝากในมือพวกเรา  นอกจากนี้ นายขัชชาติ ได้ตั้งคำถามกับบุคลากรว่า "เปลี่ยนอะไร สำคัญที่สุด ?" จากนั้นได้หยิบยกเนื้อหาจากหนังสือ Think Again ของ Adam Grant มาอธิบายว่า สอนให้เราลองคิดใหม่ตลอด หลายคนค้างอยู่บนภูเขาแห่งความโง่ ดังนั้น จึงต้องเรียนรู้กันต่อไป

“ผมก็ยอมรับว่าโง่หลายเรื่อง แต่ก็จะต้องเรียนรู้ต่อไป ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ จนทำให้สุดท้ายจะรู้จริง เราอย่าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการ ได้ครับพี่ ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน เพราะจะทำให้เราอยู่ในโลกทัศน์เดิมๆ และทำให้ไม่ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น”นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันอย่างโซเชียล มิเดียทำให้เราโง่ขึ้น เพราะอยู่ในกลุ่มคนที่คิดเหมือนกันกับเรา วงจรการคิดใหม่เริ่มจากการถ่อมตน สงสัย อยากรู้อยากเห็น หาความรู้เพิ่มและค้นพบ ให้ถ่อมตนต่อความรู้ที่มียำเกรงต่อความไม่รู้ถือเป็นสิ่งที่ผมคิดตลอด เจอใครก็ยกมือไหว้ถามตลอด เพราะมีคนที่รู้มากกว่าเราเยอะ

“ยกตัวอย่างเรื่องป้ายหาเสียงให้เราหัด ‘เอ๊ะ’ บ้างอย่า ’อือ’ อย่างเดียว ต้องมีคำถามว่าทำเช่นนี้ทำไม ทำอะไรแล้วจะสามารถเร็วขึ้น เราจึงเกิดเป็นไอเดียที่ทำป้ายหาเสียงขนาดเล็ก และทำจำนวนน้อย จนถึงขั้นว่ามีคนมาตามหาป้ายของเราเลยก็มี” นายชัชชาติ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการยกตัวอย่างของการเปลี่ยนความคิดในการทำงาน เช่น ครอบครัวคุณเสาวณี และคุณเกรียงศักดิ์ วิเลปะนะที่มีอาชีพเกษตรกรปลูกกล้วยรวยได้ เพียงเปลี่ยนความคิดใหม่ขายกล้วยเป็นลูก ไม่ขายเป็นหวี เริ่มจากการส่งขายร้านสะดวกซื้อ ในราคาลูกละ 7 บาท จนเติบโตเป็นธุรกิจใหญ่โต

“เราออกแบบชีวิตได้ เริ่มจากต้องเปลี่ยนความคิดก่อนคำว่า ปริญญาเป็นตัวกำหนดอาชีพ ไม่จริง เพราะ 75% ของคนจบปริญญา ไม่ได้ใช้ความรู้ในใบปริญญาแต่ใช้ความรู้อื่น ไม่อยากให้ทุกคนกังวลเรื่อง แพชชั่นมาก เพราะเราจะไม่มีทางรู้ว่าแพชชั่นของตนเองคืออะไร จนกว่าจะได้ลองผิดลองถูก เชื่อว่า งานในโลกนี้ไม่มีพอสำหรับแพชชั่นของทุกคน อยากให้นำแพชชั่นไปใช้นอกเวลางาน เพราะงานคือการเอาชีวิตรอด” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า การทำงาน กทม.ไม่ควรเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน หากมีการทุจริตจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดและไล่ออก และตนจะไม่ทำกับพวกเราเหมือนคนในครอบครัว กทม.ดูแลกันเหมือนทีมดีแล้ว เพราะบริษัทควรเป็นเหมือนทีมกีฬาที่ต้องทำงานเป็นทีม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ นายชัชชาติยังได้ยกวลีทองของ "คิป โชเก้" นักวิ่งมาราธอนเจ้าของสถิติโลก ที่ระบุว่าคนมีวินัยถึงจะมีอิสระในชีวิต หากชีวิตขาดวินัยจะตกเป็นทาสของอารมณ์และแพชชั่น