วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565 05:53 น.

การเมือง

กรมปศุสัตว์ประกวดควายงามชิงแชมป์ประเทศไทย ในงานเกษตรแฟร์ ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันประจำปี 2565 ณจังหวัดร้อยเอ็ด

วันเสาร์ ที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.37 น.

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2565  เวลา11.00น. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธานมอบรางวัลประกวดควายงามชิงแชมป์ประเทศไทย ในงานเกษตรแฟร์ ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันประจำปี 2565 ระหว่างวันที่6-8สิงหาคม ณ จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนายสุรพล ธัญญเจริญ ปศุสัตว์เขต 4,นายปัญญา มูลคำกา ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด,เลขานุการกรมและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงาน     

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่าการจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการพัฒนาการตลาดควายไทยและอนุรักษ์ควายไทยพื้นเมือง มุ่งหวังส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ดมีการปรับปรุงพันธุกรรมของควายไทย ให้มีคุณภาพดีขึ้น เป็นการเผยแพร่พันธุ์ควายไทยในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป สร้างความภูมิใจในอาชีพของตนเองและสืบทอดอาชีพการเลี้ยงควายไทยจากรุ่นสู่รุ่น  ให้เกษตรกรคนรุ่นใหม่หันมาเห็นความสำคัญกับการผลิตควายไทยคุณภาพทั้งการจัดการเลี้ยงดู การคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ และร่วมกันอนุรักษ์ควายไทยมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง เพื่อเป็นการสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มของควายไทย    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย  การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับควายไทย นิทรรศการแนะนำผลงานจากอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างเป็นต้น, นอกจากนี้ภายในงานยังประกอบได้ พิธีสู่ขวัญควาย ,การโชว์ควายเผือกและควายแคระแสนรู้  และ การประกวดควายไทย ทั้งนี้ มีควายงามเข้าประกวด จำนวนมาก  ประเภทของการประกวดประกอบด้วย ได้แก่1.รุ่นฟันน้ำนม2.รุ่นฟันแท้ 1-2 คู่  3.รุ่นฟันแท้ 3คู่ขึ้นไป ทั้งเพศผู้และเพศเมีย  และแกรนด์แชมเปี้ยน เพศผู้และเพศเมีย       

ผลการประกวดกระบือเพศเมียรุ่นควายสาว อายุ 31 -  36 เดือน (ฟันแท้ 2 คู่)
-รางวัลชนะเลิศ กระบือชื่อดาวเรือง จากแพรวาฟาร์ม
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  กระบือชื่อมะลิ จากแพรวาฟาร์ม
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  กระบือชื่อดอกคูณ จากสกลพานิชย์ฟาร์ม

ผลการประกวดกระบือเพศผู้ รุ่นควายหนุ่มอายุ 31 - 36 เดือน (ฟันแท้ 2 คู่)
-รางวัลชนะเลิศ กระบือชื่อป๊อก 9 จากภาคินฟาร์ม
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กระบือชื่อทองอุดร จากแลนาฟาร์ม
-รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 กระบือชื่อช้างนาคาจากลังกาฟาร์มควายงามเมืองนาคา

ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและอนุรักษ์การเลี้ยงควายไทย  เนื่องจากควายหรือภาษาทางการเรียกว่า “กระบือ”  ที่รู้จักกันนี้ น้อยคนแล้วที่จะได้เคยเห็นตัวจริง ควายไทยถือเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมของไทยมาอย่างช้านาน  คนไทยเทียมควายไถนามาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ทวด  ด้วยความที่เป็นสัตว์ที่มีความอดทน ทนแดด ทนร้อน ทนสภาพอากาศแห้งแล้งได้ ทำให้กลายเป็นเครื่องมือไถนาชั้นดี ก่อนที่จะมีรถไถเกิดขึ้นมา การเดินทางในสมัยก่อนก็ยังใช้ควายเทียมเกวียน เพื่อทุ่นแรงในการเดินทางไกลอีกด้วย แต่ปัจจุบันควายไทยถูกลดความสำคัญลง จนกลายเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงเท่านั้น 

 นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ยังให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรเครือข่ายผู้เลี้ยงควายขอให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการเลี้ยงควาย  สู่อาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน  ต่อไปด้วย