วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 12:13 น.

ภูมิภาค

จบด้วยดี! หนุ่มเลือดร้อนขอโทษพร้อมจ่ายค่าทำขวัญ แม่ค้าลอตเตอรี่ไม่ติดใจเอาความ

วันพุธ ที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.11 น.
จากกรณีมีคลิปหนุ่มเลือดร้อนกระโดดถีบหน้าแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่คิวรถตู้สุราษฎร์ธานี-ท่าชนะ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เป็นข่าวครึกโครมล่าสุดนายมนตรี บุญปล้อง อายุ 40 ปี เจ้าของและคนขับรถตู้ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้าไปพบพนักงานสอบสวน  สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีตามที่นางกองมา วังคีรี อายุ 59 ปี ผู้เสียหายได้แจ้งความเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อกลางดึก ของคืนวันที่ 30 มิ.ย. 63
 
โดยพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ให้ผู้ต้องหาทราบส่วนจะถึงขั้นเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจหรือไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือไม่นั้น ต้องรอรายงานชันสูตรบาดแผลจากแพทย์ก่อน โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา คือข้อหาทำร้ายร่างกายฯ ซึ่งอัตราโทษ มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับก่อนปล่อยตัวไปโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด
ส่วนบรรยากาศที่คิวรถตู้ยังมีผู้โดยสารใช้บริการตามปกติ โดยคนขายตั๋วบอกว่าตอนเกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์เยอะพอสมควรแต่ที่ไม่ได้เข้าไปช่วยทันทีเพราะตกใจ คาดไม่ถึงจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้และตอนนี้ทางบริษัทได้ยกเลิกสัญญาไม่ให้เข้าร่วมคิวรถตู้สุราษฎร์ธานี - ท่าชนะแล้วและร้องขอไม่ให้แม่ค้าขายลอตเตอรี่เข้ามาขายในอาคารที่พักผู้โดยสารคิวรถตู้แล้ว
 
ด้านพันตำรวจเอก ศิริชัย สุขศาสตร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนต้องรอใบรับรองแพทย์เสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินการในเรื่องของคดีได้ ซึ่งจะได้ใช้ประกอบการพิจารณา ว่าจะมีการเปรียบเทียบปรับที่สถานีตำรวจภูธรหรือส่งฟ้องเพื่อเปรียบเทียบปรับที่ศาลต่อไป.
 
ขณะที่นางกองมา วังคีรี อายุ 59 ปี หรือป้าสน แม่ค้าลอตเตอรี่ ผู้เสียหาย เปิดใจว่าวันเกิดเหตุตนเข้าไปขายลอตเตอรี่ตามปกติและขายลอตเตอรี่ในพื้นที่อ.เมืองสุราษฎร์ธานีมาเกือบ 20 ปีแล้วโดยเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งวันเกิดเหตุได้เดินเข้าไปขายลอตเตอรี่ให้กับลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานในคิวรถที่ต้องการเลข 64 เหลืออยู่ใบเดียวตรงกับทะเบียนรถของเขาป้าก็เลยบอกว่าให้ใบ 20 บาทมาเลยนะป้าไม่มีเงินทอน 80 บาทไม่ได้ขายให้กับคนก่อเหตุ โดยคนก่อเหตุพูดขึ้นว่าถ้าขายใบละ100 จะแจ้งตำรวจเอาค่านำจับก็ไม่ได้สนใจ แล้วก็หันหลังกลับคนก่อเหตุก็พูดขึ้นอีก ก็หันไปพูดเป็นภาษาอีสาน”ค่านำจับเอายากซิต๋าย”ซึ่งแปลว่าค่านำจับเอายากจะตายไม่ได้เอากันง่าย ๆ คำนี้แหละคำเดียวก็โดนถีบแต่คนฟังอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าแช่งให้เขาตาย ถูกถีบล้มลงทันที คนก็ไม่ได้สนใจคิดว่าเป็นลมล้มลง คนขายลอตเตอรี่จึงเข้ามาช่วย
 
ตอนนั้นตกใจมากทำอะไรไม่ถูก ลุกขึ้นได้ก็บอกว่าจะไปแจ้งความ ก็ถูกขู่อีกว่าถ้าอยากตายก็ไปแจ้งเลย นึกไปออกก็เลยแจ้ง 191 พอตำรวจมาคนก่อเหตุก็ไปแล้ว ตำรวจก็บอกให้ไปแจ้งที่โรงพัก ตอนนั้นนอนอยู่กับที่นานกวักมือให้คนมาช่วยก็ไม่มีใครมาช่วย จนเพื่อนขายลอตเตอรี่มาช่วยเขาก็ไม่รู้ว่าโดนถีบ พอตำรวจมาดูกล้องวงจรปิดจึงรู้ คิดว่าที่ไม่มีคนช่วย ไม่มีน้ำใจเลย คือตอนนั้นถ้ามีคนมาช่วย สอบถามหรือพูดขอโทษตรงนั้นก็ไม่ติดใจ ตอนนี้ก็ไม่ติดใจไม่อยากมีเรื่องเพราะทำมากินที่ จ.สุราษฎร์ธานี
 
เมื่อตำรวจเชิญไปคุยกันก็ได้บอกว่าป้าเสียใจมากนะ ป้าพูดภาษาบ้านเราคือภาคอีสานไม่ใช่คำด่านะ ก็ไม่ได้เถียงอะไร ซึ่งคนที่ซื้อเลขทะเบียนรถใบนั้นเขาซื้อประจำ ซึ่งถีบถูกหน้าบริเวณโหนกแก้มปากครึ่งหน้าอกครึ่ง เขาออกจากเก้าอี้กระโดดทันที ศีรษะไม่ได้ถูกหรือกระแทกอะไร โดยยังเจ็บบริเวณหน้าอกช่วงที่หายใจและที่เหงือก วันแรกเลือดซึม หมอให้ยาแก้ปวดและเอ็กซเรย์แล้วกระดูกไม่หัก ตอนนี้ไม่อยากให้มีเรื่องเพราะทำมาหากินที่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อเจอก็ได้บอกว่าป้าไม่ได้ติดใจเอาเรื่องแต่ที่ เสียใจคือที่ป้าล้มแล้วไม่มีใจมาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น ตอนนี้ก็ยังกลัวว่าถูกทำร้ายอีกถ้าจบแค่นี้ก็ให้จบ ต่างคนต่างไปต่างคนต่างทำงาน
 
และต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีได้เรียกแม่ค้าลอตเตอรี่ และคนขับรถตู้ เข้ามาพูดคุยเจรจากันต่อหน้าพนักงานสอบสวน โดยคนขับรถตู้ ยอมขอโทษแม่ค้าลอตเตอรี่ โดยอ้างว่าเกิด จากบันดาลโทสะ ซึ่งแม่ค้าลอตเตอรี่ยอมรับคำขอโทษและขอค่าทำขวัญเล็กน้อยเป็นอันจบกันด้วยดี ด้านพนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบปรับคนขัรถตู้ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

หน้าแรก » ภูมิภาค