วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 16:24 น.

ภูมิภาค

โคราชทำบุญเมือง364ปีตักบาตรพระ10,000รูป อุทิศบุญให้ย่าโม-ผู้เสียชีวิตกราดยิงกลางเมือง

วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 12.42 น.

 

 

โคราชทำบุ ญเมือง 364 ปี ตักบาตรพระ10,000 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนารายณ์มหาร าชอุทิศบุญให้ท้าวสุรนารี บรรพบุรุษ และผู้เสียชีวิตจากเห ตุการณ์ความรุนแรงคนร้ ายนกราดยิงกลางเมือง นายกฯสั่ง“เทวัญ”อังคารนี้จ่ายเยียวยา 1 ล้านผู้เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส 2 แสน ไม่สาหัส 1 แสน
 


           

นครราชสีมา เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563) พระเดชพระคุณพระธรรมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 11 วัดทองนพคุณ เป็นประธานสงฆ์ในพิธีตักบาตรพระ 10,000 รูป ณ สี่แยกอัษฎาง สวนอนุสรณ์สถานวีรกรรม บริเวณด้านข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานจัดกิจกรรม ตักบาตรมหากุศล รวมน้ำใจลูกหลานย่าโม ทำบุญเมืองโคราช 364 ปี โดยมีนายวีรศักดิ์-ดร.ยลดา  หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และภริยา พิธีเริ่มโดยคณะสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล จากนั้นเป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชเมือง และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10,000 รูป ซึ่งได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์  4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา(คณะสงฆ์ทั้ง 32 อำเภอ) จ.ชัยภูมิ , จ.บุรีรัมย์ และจ.สุรินทร์ ภายในงานมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า คหบดี นักธุรกิจ ผู้ประกอบการห้างร้าน และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้บริหารและผู้ประกอบการจากส่วนกาลางของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ อาทิ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ , ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช , ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ร่วมกิจกรรม สาธุชนเนื้อนาบุญนุ่งขาวห่มขาวร่วมตักบาตรรวมกว่า 10,000 คนพร้อมข้าวสารอาหารแห่งจตุปัจจัยชัยธรรมร่วมตักบาตรถวายคณะพระ ภิกษุสงฆ์     


 
           

สำหรับการจัดงานตักบาตรพระ 10,000 รูปครั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้สถาปนาเมืองนครราชสีมา และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้เสียสละชีวิตในการปกป้องเมืองนครราชสีมา  นอกจากนี้ยังเป็นการอุทิศบุญกุศลให้กับผู้เสียชีวิต โดยมีการตั้งโต๊ะหมู่มีรูปภาพใบหน้าและชื่อของผู้เสียชีวิตใส่กรอบ จำนวน 29 ราย และมีกระดาษให้ประชาชนเขียนคำไว้อาลัยใส่กล่อง พร้อมกับเป็นกำลังใจให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย โดยมีพล.ต.ต.ไพโรจน์ บุญเต็ง ผู้บังคับการอำนวยการ ตร.ภ.3 ประกอบพิธีจุดธูปเทียนเคารพผู้วายชน


 
         

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาล ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ฯนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้มอบหมายให้ตนมาดูแลอนุมัติโดยให้ผู้เสียชีวิตได้เงินรายละ 1 ล้านบาท สำหรับผู้ที่บาดเจ็บสาหัสได้ 2 แสนบาท ส่วนผู้บาดเจ็บไม่สาหัส 1 แสนบาท ซึ่งคาดการณ์ว่าเงินทั้ง 3 ส่วนนี้น่าจะนำมาจ่ายให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตไม่เกินวันอังคารที่ 18 ก.พ. 2563 ส่วนเงินของผู้บริจาคจากทั่วประเทศประมาณกว่า 70 ล้านบาททางนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฯจะเร่งรัดเบิกจ่าย และยังมีเงินของส่วนราชการ ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรมและอีกหลายภาคส่วนอันนี้แล้วแต่จะดำเนินการ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสมเด็จพระสังฆราชได้มอบผ้าไตรและเงิน 10,000 บาทมาให้ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยพล.อ.ประยุทธ์ฯได้นำมามอบให้กับผู้ป่วยและญาติผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว งานวันนี้เป็นการทำบุญและช่วยกันปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกจากเมืองโคราชไป แล้วให้ขวัญและกำลังใจ และมีกิจกรรมโคราชสตรองให้กำลังใจกันที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราชให้เจ้าของกิจการร้านค้าที่ประสบเหตุตรงนี้


 
         

 

ส่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากเหตุตรงนี้นั้น นายเทวัญฯกล่าวว่า เราได้หารือใน ครม. หลังจากที่มีการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว หลังจากนี้ไปจะทำอย่างไรให้ความเชื่อมั่นของ จ.นครราชสีมากลับมาได้ ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ ด้านจิตใจ การท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นทุกอย่างให้กลับมาได้ ตนหารือให้ ครม.ว่า คงจะต้องจัดงานอีเว้นใหญ่ๆ ในโคราช เช่น จัดงานแสดงสินค้า , จัดงานกีฬาใหญ่ๆ และมีการสัมมนาภาครัฐที่ไหนก็ให้มาจัดที่โคราช รัฐบาลใส่งบประมาณการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวโคราช เพราะมีเขาใหญ่ , วังน้ำเขียว โอโซนอันดับ 7 ของโลก , ผ้าไหมปักธงชัย , เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน , ปราสาทหินพิมาย , กราบไหว้หลวงพ่อคูณฯ อ.ด่านขุนทด  , ไหว้หลวงปู่โต อ.สีคิ้ว ส่วนที่มีเสียงสะท้อน โดยเฉพาะนายประเสริฐ จันทรรวงทอง กรรมาธิการทหารฯออกมาระบุว่าต้องมีคนรับผิดชอบมองอย่างไรนั้น นายเทวัญฯกล่าวว่า เป็นกระบวนการของกฎหมายว่า คนที่ไปกราดยิง คือคนร้ายมีผู้ร่วมด้วยหรือไม่ แล้วไปปล้นมายังไง ใครบกพร่องหรืออะไรต่างๆเหล่านี้ ตนว่ามันเป็นเรื่องของกระบวนการกฎหมาย ถามว่าใครรับผิดชอบไหม๊ ตนว่าให้ดูเรื่องกฎหมายก่อนดีกว่า นายเทวัญฯกล่าว.


 
        

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง กรรมาธิการทหาร ในฐานะคนโคราช กล่าวที่ จ.นครราชสีมาว่า เรื่องเหตุการณ์นี้คนที่เกี่ยวข้อง 2 คนควรจะต้องออกมารับผิดชอบคนแรกผู้บัญชาการทหารบก ส่วนคนที่ 2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และอยู่ในความดูแลของท่านทั้งสอง เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมามาเลย และหวังว่าเหตุเกิดที่โคราชจะเป็นเหตุสุดท้ายจะต้องไม่เกิดที่ไหนในประเทศไทยอีก เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน ส่วนเงินเยียวยาของเสียชีวิตและบาดเจ็บที่รัฐบาลจะให้จากการติดตามดูตนคิดว่ายังน้อยอยู่  ทราบว่า 1 ล้านถือว่าน้อยอยู่เทียบกับความสูญเสียไม่ได้ จริงๆเงินเทียนบกับชีวิตไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้เขาแบบสมมาพาควร นายประเสริฐฯกล่าว.