วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 01:55 น.

ภูมิภาค

2หนุ่มขี่จยย.ชนท้ายพ่วง รถเสียบติดท้ายดับสยอง

วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.22 น.


2หนุ่มขี่จยย.ชนท้ายพ่วง
รถเสียบติดท้ายดับสยอง

 

2 หนุ่มขี่จักรยานยนต์ไปเที่ยวงานวันแม่ ที่อ.สตึก พุ่งชนท้านรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อจอดเสียข้างทาง รถจักรยานยนต์เสียบติดท้ายรถพ่วง ท่านั่งกอดเพื่อนดับสยองทั้งคู่ หน้าโรงไฟฟ้าชีวมวล ตำบลร่อนทอง อ.สตึก กลางดึกโชว์เฟอร์นอนหลับสะดุ้งตื่นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วงดังสนั่น ลงมาดูตกใจแทบซ็อกเห็นสภาพศพรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ


 

เมื่อเวลา 00.10 วันที่13 สิงหาคม ร.ต.อ.สุระ ศรีจินดา รองสาววัตร (สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุมีจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง ที่บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าชีวมวล ถนนสาย 219 สตึก-บุรีรัมย์ ใกล้สามแยบ้านละกอ-นาลาว ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีผู้เสียชีวิต พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังกรูดสตึกรุดไปที่เกิดเหตุ

 


ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อยี่ห้ออีซูซุหัวเก๋งสีขาว ทะเบียนหัวลาก 82-7196 ร้อยเอ็ด ลูกพ่วงทะเบียน 82-7197 ร้อยเอ็ด ติดสติกเกอร์หน้ากระจกรถ “โชคปรีชา” บรรทุกหินจอดชิดซ้ายถนนหันหน้าเข้าตัวเมืองสตึก มีนายประจักษ์ หนูไธสง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 10 ต.บ้านแวง ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ คนขับรถพ่วงยืนรอคำให้การ บริเวณท้ายรถพ่วงพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ-แดง ทะเบียน คกค 599 บุรีรัมย์ สภาพพังยับเสียบตะแคงติดกับท้ายรถพ่วง พบศพนายอชิดพล โพธิวงศ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 18 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ กะโหลกศีรษะแตก เศษสมองกระจ่ายตามถนน สภาพผิดรูปแขนขาหักนั่งบนรถจักรยานยนต์ และศพนายวัชรพงษ์ สุพรหมอินทร์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 18 ต.บ้านด่าน สภาพคอหัก แขนขาหัก นั่งซ้อนท้ายกอดเพื่อนคนขับ

 


 

จากการสอบถามนายประจักษ์ คนขับรถพ่วง เล่าว่า ช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพ่วงบรรทุกหินดังกล่าวมาจากตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์มุ่งหน้าเข้าอเภอสตึก เมื่อถึงที่เกิดเหตุเพลารถเสียจึงจอดซ่อมข้างถนน จนกระทั่งถึงเย็นก็ไม่แล้วเสร็จ จึงนอนในหัวเก๋งรถ กลางดึกได้ยินดังสนั่นจนตัวรถสะเทือน ตกใจรีบตื่นขึ้นมาดูพบว่ามีรถจักรยานยนต์วิ่งชนท้าย จนมีคนเสียชีวิต 2 คน จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำศพผู้เสียชีวิตไปเก็บไว้ที่ โรงพยาบาลสตึก เพื่อรอญาตินำไปบำเพ็ญกุศล และจะสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย