วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564 04:15 น.

ภูมิภาค

กำนัน ต.ไพรพัฒนายื่นนายกฯ วอนทบทวนป่าไพรพัฒนาเป็นเขตอุทยานฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2564, 20.28 น.
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อบต.ไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ นายบุญมี เสนคราม  กำนัน ต.ไพรพัฒนา  เปิดเผยว่า  ตนพร้อมด้วย  นายประเสริฐ  คำสี นายปัญญา สมร  รอง นายก อบต.ไพรพัฒนา และนายวีระสิทธิ์  นรสิงห์  ผญบ.หมู่ 8 บ้านแซรไปร ได้เดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ  เพื่อไปยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายก รมต. โดยได้ยื่นหนังสือกับ นายเสกสกล  อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี หรือแรมโบ้  ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ซึ่งพวกตนได้ขอให้ ฯ  พณฯ  นายก รมต.ได้โปรดกรุณาทบทวนการผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ  โดยได้แนบรายรายชื่อจริงชาวบ้านที่ร่วมคัดค้านการผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติจำนวน  1,108  คน สำเนาบันทึกการประชาพิจารณ์ และสำเนาบันทึกการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนามาเพื่อให้ ฯพณฯนายก รมต.ได้โปรดพิจารณาให้การช่วยเหลือด้วย
 
นายบุญมี เสนคราม  กำนัน ต.ไพรพัฒนา กล่าวว่า  ตามที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ  ได้ดำเนินการผนวกพื้นที่ป่าไม้ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ เข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ในการผนวกพื้นที่ดังกล่าวมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากทั้งในด้านการดำรงชีพ  การค้าขาย ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ ที่มีการลงทุนสร้างถนนหนทาง และตลาดการค้าขายชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งได้ลงทุนไปอย่างมหาศาล ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่มีรายได้ และยังส่งผลกระทบต่อแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เนื่องจาก  ต.ไพรพัฒนา  มีด่านชายแดนถาวรไทย - กัมพูชา  ช่องสะงำ หากมีการผนวกป่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแล้วจะทำให้การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนลดลงชาวบ้านไม่มีรายได้และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวก็เป็นไปได้ยากและในการดำเนินการผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ในครั้งนี้ ผู้นำชุมชน ประชาชนตำบลไพรพัฒนา ไม่เห็นด้วยและได้ลงความเห็นร่วมกันว่า ไม่ขอผนวกพื้นที่ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ
 
กำนัน ต.ไพรพัฒนา  กล่าวต่อไปว่า ซึ่งหากว่า เมื่อมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติไปแล้วนั้น ชาวบ้านจะไม่สามารถเข้าไปเก็บหาของป่า ที่เป็นการดำรงชีพตามปกติได้ และทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัวและพวกตนขอร้องเรียนถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษที่ไม่ได้เข้ามาชี้แจงให้กับผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้รับทราบก่อนดำเนินการดังกล่าวและไม่มีการชี้แนวเขตที่ชัดเจนว่ากระทบกับพื้นที่ของราษฎรหรือไม่และที่สำคัญที่สุดยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา อบต.ไพรพัฒนา  และสภา อบต.ไพรพัฒนา  ไม่ได้อนุญาตให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา  เข้าดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด
 
กำนัน ต.ไพรพัฒนา กล่าวต่อไปว่า  ตนพร้อมด้วยผู้นำชุมชนและประชาชนพื้นที่ ต.ไพรพัฒนา  ทุกหมู่บ้านทุกคน จึงขอกราบวิงวอน ฯพณฯ  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ขวัญใจผู้ยากไร้ และขวัญใจชาวไทยทั่วประเทศ ขอได้โปรดกรุณาทบทวนไม่ให้ประกาศป่าไพรพัฒนา  ต.ไพรพัฒนา  อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นป่าตามมติ ครม.ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา  เข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ โดยขอความเมตตาให้คงป่าไพรพัฒนาไว้เช่นเดิม เพื่อให้ชาวบ้านตำบลไพรพัฒนาช่วยกันดูแลรักษาป่าไพรพัฒนาให้ครอบครัวของชาวบ้าน และเพื่อให้เป็นสมบัติของแผ่นดินร่วมกันต่อไป ทั้งนี้ผู้นำชุมชนได้แนบรายชื่อประชาชนที่ร้องทุกข์  จำนวน  1,108  คน มายัง ฯพณฯ  ท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอได้โปรดแจ้งให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการทบทวนมติการผนวกพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลาเป็นเขตอุทยานแห่งชาติด้วย
 
กำนัน ต.ไพรพัฒนา ยังกล่าวด้วยว่า  นอกจากนี้แล้ว ตนและคณะยังได้ไปยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ วราวุธ  ศิลปอาชา  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และ ฯพณฯ  พล.อ.วิทวัส  รชตะนันท์  ผู้ตรวจการแผ่นดิน  เพื่อขอให้ได้โปรดกรุณาพิจารณาสั่งการให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ต.ไพรพัฒนา  ดังกล่าวข้างต้นด้วย